โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ทำเนียบขาวจัดประชุมกับ Anthropic ท่ามกลางความกังวลต่อโมเดล Mythos

การเงินธนาคาร

อัพเดต 18 เม.ย. เวลา 13.59 น. • เผยแพร่ 18 เม.ย. เวลา 06.59 น.

ทำเนียบขาวเปิดฉากหารือกับ Anthropic ท่ามกลางความกังวลต่อศักยภาพของ AI รุ่นใหม่อย่าง Claude Mythos ที่มีความโดดเด่นอย่างมากในด้านไซเบอร์ แม้มีข้อพิพาททางกฎหมายและแรงต้านทางการเมือง แต่เทคโนโลยี AI ที่ทรงพลังอาจกลายเป็นสิ่งที่รัฐบาลสหรัฐฯหลีกเลี่ยงไม่ได้

สำนักข่าว BBC รายงานอ้างอิงการเปิดเผยของทำเนียบขาวที่ระบุว่า ทำเนียบขาวได้มีการประชุมกับผู้บริหารของบริษัทปัญญาประดิษฐ์Anthropic ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการฟ้องร้องกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ พร้อมเน้นว่าเป็นการประชุมที่ “มีประสิทธิผลและสร้างสรรค์”

โดยการประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์หลังจากบริษัทเปิดตัวโมเดลล่าสุด Claude Mythos เวอร์ชันพรีวิว ซึ่งเป็นเครื่องมือ AI ที่Anthropic อ้างว่าสามารถทำงานด้านแฮ็กและความปลอดภัยไซเบอร์ได้เหนือกว่ามนุษย์ในบางกรณี

[caption id="attachment_238724" align="aligncenter" width="533"]

Dario Amodei[/caption]

รายงานจาก Axios ระบุว่า Dario Amodei ซีอีโอของAnthropic ได้เข้าพบกับ Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ และ Susie Wiles หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยตัวแทนของ Anthropic ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการประชุมที่เกิดขึ้นเพียงสองเดือนหลังจากที่ทำเนียบขาวเคยวิจารณ์Anthropic ว่าเป็น “บริษัทฝ่ายซ้ายสุดโต่งที่ตื่นตัวทางการเมือง”

จนถึงขณะนี้ มีเพียงไม่กี่สิบบริษัทเท่านั้นที่ได้รับสิทธิ์เข้าถึง Mythos โดยนักวิจัยระบุว่าเครื่องมือนี้มีความสามารถโดดเด่นอย่างมากในงานด้านความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ ขณะที่ Anthropic ระบุว่า เครื่องมือนี้สามารถค้นหาช่องโหว่ในโค้ดที่มีอายุหลายสิบปี และยังสามารถหาวิธีโจมตีช่องโหว่นั้นได้โดยอัตโนมัติ และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา Amodei เปิดเผยว่าบริษัทได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ภาครัฐทั่วสหรัฐฯและเสนอที่จะร่วมมือกับภาครัฐอีกด้วย

การประชุมเมื่อวันศุกร์สะท้อนว่า เทคโนโลยีของAnthropic อาจมีความสำคัญมากเกินกว่าที่รัฐบาลสหรัฐฯ จะหลีกเลี่ยงได้ แม้รัฐบาลของ Donald Trump จะมีจุดยืนแข็งกร้าวต่อบริษัทนี้ก็ตาม

โดยฝั่งทำเนียบขาวได้ระบุว่า “เราได้หารือถึงโอกาสในการร่วมมือ รวมถึงแนวทางและโปรโตคอลร่วมกันเพื่อรับมือกับความท้าทายจากการขยายเทคโนโลยีนี้ โดยการประชุมครั้งนี้เป็นการสำรวจความสมดุลระหว่างการขับเคลื่อนนวัตกรรมและการรับประกันความปลอดภัย”

แม้การประชุมจะเป็นไปอย่างราบรื่น แต่ในเรื่องความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับAnthropic ก็ยังไม่จบ โดยย้อนกลับไปในเดือนมีนาคม Anthropic ได้ยื่นฟ้องกระทรวงกลาโหมและหน่วยงานรัฐบาลกลางอื่น ๆ หลังจากที่บริษัทถูกระบุว่าเป็น “ความเสี่ยงต่อซัพพลายเชน” (supply chain risk) และนี่คือครั้งแรกที่บริษัทสหรัฐฯ ถูกติดป้ายลักษณะนี้ ซึ่งหมายความว่าเทคโนโลยีของบริษัทอาจไม่ปลอดภัยเพียงพอสำหรับการใช้งานของภาครัฐ

Anthropicให้เหตุผลในศาลว่า การติดป้ายดังกล่าวเป็นการตอบโต้จาก Pete Hegseth รัฐมนตรีกลาโหม เนื่องจาก Amodei ปฏิเสธที่จะให้เพนตากอนเข้าถึง AI ของบริษัทอย่างไม่จำกัด เพราะกังวลว่าจะถูกนำไปใช้ในการสอดแนมประชาชนจำนวนมาก หรือพัฒนาอาวุธอัตโนมัติเต็มรูปแบบ

แม้ว่าศาลรัฐบาลกลางในรัฐแคลิฟอร์เนียจะเห็นด้วยกับAnthropic เป็นส่วนใหญ่ แต่ศาลอุทธรณ์ได้ปฏิเสธคำร้องของบริษัทในการระงับสถานะความเสี่ยงต่อซัพพลายเชนชั่วคราว อย่างไรก็ตามจากเอกสารในศาล เครื่องมือของAnthropic ยังคงถูกใช้งานในหลายหน่วยงานรัฐที่เคยใช้มาก่อนหน้านี้

ก่อนหน้านี้ ทำเนียบขาวแทบไม่เคยแสดงท่าทีเชิงบวกต่อAnthropic เมื่อ Donald Trump สั่งให้หน่วยงานรัฐทั้งหมดหยุดใช้เทคโนโลยีของบริษัท โดยทรัมป์ได้โพสต์ในโซเชียลมีเดียว่า บริษัทนี้บริหารโดย “พวกหัวรุนแรงฝ่ายซ้าย” ที่พยายามกดดันกระทรวงกลาโหม

“เราไม่ต้องการมัน เราไม่อยากใช้ และจะไม่ทำธุรกิจกับพวกเขาอีก!” ทรัมป์เขียน

แต่เมื่อวันศุกร์ ขณะเดินทางไปเข้าร่วมงานในเมืองฟีนิกซ์ รัฐแอริโซนา นักข่าวได้ถามทรัมป์เกี่ยวกับการเข้าพบทำเนียบขาวของ Amodei ซึ่งประธานาธิบดีตอบเพียงว่าเขา “ไม่รู้เรื่อง” การประชุมดังกล่าวเลย

อ้างอิง: www.bbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...