โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ห่างไกลสันติสุข

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เสือตัวที่ 6

ความขัดแย้งผ่านกระบวนการต่อสู้ด้วยอาวุธอย่างรุนแรงในดินแดนปลายด้ามขวาน คือกระบวนการต่อสู้ของกลุ่มที่ใช้รูปแบบของสงครามเครือข่ายที่ไม่มีแบบแผนตายตัว สลับปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การสงครามไปมา พลิกพลิ้วไปตามสถานการณ์ ก่อเหตุต่อสู้ที่ไร้ความแน่นอน นักรบกองโจรในขบวนการนี้เป็นเสมือนตาข่ายที่บริหารจัดการการต่อสู้แบบไร้แกนกลาง หากแต่รูปแบบความรุนแรงกลับไม่ใช่กระทำอย่างสะเปะสะปะ ไม่ใช่ความรุนแรงสุ่มๆ อย่างไม่ตั้งใจ ไม่ใช่ความขัดแย้งส่วนตัว ไม่ใช่อาชญากรรมธรรมดาๆ และไม่ใช่แค่เรื่องการเมืองท้องถิ่น ในทางตรงข้าม มันเป็นความรุนแรงที่มีโครงสร้างที่ซ่อนพรางไว้และมีกลยุทธ์ที่เป็นระบบ มีการสร้างความสับสนให้รัฐในแบบโจทย์ซ้อนโจทย์ให้รัฐหาคู่ต่อสู้ไม่เจอ การก่อเหตุทุกครั้งจึงไม่ปรากฏชื่อองค์กรและวัตถุประสงค์การปฏิบัติการร้ายใดๆ พร้อมโหมกระพือสถานการณ์ร้ายยกระดับการต่อสู้สู่ระดับสากล ดึงดูดความสนใจขององค์กรระหว่างประเทศ โดยขบวนการร้ายแห่งนี้พยายามจัดรูปแบบให้เป็นองค์กรลับเพื่อยากต่อการขจัดขัดขวางจากรัฐ ด้วยโครงสร้างองค์กรนำที่เรียกว่า DPP (Dewan Pimpinan Parti) ประกอบด้วยสภาผู้นำ ประกอบด้วย 7 ฝ่าย คือ ฝ่ายการทหาร ฝ่ายเศรษฐกิจ ฝ่ายโฆษณาชวนเชื่อ ฝ่ายต่างประเทศ ฝ่ายเยาวชน ฝ่ายศาสนา และฝ่ายบริหารการเมือง จุดที่น่าสนใจของข้อมูลก็คือภายใต้โครงสร้างนี้จะไม่มีการเชื่อมตรงไปยังระดับล่างๆ ทั้งนี้เพื่อตัดตอนชั้นความลับจากระดับองค์กรนำไปยังองค์กรระดับล่าง ที่มีโครงสร้างองค์กรในระดับล่างที่มีการแบ่งแยกอย่างชัดเจนของปีกการเมือง และปีกการทหาร ซึ่งเป็นตัวกรองอีกชั้นหนึ่ง นั่นจึงเป็นที่มาของความลึกลับ และลักษณะที่เป็นเครือข่ายแบบไม่มีแกนกลางขององค์กรขบวนการแย่งยึดอำนาจรัฐจนทุกวันนี้

โดย BRN มีโครงสร้างในปีกการเมืองในระดับล่าง โดยมีการแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 กัส คือ กัสปัตตานี กัส ยะลา และกัสนราธิวาส โดยกัสปัตตานีนั้นจะรวมเอาพื้นที่ ในอำเภอจะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อยในจังหวัดสงขลา โดยกัสต่อตรงถึงระดับสะกอม ซึ่งแต่ละสะกอมจะครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 2–3 อำเภอ แต่ละสะกอมมีการแบ่งพื้นที่ย่อยเป็นคอมมิส ซึ่งมีขนาดประมาณ 1 อำเภอหรือเล็กกว่า ในแต่ละคอมมิสก็จะมีหน่วยระดับล่างสุดปฏิบัติการในระดับหมู่บ้าน ซึ่งเรียกว่าอาเจาะ (AJAK) ซึ่งเป็นคณะกรรมการหมู่บ้าน และความสลับซับซ้อนและแบ่งแยกตัดขาดเชิงโครงสร้างระหว่างองค์กรนำ DPP (Dewan Pimpinan Parti) กับองค์กรระดับล่างที่แยกเป็นปีกการเมืองและปีกการทหารนี้เอง จึงทำให้ขบวนการร้ายที่มี BRN เป็นตัวแสดงนำที่สภาพเป็นองค์กรลับ มีการบริหารจัดการแบบเครือข่ายที่ไร้แกนที่ชัดเจน

