โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ตลาดอสังหาฯ ยูเออีซบเซาหนัก หุ้นร่วง 51% เซ่นพิษสงครามตะวันออกกลาง

Thaiger

อัพเดต 18 มี.ค. เวลา 17.36 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. เวลา 10.36 น. • Thaiger ข่าวไทย

กิจกรรมการซื้อขายในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ชะลอตัวลงอย่างรุนแรงนับตั้งแต่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางรอบล่าสุดปะทุขึ้น ตามรายงานของวาณิชธนกิจยักษ์ใหญ่อย่าง Goldman Sachs เผยว่าความไม่แน่นอนในภูมิภาคที่พุ่งสูงขึ้นกำลังเริ่มส่งผลกระทบโดยตรงต่อความต้องการซื้อที่อยู่อาศัย

ยอดซื้อขายทรุดหนักสุดในรอบหลายวิกฤต

สงครามที่กำลังย่างเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 ได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับตลาดทั่วภูมิภาค พร้อมทั้งดันความผันผวนในสินทรัพย์ทางการเงินและพลังงานให้สูงขึ้น ทีมนักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs นำโดย ฮาร์ช เมห์ตา เปิดเผยว่า ข้อมูลการทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ในช่วงต้นเดือนมีนาคมแสดงให้เห็นถึงการชะลอตัวอย่างชัดเจน

ภาพรวมมูลค่าการทำธุรกรรมในช่วงครึ่งแรกของเดือนมีนาคมลดลงถึง 31% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และดิ่งลงถึง 51% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า (MoM) นับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้น

ตัวเลขนี้ถือเป็นการทรุดตัวที่รุนแรงกว่าวิกฤตหลายครั้งก่อนหน้านี้ในตลาดอสังหาฯ ของยูเออี เช่น

  • น้ำท่วมดูไบ เม.ย. 2024: ยอดซื้อขายลดลง 19% (MoM)
  • ความขัดแย้งอิหร่าน-อิสราเอล พ.ย. 2024: ยอดซื้อขายลดลง 32% (MoM)
  • เหตุการณ์ความตึงเครียด มิ.ย. 2025: ยอดซื้อขายลดลง 17% (MoM)

วิลล่า-อพาร์ตเมนต์ กอดคอร่วง

ความอ่อนแอของตลาดทวีความรุนแรงขึ้นในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนมีนาคม มูลค่าการทำธุรกรรมดิ่งลง 42% (YoY) ซึ่งปัจจัยหลักมาจากความซบเซาในตลาดรอง ที่ร่วงลง 59% (YoY) โดยเฉพาะกลุ่มบ้านวิลล่าที่ทรุดหนักถึง 89% (YoY)

ขณะเดียวกัน ปริมาณการทำธุรกรรมโดยรวมก็หดตัวลง 38% (YoY) โดยได้รับผลกระทบหนักจากกลุ่มโครงการที่ยังสร้างไม่เสร็จหรือขายดาวน์ที่ลดลง 52% (YoY) นำโดยกลุ่มอพาร์ตเมนต์ที่ยอดซื้อขายร่วงลงถึง 59% (YoY)

AP Photo

แนวโน้มราคา ผลกระทบต่อบริษัทผู้พัฒนาฯ

สำหรับช่วงวันที่ 1-12 มีนาคมที่ผ่านมา แนวโน้มราคาอสังหาริมทรัพย์มีการปรับตัวดังนี้

  • ราคาอพาร์ตเมนต์ต่อตารางฟุต ลดลง 3% (YoY) และลดลง 8% (MoM)
  • ราคาวิลล่า ภาพรวมรายปียังคงปรับตัวสูงขึ้น 16% (YoY) แต่เริ่มมีสัญญาณชะลอตัวโดยลดลง 2% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า
  • ราคาเฉลี่ยรวมทุกประเภทต่อตารางฟุต ปรับขึ้นเล็กน้อย 1% (YoY) แต่ลดลง 7% (MoM)

ผลกระทบจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์นี้ยังลามไปถึงตลาดหุ้น หุ้นของ Emaar Properties PJSC ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของยูเออี และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังโครงการระดับโลกอย่างตึก Burj Khalifa และ Dubai Mall ร่วงลงไปแล้วเกือบ 40% นับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มขึ้น เนื่องจากนักลงทุนกำลังประเมินความเสี่ยงและแนวโน้มของภาคอสังหาริมทรัพย์ในภูมิภาคนี้ใหม่ทั้งหมด

ตลาดหุ้นอาเซียนป่วน ไทย-ฟิลิปปินส์-สิงคโปร์ รับแรงกระแทก

หันมามองที่ภูมิภาคอาเซียน ผลกระทบหลักที่กดดันตลาดหุ้นคือ ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูงขึ้น และความกังวลเรื่องการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันหลักของโลก ส่งผลให้กลุ่มประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูงได้รับผลกระทบโดยตรง

ดัชนีหุ้นไทยเผชิญความผันผวนอย่างหนัก ในช่วงต้นเดือนมีนาคมดัชนีร่วงลงกว่า 3% ท่ามกลางแรงเทขายของนักลงทุนต่างชาติ กลุ่มที่เสียผลประโยชน์ ได้แก่ หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม และโรงพยาบาล ร่วงหนักจากความกังวลว่านักท่องเที่ยวชาวตะวันออกกลางและยุโรปจะชะลอการเดินทาง

