"รมว.ยธ." มอบ DSI ฟัน 6 คลังน้ำมัน จ.สุราษฎร์ธานี หลังพบกักตุน 57 ล้านลิตร ยันโรงกลั่นไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
วันที่ 3 เมษายน เวลา 11.25 น. ที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์ การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงการดำเนินการว่า จะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือการดำเนินจากปลายทาง ตั้งแต่สถานีบริการน้ำมัน โดยให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมการปกครองเข้าตรวจสอบต่อเนื่องจนถึงต้นทางคือคลังน้ำมัน อีกทางหนึ่ง ได้มอบให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ทำการตรวจสอบตั้งแต่ต้นทาง คือโรงกลั่นมายังคลังน้ำมัน และเมื่อนำข้อมูลมาชนกัน พบการกระทำความผิดหลายพื้นที่ เช่น ในพื้นที่อ่างทอง และนครสวรรค์ นอกจากนี้ยังพบโอกาสกักตุนของผู้ค้ามาตรา 7 และ มาตรา 10
พร้อมยกตัวอย่าง กรณีที่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี จากการตรวจสอบตั้งแต่ต้นทาง พบว่ามีเรือขนส่งน้ำมันออกจากคลังน้ำมัน เดินทางไปที่คลังน้ำมัน 6 แห่ง ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวนทั้งสิ้น 96 เที่ยว และมีน้ำมันออกจากคลังน้ำมัน 217 ลิตร พบว่ามีน้ำมันที่ถึงปลายทางทั้งสิ้น 16 ล้าน ลิตรซึ่งหายไป 57 ล้านลิตร พล.ต.ท.รุทธพล ยืนยันว่า สิ่งเหล่านี้เป็นหลักการทางวิทยาศาสตร์ สามารถตรวจสอบได้ จะให้กรมสอบสวนคดีพิเศษรับเป็นคดีพิเศษ และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ส่วนในเรื่องการป้องกันและปราบปรามการกักตุน หลังจากนี้ จะมีการตั้งวอรูมขึ้นมาที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อรายงานข้อมูลปริมาณน้ำมันทุกระบบ ตั้งแต่กรมศุลกากรนำเข้า ว่าน้ำมันดิบมีปริมาณเท่าไหร่ เมื่อถามว่า จากการตรวจสอบ โรงกลั่นไม่เกี่ยวกับ ขบวนการกักตุนใช่หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล ระบุว่า ได้ทำการตรวจสอบทั้งระบบเอกสาร และไปพิสูจน์ทราบในโรงกลั่น พบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกักตุนน้ำมัน ซึ่งพบว่ามีน้ำมันคงถัง แค่ในปริมาณที่ไม่สามารถดึงขึ้นมาจำหน่ายได้ เมื่อถามว่า น้ำมันที่พบว่ามีเส้นทางการเดินทางที่ผิดปกติ สามารถยึดไว้ก่อนได้หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่าตรวจสอบพบว่าน้ำมันอยู่ที่คลังแล้ว ยังไม่สามารถยึดได้เนื่องจากยังทราบว่าเป็นการกระทำผิด นอกจากส่วนที่ได้ดำเนินคดี อย่างในจังหวัดอ่างทอง อำเภอแม่สอด และนครสวรรค์