PM 2.5 ประกันสุขภาพที่เข้าถึงง่ายจ่ายเบี้ยหลักร้อยรับวงเงินหลักแสนบาท
คอลัมน์ Insurance : วารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนมีนาคม 2569 (ฉบับที่ 527)
ประกัน PM 2.5 ชูจุดขาย เบี้ยเริ่มต้นหลักร้อยบาทต่อปี แต่ให้ความคุ้มครองค่ารักษาและเงินชดเชยหลักแสนบาท ช่วยลดความเสี่ยงทางการเงิน โดยเฉพาะผู้ที่ยังไม่มีประกันสุขภาพ สะท้อนบทบาทใหม่ของระบบประกันภัยในการรับมือความเสี่ยงสุขภาพจากสิ่งแวดล้อม
เมื่อปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป หากแต่กำลังกลายเป็นความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในช่วงต้นปีที่หลายพื้นที่เผชิญค่าฝุ่นเกินมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง คำถามสำคัญคือ “จำเป็นหรือไม่ที่ประชาชนต้องทำประกัน PM2.5” ในเมื่อหลายคนมีประกันสุขภาพอยู่แล้ว
ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย อธิบายกับ การเงินธนาคาร ว่า โดยหลักแล้วประกันสุขภาพที่มีอยู่ในปัจจุบัน ให้ความคุ้มครองครอบคลุมการเจ็บป่วยจากผลกระทบของฝุ่น PM2.5 อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโรคระบบทางเดินหายใจ โรคปอด หรือภาวะแทรกซ้อนที่แพทย์วินิจฉัยว่ามีสาเหตุมาจากมลพิษทางอากาศ อย่างไรก็ตาม มีบางบริษัทประกันภัยพัฒนาแบบประกันภัยเฉพาะทางที่คุ้มครองความเสี่ยงจาก PM2.5 โดยเน้นให้ความคุ้มครองความเสี่ยงจากฝุ่นละออง ส่งผลให้เบี้ยประกันอยู่ในระดับต่ำ และช่วยให้ประชาชนกลุ่มที่ยังไม่มีประกันสุขภาพสามารถเข้าถึงระบบการประกันภัยได้ง่ายขึ้น
ดร.สมพรกล่าวว่า ปัจจุบันมีบริษัทประกันวินาศภัยบางแห่งพัฒนาแบบประกันที่ให้ความคุ้มครองเฉพาะผลกระทบจาก PM2.5 เช่น แบบประกันของทิพยประกันภัย รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่บริษัทนายหน้าประกันภัยร่วมกับบริษัทประกันวินาศภัยออกแบบขึ้นมาเพื่อจำกัดความเสี่ยงเฉพาะด้าน ซึ่งแนวทางดังกล่าวทำให้ค่าเบี้ยประกันอยู่ในระดับหลักร้อยบาท เหมาะสำหรับประชาชนที่ต้องการเริ่มต้นมีความคุ้มครองด้านสุขภาพ หรือใช้เป็นประกันเสริมในช่วงฤดูฝุ่นที่มีความเสี่ยงสูง
อย่างไรก็ดี ในมุมของการบริหารความเสี่ยงระยะยาว ประกันสุขภาพยังคงเป็นแกนหลักที่จำเป็น เนื่องจากให้ความคุ้มครองครอบคลุมโรคและค่ารักษาพยาบาลที่หลากหลาย ไม่จำกัดเฉพาะผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 เพียงอย่างเดียว หากมองเชิงนโยบาย การเกิดขึ้นของประกัน PM2.5 ยังสะท้อนบทบาทของระบบประกันภัยในฐานะกลไกบริหารความเสี่ยงของสังคม ที่เข้ามาเติมเต็มช่องว่างจากปัญหาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ซึ่งมีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้นในอนาคต
“หากประชาชนมีประกันสุขภาพอยู่แล้ว ถือว่ามีความคุ้มครองจากความเสี่ยงด้านฝุ่นละอองในระดับหนึ่ง แต่สำหรับผู้ที่ยังไม่มีประกัน หรือมีข้อจำกัดด้านค่าเบี้ย ประกัน PM2.5 ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินจากปัญหาสุขภาพได้ ซึ่งท้ายที่สุด การตัดสินใจเลือกแบบประกันไม่ใช่เพียงเรื่องของการคุ้มครองเฉพาะหน้า แต่เป็นการวางแผนรับมือความเสี่ยงในชีวิตจริงที่ประชาชนต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในวันที่ฝุ่น PM2.5 ไม่ใช่เหตุการณ์ชั่วคราว แต่กลายเป็นความเสี่ยงซ้ำซากของสังคมไทย”
