วิกฤติน้ำมันขึ้นแม่ค้าตลาดสดโอดไม่มีลูกค้ามาซื้อของ แบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นไม่กล้าขึ้นราคาเพราะกลัวลูกค้าหนี
(27 มี.ค. 69) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศจับจ่ายใช้สอยภายใน ตลาดสดสุวินทวงศ์ หมู่ 1 ต.คลองอุดมชลจร อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา หลังมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิดลิตรละ 6 บาท พบว่าบรรยากาศเป็นไปด้วยความเงียบเหงา ประชาชนออกมาเลือกซื้อสินค้าบางตาอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากผลกระทบจากค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น
นางน้ำผึ้ง อายุ 55 ปี แม่ค้าขายผลไม้ เปิดเผยว่า ต้นทุนสินค้าปรับตัวสูงขึ้นทันทีตามค่าขนส่ง แต่ตนยังต้องคงราคาขายเดิมไว้เพราะเกรงว่าลูกค้าจะหายไปมากกว่านี้ ปัจจุบันกำไรเหลือเพียงวันละประมาณ 500 บาท ขณะที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป จากเดิมที่เคยมาซื้อทุกวัน ลดลงเหลือเพียง 3 วันครั้ง ทำให้ยอดขายตกลงอย่างมาก พร้อมตัดพ้อถึงนโยบายรัฐบาลที่เคยระบุว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น แต่ความจริงประชาชนกลับแบกรับภาระหนัก
ขณะที่ น.ส.ศรีนวลจันทร์ อายุ 57 ปี แม่ค้าเขียงหมู ระบุว่า แม้ราคาหมูหน้าฟาร์มจะขยับขึ้น แต่ตนยังจำใจขายราคาเดิมเพื่อรักษาฐานลูกค้าไว้ แม้จะตั้งราคาขายถูกกว่าห้างสรรพสินค้าแล้วก็ตาม แต่ด้วยสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ทำให้กำลังซื้อหดตัวลงจนตลาดซบเซา
ทางด้าน นายจำนงค์ อายุ 63 ปี พ่อค้าส้มตำไก่ย่าง กล่าวว่า วัตถุดิบเกือบทุกรายการปรับราคาขึ้นเกือบเท่าตัว ทำให้กำไรที่เคยได้วันละหลักพันบาทหดหายไป ปัจจุบันขายได้เพียงแค่พอค่าน้ำมันรถก็ถือว่าดีมากแล้ว พร้อมกล่าวประชดประชันสถานการณ์ว่าราคาสินค้าขึ้นทุกอย่าง ยกเว้นเพียงค่าแรงและรายได้ของประชาชนที่ไม่ขยับตาม
ทั้งนี้ การปรับขึ้นราคาน้ำมันครั้งใหญ่นี้ ได้ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อภาคการขนส่งและต้นทุนสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งสะท้อนถึงความเดือดร้อนอย่างหนักของผู้ค้ารายย่อยและประชาชนในพื้นที่ ที่ต้องเผชิญกับภาวะค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง