ON THIS DAY: 28 มี.ค. 2568 ครบรอบ 1 ปี เหตุการณ์แผ่นดินไหว-ตึก สตง. ถล่ม
ย้อนไปเมื่อ 28 มีนาคม 2568 เกิดเหตุ ‘แผ่นดินไหว’ ขนาด 8.2 ริกเตอร์ ความลึก 10 กิโลเมตร ที่กลุ่มรอยเลื่อนสะกาย (Sagaing Fault) ซึ่งเป็นรอยเลื่อนขนาดใหญ่ มีความยาวประมาณ 1,200 กิโลเมตร วางตัวอยู่แนวทิศเหนือ-ใต้ ผ่านกลางประเทศเมียนมา ใกล้กับจังหวัดแม่ฮ่องสอน
ทำให้คนที่อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมกว่า 63 จังหวัด ได้สัมผัสความรู้สึกจากแผ่นดินไหวเป็นครั้งแรกๆ โดยเฉพาะคนที่อาศัยอยู่บนตึกสูงที่จะรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนมากเป็นพิเศษ
หนึ่งในเหตุสะเทือนใจที่มาพร้อมเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้ คือ กรณีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ บนถนนกำแพงเพชร 2 เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร มูลค่างานก่อสร้าง 2,136 ล้านบาท พังถล่มลงมาระหว่างการก่อสร้าง ทำให้มีคนงานและผู้เกี่ยวข้องจำนวนมากติดอยู่ใต้ซากอาคาร จนต้องมีการระดมกำลังค้นหาและกู้ภัยอย่างต่อเนื่องหลายสัปดาห์
ตัวเลขความสูญเสียจากเหตุการณ์นี้ มีผู้เสียชีวิตรวม 95 ราย จากการรายงานของสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เมื่อ 1 กรกฎาคม 2568
เนื่องจากเป็นอาคารที่อยู่ภายใต้โครงการก่อสร้างของภาครัฐ ทำให้เกิดการตั้งข้อสังสัยถึงการคอร์รัปชั่นภายในโครงการ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า สาเหตุที่ทำให้โครงสร้างตึกนี้ถล่มมาจากปัญหาการออกแบบและการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน จากการปรับลดความหนาของผนังปล่องลิฟต์ลง 5 เซนติเมตร, ถุงปูนไม่มีสัญลักษณ์การรับรองมาตรฐาน มอก. และเหล็กบางส่วนตกเกรด ไม่ได้มาตรฐาน
วันที่ 15 พฤษภาคม 2568 ศาลได้พิจารณาออกหมายจับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องรวม 17 ราย ครอบคลุมวิศวกร ผู้ควบคุมงาน กิจการร่วมค้า รวมถึง เปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการผู้จัดการบริษัท อิตาเลียนไทย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 227 และมาตรา 238
จากนั้น 22 กรกฎาคม 2568 มีการสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งที่เป็นนิติบุคคลและบุคคลธรรมดารวม 23 ราย ต่อศาลอาญา ในฐานเป็นผู้มีวิชาชีพการออกแบบ ควบคุม ก่อสร้างอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต และร่วมกันปลอมเอกสาร
ปัจจุบัน สตง. ได้มีหนังสือบอกเลิกสัญญาจ้างก่อสร้างและควบคุมงาน ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้รับจ้าง และประสานบริษัทประกันภัยให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ส่วนแผนการก่อสร้างตึกใหม่ สุทธิพงษ์ บุญนิธิ รองผู้ว่าฯ กล่าวว่า สตง. คงไม่เดินหน้าโครงการดังกล่าวต่อและจะยกเลิกสัญญาเช่าที่ดินกับการรถไฟแห่งประเทศไทย