โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ด่วน! มติครม. ไฟเขียวลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เติมเงิน 100 บาท เข้าบัตรคนจน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 26 มี.ค. เวลา 08.38 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. เวลา 07.32 น.

ด่วน! มติครม. ไฟเขียวลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เติมเงิน 100 บาท เข้าบัตรคนจน

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาลนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ได้แถลงข่าวมาตรการช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันว่า วันนี้ที่ประชุม ครม. ให้ความเห็นชอบมาตรการบรรเทาผลกระทบตามที่กระทรวงการคลังเสนอ 7 เรื่อง คือ 1.เห็นชอบให้กระทรวงการคลัง กลับไปพิจารณาการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิต ว่าจะลดอย่างไรในระยะเวลาแค่ไหนตามความเหมาะสม

2.การดูแลกลุ่มเปราะบาง โดยใช้กลไกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งครม.เห็นชอบว่าจะมึการเติมเงิน ที่ปกติการใช้จ่ายสินค้าอุปโภคบริโภคจะมีวงเงิน 300 บาทต่อเดือนต่อคน โดยจะเพิ่มให้อีก 100 บาทเท่ากับ 400 บาทต่อเดือนต่อคน โดยระหว่างที่เป็นรัฐบาลรักษาการจะใช้เพียง 1 เดือนก่อน เมื่อเป็นรัฐบาลทางการจะประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดอีกครั้ง

3.กลุ่มขนส่งที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันทั้งกลุ่มรถบรรทุก และรถโดยสาร รวมถึงกลุ่มมอเตอร์ไซค์รับจ้าง 4.การช่วยเหลือภาคเกษตรกร เบื้องต้นคิดว่าสิ่งที่จะกระทบเกษตรกรเร็วที่สุดคือเรื่องของปุ๋ย ซึ่งมีโครงการธงเขียวสนับสนุนค่าปุ๋ย ควบคู่ไปกับบัตรดินดี เพื่อลดต้นทุนให้กับเกษตรกร และจะมีการสนับสนุนให้ใช้ปุ๋ยทางเลือกหรือปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้า

5.มาตรการเพื่อช่วยเหลือกลุ่มประมง ซึ่งจะลดผลกระทบได้ด้วยการการใช้น้ำมันบี 20 ที่มีต้นทุนต่ำกว่าน้ำมันปกติ 5 – 6 บาท 6.กลุ่มคู่สัญญากับภาครัฐ ทั้งภาคอุตสาหกรรม และกลุ่มก่อสร้าง อาจจะมีช่วงสะดุดที่ไม่มีน้ำมันทำให้การส่งมอบงานเกิดความล่าช้า จึงจะดูเรื่องการขยายระยะเวลาตรวจรับที่เหมาะสมโดยที่ค่าปรับยังอยู่ แต่จะดูให้สอดคล้องกับความเป็นจริงและ

7.มาตรการช่วยเหลือกลุ่มอื่นๆโดยเฉพาะเอสเอ็มอี กระทรวงการคลัง โดยธนาคารออมสินเตรียมซอฟต์โลนไว้ที่ 10,000 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการโดยเฉพาะรายย่อยทั้งระบบซัพพลายเชน

ขณะที่ นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ถึงแนวทางการดูแลประชาชน เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ว่า กระทรวงคมนาคม ได้ดำเนินการเพื่อให้การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันมีผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด ทั้งในเรื่องค่าโดยสาร และเรื่องค่าขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค โดยมีมาตรการการช่วยเหลือแบบพุ่งเป้า เน้นไปที่กลุ่มผู้ให้บริการด้านการขนส่งใน 2 กลุ่มใหญ่ คือ รถบรรทุกสินค้า และรถโดยสารสาธารณะ โดยที่ประชุมครม.ให้กรอบดำเนินการช่วยเหลือ สนับสนุน หรือชดเชยแบบพุ่งเป้าแก่ 2 กลุ่มนี้ เน้นเรื่องการใช้จริง

โดยกรณีของผู้ประกอบการรถบรรทุก กรมการขนส่งทางบกที่มีระบบจีพีเอสติดตามการใช้งานจริงของรถบรรทุกอยู่แล้ว การจะช่วยเหลือหรือชดเชย จะดำเนินโดยกระทรวงการคลัง จ่ายผ่านพร้อมเพย์ เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการโดยตรงตามการใช้จริง รวมถึงผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะ จะใช้การดำเนินการลักษณะเดียวกัน

นอกจากนี้จะเพิ่มเติม ในกรณีรถโดยสารขนาดเล็กและผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง ที่จะต้องไปขึ้นทะเบียนที่กรมการขนส่งทางบกเพื่อเข้าสู่ระบบติดตาม หรือแทร็กกิ้ง ว่ามีการใช้งานจริง และรัฐบาลจะสนับสนุนชดเชยให้ตามระบบการใช้จริง เช่นกัน ทั้งนี้รายละเอียดต่างๆกรมการขนส่งทางบก จะไปจัดทำและแจ้งให้ผู้ประกอบการขนส่งและรถโดยสารรับทราบอีกครั้ง

นายชยธรรม์ กล่าวว่า ในช่วงการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ นายกรัฐมนตรีอยากให้ประชาชนใช้บริการรถขนส่งสาธารณะให้มากขึ้น เพื่อลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล โดยบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.)ได้เตรียมพร้อมเรื่องรถโดยสารให้มีปริมาณเพียงพอกับการให้บริการแก่ประชาชน ที่จะเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทั้งนี้กระทรวงคมนาคมได้ขอความร่วมมือจากกระทรวงมหาดไทย ในการกำหนดจุดเติมน้ำมันสำหรับรถโดยสารสาธารณะ ที่สถานีบริการทุกจังหวัด เพื่อแยกเป็นคนละส่วนกับของประชาชนที่จะเข้ามาเติมน้ำมันในสถานบริการ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ด่วน! มติครม. ไฟเขียวลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เติมเงิน 100 บาท เข้าบัตรคนจน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...