ประกัน PM 2.5 จ่ายร้อยคุ้มครองแสนบาท
การพัฒนาประกัน PM2.5 สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวของอุตสาหกรรมประกันภัยให้เท่าทันความเสี่ยงรูปแบบใหม่ ที่ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุหรือโรคภัยเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับปัญหาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตด้วย โดยปัจจุบันมี 3 บริษัทประกันที่ได้พัฒนาที่ให้ความคุ้มครองเฉพาะ PM2.5 อาทิ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด รับประกันโดย บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นต้น
สำหรับ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้นำเสนอ ประกันภัยโรคร้ายแรงจาก PM2.5 รับประกันตั้งแต่อายุ 1-65 ปี ให้ความคุ้มครอง โรคมะเร็งปอดระยะลุกลาม โรคหลอดลมปอดอุดกั้นเรื้อรังขั้นรุนแรง กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจากการขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมองแตกหรืออุดตัน ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD) สำหรับโรคตาแดงหรือเยื่อบุตาอักเสบ เบี้ยประกันเริ่มต้น 450 บาท/ปี วงเงินคุ้มครองโรคร้ายแรงสูงสุด 100,000 บาท โดยมีระยะเวลารอคอย (Waiting Period) ก่อนเริ่มคุ้มครอง 90 วัน จำกัดซื้อ 1 กรมธรรม์ต่อ 1 คน
ส่วน บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด นำเสนอประกันภัยคุ้มครองโรคจากมลพิษ PM2.5 รับประกันตั้งแต่อายุ 6-65 ปีบริบูรณ์ ให้ความคุ้มครองโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจเฉียบพลัน แต่ไม่รวมโรคโควิด-19 โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคถุงลมโป่งพอง โรคตาแดง / โรคเยื่อบุตาอักเสบ ผู้เอาประกันภัย 1 คนสามารถทำได้ 1 ฉบับเท่านั้น รับเงินก้อนชดเชยเมื่อเข้ารักษาในโรงพยาบาลจากโรคที่อาจเกิดจากฝุ่น PM2.5 รับเงินชดเชยรายวันระหว่างเข้ารักษาตัว ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD) เช่น โรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ โรคตาแดง โรคเยื่อบุตาอักเสบ
โดยมีระยะเวลารอคอย (Waiting Period) 30 วัน สำหรับการเจ็บป่วยด้วยโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจเฉียบพลัน แต่ไม่รวมโรคโควิด-19 โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคถุงลมโป่งพอง โรคตาแดง / โรคเยื่อบุตาอักเสบ และระยะเวลารอคอย 90 วัน สำหรับโรคมะเร็งปอด จ่ายเบี้ยเริ่มต้นหลักพันบาทต่อปี คุ้มครองหลักแสนบาท เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเสริมเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงประกันได้ง่ายกว่าการทำประกันสุขภาพทั่วไปที่มีเบี้ยสูงกว่า
ติดตามอ่านคอลัมน์อื่น ๆ ได้ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนมีนาคม 2569 ฉบับที่ 527 ในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi
รวมช่องทางการสั่งซื้อวารสารการเงินธนาคาร ทั้งฉบับปัจจุบันและฉบับย้อนหลัง ครบจบที่นี่ที่เดียว : https://moneyandbanking.co.th/2023/18250/