ขณะที่กลุ่มที่ได้ผลประโยชน์ คือหุ้นกลุ่มพลังงานและโรงกลั่น (เช่น PTTEP) ปรับตัวบวกขึ้นสวนทางตลาดรับอานิสงส์ราคาน้ำมันแพง

วิกฤตห่วงโซ่อุปทาน ภาคธุรกิจเริ่มได้รับผลกระทบจากค่าระวางเรือขนส่งที่พุ่งสูงขึ้นและวัตถุดิบขาดแคลน ล่าสุดมีรายงานว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ของไทยอย่าง SCG ต้องระงับการดำเนินงานของโรงงานเคมีภัณฑ์บางแห่งชั่วคราวเนื่องจากข้อจำกัดด้านอุปทาน

ฟิลิปปินส์และสิงคโปร์ เผชิญความเสี่ยงเรื่องอัตราเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่อาจพุ่งสูงขึ้นตามราคาพลังงานและต้นทุนการขนส่ง

มาเลเซีย ม้ามืด ผงาดรับอานิสงส์สงคราม

ในขณะที่ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ในเอเชียกำลังแดงเดือด มาเลเซีย กลับกลายเป็นเซฟโซนของนักลงทุนต่างชาติ ทำผลงานได้ดีกว่าประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากมาเลเซียเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในเอเชียที่เป็นผู้ส่งออกสุทธิด้านพลังงาน

ราคาน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลดีต่อรายได้ของมาเลเซียที่มีแหล่งขุดเจาะนอกชายฝั่ง ทำให้กระแสเงินทุนต่างชาติ ยังคงไหลเข้าตลาดหุ้นมาเลเซีย สวนทางกับตลาดเกิดใหม่แห่งอื่นๆ ในภูมิภาค แถมยังช่วยพยุงค่าเงินริงกิตให้แข็งแกร่งขึ้นด้วย

พอล เทรย์แมน COO ฟาสวาส (FazWaz) ประเทศไทย บริษัทเทคโนโลยีและนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ กล่าวว่า ช่วงนี้คือ จุดเปลี่ยนผ่านของกระแสเงินทุนโลกที่นักลงทุนไทยต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

ตัวเลขยอดการทำธุรกรรมในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่ร่วงลงกว่า 51% ถือเป็นสัญญาณความเชื่อมั่นของนักลงทุนระดับไฮเอนด์มีความอ่อนไหวต่อความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างรุนแรง แม้ดูไบจะเคยถูกมองว่าเป็นสวรรค์ของการลงทุน แต่เมื่อมีสงครามเข้ามาประชิด เม็ดเงินทุนข้ามชาติก็พร้อมที่จะหยุดชะงักและมองหาทางหนีทีไล่ทันที

เมื่อมองกลับมาที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงประเทศไทยเอง แม้เราจะได้ผลกระทบจากตลาดหุ้นที่ผันผวน ค่าครองชีพเตรียมขยับขึ้นตามราคาน้ำมันโลก แต่วิกฤตนี้กลับมองเห็นโอกาสเช่นกัน

การชะลอตัวของตลาดตะวันออกกลางอาจทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายเงินทุน กลุ่มนักลงทุนตะวันตก รัสเซีย หรือแม้แต่เศรษฐีในตะวันออกกลางเอง อาจเริ่มมองหาแหล่งโอกาสแห่งใหม่ที่มีความเสถียรภาพทางการเมืองและปลอดสงคราม ซึ่งประเทศไทย โดยเฉพาะทำเลศักยภาพอย่างภูเก็ต กรุงเทพฯ และพัทยา มีความพร้อมอย่างมากในการรองรับดีมานด์การซื้อบ้านหลังที่สองเพื่อกระจายความเสี่ยง

อย่างไรก็ตาม หัวเรือใหญ่ FazWaz ได้เน้นย้ำถึงความท้าทายใหญ่ที่ผู้พัฒนาอสังหาฯ และผู้ซื้อในไทยต้องเตรียมรับมือ นั่นคือเรื่องของห่วงโซ่อุปทานและต้นทุนการก่อสร้าง ราคาน้ำมันและค่าระวางเรือที่พุ่งสูงขึ้น จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาวัสดุก่อสร้าง การนำเข้าเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งจะไปกดดันอัตรากำไรของฝั่งผู้พัฒนาโครงการ จนอาจส่งผลให้ราคาบ้านที่กำลังจะเปิดตัวใหม่ต้องปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนที่แท้จริง

สำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนอสังหาริมทรัพย์เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ ควรให้น้ำหนักไปที่โครงการที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่มากกว่าโครงการที่ยังสร้างไม่เสร็จ เพราะสามารถล็อกต้นทุนได้ทันที ตัดความเสี่ยงเรื่องราคาวัสดุก่อสร้างที่อาจบานปลายในอนาคต และสร้างผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าได้ทันทีในจังหวะที่ทั่วโลกกำลังต้องการพื้นที่ปลอดภัย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...