โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

'พิพัฒน์' ขอบคุณสมาคมประมง มาคุยกันต่อหน้าเรื่องน้ำมัน ชี้ดีกว่าเอาเรือไปปิดอ่าว

Khaosod

อัพเดต 18 มี.ค. เวลา 08.05 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. เวลา 08.05 น.

'พิพัฒน์' ขอบคุณสมาคมประมง มาคุยกันต่อหน้าเรื่องน้ำมัน ชี้ดีกว่าเอาเรือไปปิดอ่าว ขณะที่ผู้ร้องเรียนเสนอให้ตรึงราคาน้ำมันเขียวไม่เกิน 30 บาท

18 มี.ค. 69 - ที่ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย นายไตรฤกษณ์ มือสันทัด นายกสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย นำผู้ประกอบการเข้าพบ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม หารือแนวทางการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิงในภาคการประมง โดยมีกรมเจ้าท่า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ขอบคุณหลายหน่วยงานที่เข้ามานั่งประชุมวันนี้ และหารือกับสมาคมประมง ซึ่งวันนี้ที่พวกเราได้มามานั่งคุยกัน ตนคิดว่าวิธีนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุด ไม่ใช่อยู่ ๆ นำเรือไปปิดปากอ่าวหมด แบบนี้ตนคิดว่ามันไม่ควร มีอะไรรัฐบาลพร้อมที่จะรับฟังปัญหาทุกเรื่อง

โดยเฉพาะขณะนี้ปัญหาสงครามในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยที่รับความเดือดร้อน แต่หลายประเทศได้รับความเดือดร้อนเหมือนกับประเทศไทย พร้อมขอบคุณสมาคมประมงที่ได้ส่งจดหมาย เพื่อหารือกัน ซึ่งตนก็ไม่อยากไปตำหนิหน่วยงานอื่น ที่ไปปิดถนน เพื่อเรียกร้อง

สำหรับข้อเรียกร้องสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ขอให้รัฐบาลใช้มาตรการตรึงราคาน้ำมันเขียวไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร ในราคาเดียวกับหน้าปั๊ม พร้อมขอให้นำเงินกองทุนน้ำมันพยุงราคาผ่านจ็อบเบอร์ ที่ขายน้ำมันให้กับเรือประมงที่เติมน้ำมันบนฝั่ง และขอให้นำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศสำหรับชาวประมง ทั้งฝั่งอ่าวไทย และฝั่งอันดามัน ซึ่งที่ผ่านมามีมติ ครม.ไปแล้ว เมื่อวันที่ 14 มี.ค. 2549 แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถทำได้ เพราะยังไม่มีกฎระเบียบรองรับ

นอกจากนี้ยังขอลดค่ากลั่นน้ำมันเขียวของโรงกลั่นลงลิตรละ 5 บาท และขอให้ช่วยเหลือประมงพื้นบ้านให้สามารถเติมน้ำมันได้ในราคาที่ถูกลง เพราะประมงพื้นบ้านมีทางที่ใช้น้ำมันเบนซินและดีเซล

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 'พิพัฒน์' ขอบคุณสมาคมประมง มาคุยกันต่อหน้าเรื่องน้ำมัน ชี้ดีกว่าเอาเรือไปปิดอ่าว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...