จากข้อมูลพบว่า ขบวนการแย่งยึดอำนาจรัฐที่มีกลุ่ม BRN เป็นตัวแสดงนำ มีโครงสร้างกองกำลังกองโจรติดอาวุธที่มีศักยภาพมากพอจะต่อกรกับกองกำลังติดอาวุธของรัฐในรูปแบบสงคราม ทั้งกองโจรกองกำลังติดอาวุธที่ปฏิบัติการโดยตรง สามารถปฏิบัติการก่อเหตุร้ายหลากหลายรูปแบบทั้งการใช้อาวุธแบบชุดปฏิบัติการ การลักลอบวางและจุดระเบิดแสวงเครื่อง ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งคือผู้ที่ถูกอบรมบ่มเพาะให้สามารถใช้อาวุธได้ในระดับหนึ่ง และยังมีกำลังสนับสนุนทุกรูปแบบให้นักรบสามารถการปฏิบัติการร้ายสำเร็จตามแผน รวมทั้งกลุ่มคนที่มีขีดความสามารถในการประกอบและสร้างกลไกทำลายล้างของระเบิดแสวงเครื่องที่เป็นภัยคุกคามต่อชีวิตและทรัพย์สินที่หน่วยงานของรัฐยังแก้ปัญหาการก่อเหตุลอบวางระเบิดแสวงเครื่องของโจรใต้ไม่ได้จวบจนทุกวันนี้ ขบวนการ BRN พัฒนารูปแบบจากฝ่ายเศรษฐกิจ ทำหน้าที่คล้ายกระทรวงการคลังดำเนินการจัดสรรงบประมาณให้กับหน่วยต่างๆ ของ BRN ใช้ในการขับเคลื่อนการต่อสู้กับรัฐ โดยมีรายได้หลักๆ จากค่าสมาชิกของ BRN ด้วยการบังคับเก็บเงินจากสมาชิกครอบครัวในพื้นที่วันละ 1 บาท ที่หากครอบครัวใดไม่บริจาค ก็จะถูกข่มขู่ให้หวาดกลัวต่อชีวิต ระบบบริจาคด้วยยางพาราโดยคนใดมีต้นยาง 100 ต้น ต้องบริจาคให้ให้ BRN 1 ต้นเพื่อให้คนของขบวนการไปกรีดยางเก็บรายได้มาใช้ในขบวนการ รวมทั้งรายได้จากงบประมาณโครงการพัฒนาต่างๆ จากรัฐ รายได้จากเงินอุดหนุนจากการดำเนินงานต่างๆ ของรัฐที่ BRN จะแอบยักยอกออกมาด้วยวิธีการต่างๆ ตลอดจนรายได้จาการเรียกค่าคุ้มครองความปลอดภัยจากธุรกิจต่างๆ ที่ดำเนินการในพื้นที่ เพื่อนำมาใช้ในการขับเคลื่อนการต่อสู้กับรัฐ นอกจากนั้น BRN ยังมีกลวิธีให้แนวร่วมปฏิบัติการลักลอบนำยาและเวชภัณฑ์บางส่วนจากโรงพยาบาลของรัฐในพื้นที่ออกมาใช้สนับสนุนดูแลรักษานักรบกองโจรเมื่อได้รับบาดเจ็บจากการก่อการร้ายโดยไม่ต้องไปรักษาที่โรงพยาบาล เหล่านี้เองจึงทำให้รัฐไม่เคยพบผู้ก่อการร้ายมารักษาที่โรงพยาบาลแม้แต่คนเดียว

ตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา การต่อสู้ของขบวนการร้ายปลายด้ามขวานยังคงดำรงอยู่อย่างเข้มข้น คนกลุ่มนี้เป็นองค์กรลับที่รัฐยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงวิธีคิดอันซับซ้อนของพวกเขา แม้จะมีมวลชนไม่มากหากเทียบเคียงกับรัฐ แม้จะมีนักรบกองโจรที่ไม่ได้มากมายเมื่อเทียบกับนักรบของรัฐ แม้จะมีอาวุธยุทโธปกรณ์ไม่มาก และแม้จะมียุทธปัจจัยอันจำกัด หากแต่ยังสามารถยืนหยัดต่อกรกับองคาพยพกับรัฐที่มีมากมายมหาศาลอย่างเทียบกันไม่ติดได้อย่างต่อเนื่อง ยาวนาน และสร้างปัญหาที่กระทบต่อความเป็นปึกแผ่นของรัฐได้อย่างทรงพลัง ก็เพราะพวกเขามีอุดมการณ์อันแน่วแน่ในการต่อสู้เพื่อเอกราชปาตานี มีจิตวิญญาณในการต่อสู้เพื่อดินแดนของบรรพชนมลายูมุสลิมปาตานี มีกระบวนการบ่มเพาะหล่อเลี้ยงอุดมการณ์และสร้างแนวร่วมมวลชนได้อย่างเข้มแข็ง และมีความว่องไวในพัฒนาการการต่อสู้ที่ทันต่อสถานการณ์ การแสวงหาเงินสนับสนุนการต่อสู้ได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ตลอด 22 ปีของความไม่สงบชายแดนใต้ แม้รัฐจะใช้งบไปกว่า 5 แสนล้านบาท และฝ่ายความมั่นคงจะรายงานว่าสถานการณ์ดีขึ้น แต่ทุกอย่างยังวนเวียนซ้ำซากไร้ทางออก ความรุนแรงยังเกิดขึ้นเป็นระยะ สันติสุขจึงยังห่างไกลความจริง

#ชายแดนใต้ #BRN #ความมั่นคง #ความไม่สงบ #ปาตานี #วิเคราะห์ความมั่นคง #การเมืองไทย #siamrathonline

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...