สโนว์บอร์ด กิจกรรมสุดมัน ตะลุยหิมะเดือนเมษายน !
อากาศเมืองไทยเดือนเมษายนก้าวสู่ฤดูร้อนอันแสนอบอ้าวแบบ 100% การท่องเที่ยวในช่วงเวลานี้ หากได้หลบร้อนไปหากิจกรรมท่องเที่ยวท่ามกลางอากาศเย็นๆ หรือได้เจอหิมะ คงเป็นอะไรที่ฟินสุดๆ
หนึ่งในกิจกรรมท่องเที่ยวมันๆอย่าง “สโนว์บอร์ด” ก็นับเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในช่วงปลายฤดูกาลท่องเที่ยวฤดูหนาว ที่ยังพอมีจุดหมายปลายทางให้นักท่องเที่ยวสายลุยไปสนุกท่ามกลางหิมะได้ แถมหากใครเดินทางไปในช่วงเวลานี้ นับเป็นช่วงราคาดีสุดๆ ใช้งบถูกกว่าช่วงไฮซีซั่นแทบจะครึ่งต่อครึ่ง
รู้จัก “สโนว์บอร์ด” (Snowboarding)
กิจกรรมท่องเที่ยวแนวเอ็กซ์ตรีมบนหิมะขาวโพลน หลายคนอาจนึกถึง “สกี” สำหรับ แต่ “สโนว์บอร์ด” ก็ได้รับความนิยมไม่น้อยไปกว่ากัน ด้วยความสนุกของผู้เล่นที่ต้องยืนบนแผ่นกระดาน (snowboard) แล้วไถลลงมาจากเนินหิมะ โดยใช้เท้าทั้งสองข้างผูกติดกับกระดานด้วยระบบบายด์ดิ้ง (bindings) คล้ายกับเล่นสเก็ตบอร์ดหรือเซิร์ฟบอร์ด แต่เปลี่ยนมาเล่นบนพื้นหิมะแทน
ท่าหลักของการเล่นสโนว์บอร์ด คือ ยืนแบบหันข้าง ไม่ใช่การยืนตรงเหมือนเล่นสกี จึงให้ความรู้สึกเป็นอิสระเพราะผู้เล่นต้องควบคุมทิศทางด้วยการโยกน้ำหนักตัว เอียงกระดานไปทางขอบด้านหน้า หรือด้านหลัง ไถลลงไปซ้ายขวาท่ามกลางธรรมชาติขาวโพลนรอบตัว
ประวัติของ “สโนว์บอร์ด”
สโนว์บอร์ดเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา เมื่อปี ค.ศ.1965 โดย “เชอร์แมน โรเบิร์ต ป็อปเปน” (Sherman Robert Poppen) ชายชาวมิชิแกนได้คิดค้นอุปกรณ์ที่เรียกว่า “Snurfer” (snow + surfer) ด้วยจุดประสงค์เรียบง่าย หวังให้ลูกสาวได้ออกไปเล่นกลางแจ้งในช่วงคริสต์มาสที่อากาศหนาวจนต้องเก็บตัวอยู่ในบ้าน เขาจึงเอาไม้สกีสองแผ่นมาติดกัน แล้วผูกเชือกไว้ที่ด้านหน้าเพื่อควบคุม ก่อนที่ Snurfer ที่ถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย ราคาถูก และเข้าถึงได้ จะสามารถขายได้มากกว่า 800,000 ชิ้นในเวลาต่อมา
ในทศวรรษ 1970 ความนิยมของ Snurfer ขยายตัวอย่างรวดเร็ว จนเกิดการแข่งขันระดับนานาชาติ และได้รับความสนใจจากสื่อทั่วโลก หนึ่งในเด็กที่ได้รับ Snurfer เป็นของขวัญ คือ “เจค เบอร์ตัน คาร์เพนเตอร์” (Jake Burton Carpenter) ซึ่งต่อมาได้รับการยกย่องเป็น “บิดาแห่งสโนว์บอร์ด” และมีบทบาทสำคัญในการพัฒนากีฬานี้ให้กลายเป็นอุตสาหกรรมระดับโลก ทำให้จากของเล่นเด็กๆ กลายมาเป็นกีฬาระดับโอลิมปิก และเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวสุดฮิตในดินแดนที่มีหิมะ
มือใหม่ เริ่มต้นอย่างไร ต้องมีอะไรบ้าง
สำหรับคนที่ไม่เคยเล่นสโนว์บอร์ด ไม่จำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์ แต่ให้ไปลองเช่าที่รีสอร์ต และฝึกเล่นเพื่อความเข้าใจเสียก่อน หัวใจหลักสำหรับมือใหม่ คือ เลือกแบบ “twin-tip” หรือ “directional twin” ที่ยาวประมาณน้ำหนักตัว (ส่วนใหญ่ยาว 140-160 ซม. ขึ้นกับน้ำหนัก) Flex (ความยืดหยุ่น) นุ่ม (soft flex) เพื่อให้ควบคุมง่าย ไม่แข็งเกินไป Camber profile (ส่วนโค้งของกระดาน) แนะนำ rocker หรือ hybrid สำหรับมือใหม่ เพราะลอยบนหิมะง่ายและไม่จับขอบ (catch edge) บ่อย
สิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ ยังประกอบไปด้วย Snowboard Boots รองเท้าพิเศษที่แข็งแรงแต่ยืดหยุ่น, Bindings (บายด์ดิ้ง) ระบบผูกเท้ากับกระดาน, หมวกกันน็อค, แว่นตากันหิมะ กันลม และรังสียูวี, เสื้อแจ็คเก็ตและกางเกงกันน้ำ ที่มีเทคโนโลยี Gore-Tex กันหิมะและระบายเหงื่อได้ดี, ถุงมือ, ถุงเท้า, ผ้าพันคอ, หมวกไหมพรมกันหนาว รวมทั้งอาจต้องมีอุปกรณ์เสริม: Wrist guards สำหรับมือใหม่ ป้องกันข้อมือ
สำหรับค่าเช่าอุปกรณ์เต็มเซ็ต มักเริ่มที่วันละประมาณ 1,000-3,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรีสอร์ต)
จุดหมายปลายทาง “สโนว์บอร์ด” ในเดือนเมษายน
สโนว์บอร์ดเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวสุดฮิตในฤดูหนาว แต่การเป็นไฮซีซั่น ก็แลกมากับราคาที่แพง และจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีมากกว่าปกติ โดยทริปหนึ่งรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดอาจแตะหลักแสนบาท ดังนั้นหากใครอยากลองนอกกระแส มีราคาถูกกว่ามาก การหาสถานที่เล่นสโนว์บอร์ดในช่วงฤดูร้อน (ของเมืองไทย) ก็มีจุดหมายต่างแดนที่แนะนำ
ช่วงเดือนเมษายน นักท่องเที่ยวที่อยากเล่นสโนว์บอร์ด ยังไม่หมดหวังต้องรอไปจนปลายปี เพราะรีสอร์ตบางแห่งยังเปิดบริการ โดยในช่วงนี้อากาศจะอบอุ่นขึ้น (กลางวันอาจขยับขึ้นมาที่ 5-15 องศาเซลเซียส) หิมะนุ่มกว่า ไถลง่าย และมีแสงแดดจ้า จึงเหมาะกับมือใหม่ แถมข้อดีอีกอย่าง คือ จำนวนนักท่องเที่ยวไม่มาก ไม่ต้องต่อคิวยาวเหยียด
เริ่มที่ ประเทศยอดอิตอย่าง ญี่ปุ่น ยังมีที่ Niseko เกาะฮอกไกโด : รีสอร์ตดังอย่าง Niseko United ปิดราว 6 พฤษภาคม
Whistler Blackcomb ประเทศแคนาดา: รีสอร์ตใหญ่ที่สุดในอเมริกาเหนือ Whistler Mountain ปิดประมาณ 19 เมษายน ส่วน Blackcomb ขยายไปถึง 18 พฤษภาคม โดยมีงาน Whistler Ski and Snowboard Festival (6-12 เมษายน)
Mammoth Mountain รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา: เปิดถึงปลายพฤษภาคมหรือมิถุนายนในบางปี มีความสูงกว่า 3,000 เมตร หิมะหนาแน่น นอกจากนี้ในอเมริกา ยังรีสอร์ตหลายรัฐที่ปิดในช่วงปลายเดือนเมษายน
Zermatt (สวิตเซอร์แลนด์) กับ Cervinia (อิตาลี) ที่เชื่อมกัน เปิดถึงต้นเดือนพฤษภาคม มีวิวของขุนเขา Matterhorn สุดอลังการเป็นของขวัญ
นอกจากนี้ประเทศแถบซีกโลกใต้อย่างนิวซีแลนด์ จะเริ่มฤดูหนาวอีกครั้งในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม ดังนั้นถ้าอยากเล่นในหิมะสดๆ ใหม่ๆ ต้องบินข้ามซีกโลกไปเยือน เช่น Queenstown และ Wanaka, ประเทศนิวซีแลนด์: Coronet Peak, The Remarkables, Cardrona, Treble Cone จะเปิดราว 13-27 มิถุนายน แต่บางแห่งอาจเปิดตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม
งบประมาณ
หากจัดทริป 7 วัน ในช่วงไฮซีซั่น รวมทั้งที่พัก เช่าอุปกรณ์ อาจมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 80,000-150,000 บาทต่อคน (โดยยังไม่รวมตั๋วเครื่อง) แต่หากเดินทางไปในช่วงเดือนเมษายน ราคาอาจลดลงเหลือ 50,000-100,000 บาทต่อคน ซึ่งประหยัดได้ 30-50% เลยทีเดียว
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO