โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

PM 2.5 ประกันสุขภาพที่เข้าถึงง่ายจ่ายเบี้ยหลักร้อยรับวงเงินหลักแสนบาท

การเงินธนาคาร

อัพเดต 17 มี.ค. เวลา 14.04 น. • เผยแพร่ 17 มี.ค. เวลา 07.04 น.

คอลัมน์ Insurance : วารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนมีนาคม 2569 (ฉบับที่ 527)

ประกัน PM 2.5 ชูจุดขาย เบี้ยเริ่มต้นหลักร้อยบาทต่อปี แต่ให้ความคุ้มครองค่ารักษาและเงินชดเชยหลักแสนบาท ช่วยลดความเสี่ยงทางการเงิน โดยเฉพาะผู้ที่ยังไม่มีประกันสุขภาพ สะท้อนบทบาทใหม่ของระบบประกันภัยในการรับมือความเสี่ยงสุขภาพจากสิ่งแวดล้อม

เมื่อปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป หากแต่กำลังกลายเป็นความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในช่วงต้นปีที่หลายพื้นที่เผชิญค่าฝุ่นเกินมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง คำถามสำคัญคือ “จำเป็นหรือไม่ที่ประชาชนต้องทำประกัน PM2.5” ในเมื่อหลายคนมีประกันสุขภาพอยู่แล้ว

ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย อธิบายกับ การเงินธนาคาร ว่า โดยหลักแล้วประกันสุขภาพที่มีอยู่ในปัจจุบัน ให้ความคุ้มครองครอบคลุมการเจ็บป่วยจากผลกระทบของฝุ่น PM2.5 อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโรคระบบทางเดินหายใจ โรคปอด หรือภาวะแทรกซ้อนที่แพทย์วินิจฉัยว่ามีสาเหตุมาจากมลพิษทางอากาศ อย่างไรก็ตาม มีบางบริษัทประกันภัยพัฒนาแบบประกันภัยเฉพาะทางที่คุ้มครองความเสี่ยงจาก PM2.5 โดยเน้นให้ความคุ้มครองความเสี่ยงจากฝุ่นละออง ส่งผลให้เบี้ยประกันอยู่ในระดับต่ำ และช่วยให้ประชาชนกลุ่มที่ยังไม่มีประกันสุขภาพสามารถเข้าถึงระบบการประกันภัยได้ง่ายขึ้น

ดร.สมพรกล่าวว่า ปัจจุบันมีบริษัทประกันวินาศภัยบางแห่งพัฒนาแบบประกันที่ให้ความคุ้มครองเฉพาะผลกระทบจาก PM2.5 เช่น แบบประกันของทิพยประกันภัย รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่บริษัทนายหน้าประกันภัยร่วมกับบริษัทประกันวินาศภัยออกแบบขึ้นมาเพื่อจำกัดความเสี่ยงเฉพาะด้าน ซึ่งแนวทางดังกล่าวทำให้ค่าเบี้ยประกันอยู่ในระดับหลักร้อยบาท เหมาะสำหรับประชาชนที่ต้องการเริ่มต้นมีความคุ้มครองด้านสุขภาพ หรือใช้เป็นประกันเสริมในช่วงฤดูฝุ่นที่มีความเสี่ยงสูง

อย่างไรก็ดี ในมุมของการบริหารความเสี่ยงระยะยาว ประกันสุขภาพยังคงเป็นแกนหลักที่จำเป็น เนื่องจากให้ความคุ้มครองครอบคลุมโรคและค่ารักษาพยาบาลที่หลากหลาย ไม่จำกัดเฉพาะผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 เพียงอย่างเดียว หากมองเชิงนโยบาย การเกิดขึ้นของประกัน PM2.5 ยังสะท้อนบทบาทของระบบประกันภัยในฐานะกลไกบริหารความเสี่ยงของสังคม ที่เข้ามาเติมเต็มช่องว่างจากปัญหาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ซึ่งมีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้นในอนาคต

“หากประชาชนมีประกันสุขภาพอยู่แล้ว ถือว่ามีความคุ้มครองจากความเสี่ยงด้านฝุ่นละอองในระดับหนึ่ง แต่สำหรับผู้ที่ยังไม่มีประกัน หรือมีข้อจำกัดด้านค่าเบี้ย ประกัน PM2.5 ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินจากปัญหาสุขภาพได้ ซึ่งท้ายที่สุด การตัดสินใจเลือกแบบประกันไม่ใช่เพียงเรื่องของการคุ้มครองเฉพาะหน้า แต่เป็นการวางแผนรับมือความเสี่ยงในชีวิตจริงที่ประชาชนต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในวันที่ฝุ่น PM2.5 ไม่ใช่เหตุการณ์ชั่วคราว แต่กลายเป็นความเสี่ยงซ้ำซากของสังคมไทย”

ประกัน PM 2.5 จ่ายร้อยคุ้มครองแสนบาท

การพัฒนาประกัน PM2.5 สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวของอุตสาหกรรมประกันภัยให้เท่าทันความเสี่ยงรูปแบบใหม่ ที่ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุหรือโรคภัยเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับปัญหาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตด้วย โดยปัจจุบันมี 3 บริษัทประกันที่ได้พัฒนาที่ให้ความคุ้มครองเฉพาะ PM2.5 อาทิ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด รับประกันโดย บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นต้น

สำหรับ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้นำเสนอ ประกันภัยโรคร้ายแรงจาก PM2.5 รับประกันตั้งแต่อายุ 1-65 ปี ให้ความคุ้มครอง โรคมะเร็งปอดระยะลุกลาม โรคหลอดลมปอดอุดกั้นเรื้อรังขั้นรุนแรง กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจากการขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมองแตกหรืออุดตัน ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD) สำหรับโรคตาแดงหรือเยื่อบุตาอักเสบ เบี้ยประกันเริ่มต้น 450 บาท/ปี วงเงินคุ้มครองโรคร้ายแรงสูงสุด 100,000 บาท โดยมีระยะเวลารอคอย (Waiting Period) ก่อนเริ่มคุ้มครอง 90 วัน จำกัดซื้อ 1 กรมธรรม์ต่อ 1 คน

ส่วน บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด นำเสนอประกันภัยคุ้มครองโรคจากมลพิษ PM2.5 รับประกันตั้งแต่อายุ 6-65 ปีบริบูรณ์ ให้ความคุ้มครองโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจเฉียบพลัน แต่ไม่รวมโรคโควิด-19 โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคถุงลมโป่งพอง โรคตาแดง / โรคเยื่อบุตาอักเสบ ผู้เอาประกันภัย 1 คนสามารถทำได้ 1 ฉบับเท่านั้น รับเงินก้อนชดเชยเมื่อเข้ารักษาในโรงพยาบาลจากโรคที่อาจเกิดจากฝุ่น PM2.5 รับเงินชดเชยรายวันระหว่างเข้ารักษาตัว ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD) เช่น โรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ โรคตาแดง โรคเยื่อบุตาอักเสบ

โดยมีระยะเวลารอคอย (Waiting Period) 30 วัน สำหรับการเจ็บป่วยด้วยโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจเฉียบพลัน แต่ไม่รวมโรคโควิด-19 โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคถุงลมโป่งพอง โรคตาแดง / โรคเยื่อบุตาอักเสบ และระยะเวลารอคอย 90 วัน สำหรับโรคมะเร็งปอด จ่ายเบี้ยเริ่มต้นหลักพันบาทต่อปี คุ้มครองหลักแสนบาท เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเสริมเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงประกันได้ง่ายกว่าการทำประกันสุขภาพทั่วไปที่มีเบี้ยสูงกว่า

ติดตามอ่านคอลัมน์อื่น ๆ ได้ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนมีนาคม 2569 ฉบับที่ 527 ในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi

รวมช่องทางการสั่งซื้อวารสารการเงินธนาคาร ทั้งฉบับปัจจุบันและฉบับย้อนหลัง ครบจบที่นี่ที่เดียว : https://moneyandbanking.co.th/2023/18250/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...