โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กทม. อัปเกรด BMA Command Center ดูแลความปลอดภัยคนกรุงฯ 24 ชม.

The Reporters

อัพเดต 26 มี.ค. เวลา 10.26 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. เวลา 10.26 น.

กทม. อัปเกรด BMA Command Center ดูแลความปลอดภัยคนกรุงฯ 24 ชั่วโมง ถอดบทเรียนครบรอบ 1 ปีแผ่นดินไหว มั่นใจวันนี้พร้อมกว่าวันนั้น

วันนี้ (26 มี.ค. 69) รศ. ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นำสื่อมวลชนลงพื้นที่ศูนย์ BMA Command Center เพื่อติดตามความคืบหน้าการพัฒนาระบบความปลอดภัยของเมือง ในโอกาสครบรอบ 1 ปีเหตุการณ์แผ่นดินไหว

BMA Command Center คือศูนย์ดูแลความปลอดภัยเมือง ที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำหน้าที่รวบรวม วิเคราะห์ และเฝ้าระวังข้อมูลจากทุกระบบ ผ่านแผนที่บัญชาการเหตุการณ์ดิจิทัล (Incident Command Mapping) ที่เชื่อมโยงข้อมูลทั้งด้านจราจร สภาพอากาศ น้ำท่วม ความร้อน ฝุ่น PM2.5 ตำแหน่งหน่วยฉุกเฉิน สถานพยาบาล และกลุ่มเปราะบาง เพื่อการเฝ้าระวังความปลอดภัยในสถานการณ์ต่าง ๆ แจ้งเตือนประชาชนได้แม่นยำและทันท่วงที

รศ. ทวิดา ระบุว่า BMA Command Center มีมาสักพักหนึ่งแล้ว เพียงแต่ยังไม่สมบูรณ์ เป็นความพยายามของกรุงเทพมหานครที่จะบริหารจัดการความปลอดภัยให้ดีขึ้น จากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งประชาชนมีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องความมั่นคงและความปลอดภัยของอาคาร แต่จากเหตุแผ่นดินไหวมีเพียงอาคารเดียวเท่านั้นที่ถล่ม ส่วนอีก 2 อาคารไม่แข็งแรงตามหลักวิศวกรรม กรุงเทพมหานครไม่ได้นิ่งเฉย กรุงเทพมหานครได้ทบทวนมาตรการความปลอดภัย ตรวจสอบอาคาร พร้อมทั้งให้มีวิศวกรควบคุมการก่อสร้าง เพื่อเป็นไปอย่างรอบคอบระมัดระวัง

“วันนี้เราพร้อมกว่าวันนั้น เพราะพร้อม 100% ไม่มีอยู่จริง เราพยายามจะลิงก์ความแม่นยำและความรวดเร็วมาให้ได้มากที่สุด”

รศ. ทวิดา ระบุว่า การพัฒนาศักยภาพบุคลากรและทีมกู้ภัยเฉพาะทาง กรุงเทพมหานครยกระดับขีดความสามารถของทีม USAR (Urban Search and Rescue) ของสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานระดับ Medium Team ตามหลักเกณฑ์สากล ควบคู่กับการพัฒนา “Motorlance” หรือหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เร็ว ให้เป็นกำลังพลแบบ Hybrid ที่มีความคล่องตัวสูง เข้าถึงพื้นที่คับแคบหรือจุดจราจรติดขัดได้อย่างทันท่วงที

เสริมโครงสร้างพื้นฐาน ผสานเทคโนโลยีสู่การบริหารจัดการอัจฉริยะ โดยเร่งขยายเครือข่ายความปลอดภัยของเมือง ตั้งเป้าก่อสร้างสถานีดับเพลิงและกู้ภัยเพิ่ม 5 แห่ง ภายในปี 68-70 จากเดิม 43 แห่ง เพื่อกระจายกำลังให้ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยง มีการนำเทคโนโลยี Side Sensor มาใช้ตรวจวัดความเอียงของอาคารหลังเกิดภัย เพื่อประเมินความปลอดภัยก่อนเข้าปฏิบัติงาน และยกระดับ “BKK Risk Map” สู่ฐานข้อมูลกลางที่บูรณาการข้อมูลจากทั้ง 50 เขต โดยระบุตำแหน่งกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้ป่วยติดเตียงและผู้พิการ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างแม่นยำและทันท่วงที

ด้านการจัดการน้ำ ได้พัฒนาระบบ “Digital & Smart Drainage” ควบคู่ระบบพยากรณ์และแจ้งเตือนล่วงหน้า (Early Warning System) ผ่านเรดาร์ตรวจอากาศ เซนเซอร์ และเครื่องวัดปริมาณฝน เชื่อมโยงกับระบบ SCADA ที่สามารถควบคุมประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำจากศูนย์กลางแบบเรียลไทม์

ส่วนด้านการจราจร ได้พัฒนาระบบ ITS (Intelligent Transport Systems) เพื่อยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนน อาทิ สัญญาณไฟอัตโนมัติ (Adaptive Control) ระบบ CCTV พร้อม AI Analytics และระบบแผนที่ดิจิทัลที่แสดงตำแหน่งหน่วยฉุกเฉินแบบเรียลไทม์ ซึ่งทั้งหมดเชื่อมโยงเข้าสู่ศูนย์กลางเพื่อการสั่งการอย่างมีประสิทธิภาพ

กรุงเทพมหานครยังเดินหน้ายกระดับการทำงานแบบบูรณาการข้อมูล (Data Sharing) ร่วมกับทุกภาคส่วน โดยเชื่อมโยงกล้อง CCTV กว่า 65,000 ตัวทั่วกรุงเทพมหานครเข้ากับระบบ AI นำร่องโครงการ Sandbox ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยแบบเรียลไทม์

ส่วนอาสาสมัคร ตั้งเป้าภายในปี 2569 ให้ทุกหน่วยผ่านการจัดระเบียบและจำแนกทักษะ (Skill Mapping) อย่างครบถ้วน เพื่อให้การสั่งการในสถานการณ์จริงเป็นไปอย่างเหมาะสม ตรงจุด และมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมจัดการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุแบบเสมือนจริงอย่างต่อเนื่อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...