เปิดยุทธการเดือด Big Bang Hatyai สนธิกำลังปูพรมบุก 10 จุดกลางเมืองหาดใหญ่ ทลายเครือข่ายยานรกซุกชุมชน
วันที่ 17 มีนาคม 2569 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) เปิดปฏิบัติการเชิงรุกครั้งใหญ่ภายใต้ชื่อ Big Bang Hatyai สนธิกำลังร่วมกับหลายหน่วยงานความมั่นคง เข้าปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายเครือข่ายยาเสพติด 10 จุดสำคัญในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มุ่งเน้นการตัดวงจรผู้ค้ารายย่อยและแหล่งมั่วสุมในเขตเศรษฐกิจ เพื่อคืนความสงบสุขให้แก่พี่น้องประชาชน
ปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่กำหนดให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็น วาระแห่งชาติ โดยได้รับการอำนวยการและสั่งการอย่างใกล้ชิดจาก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชาระดับสูง อาทิ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม และ พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. โดยกำชับให้ทุกหน่วยงานเดินหน้าปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มข้นในทุกมิติ ตั้งแต่การสืบสวนขยายผล การจับกุมผู้ค้า ไปจนถึงการใช้มาตรการยึดทรัพย์สินเพื่อขุดรากถอนโคนและตัดเส้นทางการเงินของขบวนการค้ายาเสพติดอย่างเด็ดขาด
พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. เปิดเผยรายละเอียดว่า เพื่อเป็นการตัดวงจรการแพร่ระบาดของยาเสพติดในระดับชุมชน กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 4 (บก.ปส.4) ภายใต้การนำของ พล.ต.ต.ธีระ ทองระยับ ผบก.ปส.4 จึงได้เปิดปฏิบัติการ Big Bang Hatyai ขึ้น โดยเป็นการสนธิกำลังร่วมกันระหว่าง ตำรวจปราบปรามยาเสพติด, ตำรวจภูธรภาค 9, สำนักงาน ปปส.ภาค 9, ศูนย์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองทัพเรือ ภาค 2, กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า (ชุดภัยแทรกซ้อน) และฝ่ายปกครองในพื้นที่ จัดชุดปฏิบัติการจำนวน 10 ชุด เข้าตรวจค้นพร้อมกัน 10 จุดเป้าหมายในเขตอำเภอหาดใหญ่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญของภาคใต้
จากการสืบสวนพบว่ามีกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดฝังตัวอยู่ในชุมชน และมีการรวมกลุ่มมั่วสุมจนสร้างความหวาดระแวงและความเดือดร้อนให้แก่คนในพื้นที่ โดยมีเป้าหมายหลักอยู่ที่ ชุมชนเขต 8 และ ชุมชนริมทางรถไฟ ถนนจันทร์วิโรจน์ ซึ่งเป็นแหล่งพักยาและกระจายยาเสพติดรายย่อยที่สำคัญ
จากการปฏิบัติการในช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวบุคคลตามหมายจับและผู้ต้องหาตามเป้าหมายได้ทั้งหมด 10 เป้าหมาย โดยสรุปผลได้ดังนี้: การจับกุมยาเสพติด: ดำเนินคดีรวม 6 คดี จับกุมผู้ต้องหาได้ 6 คน โดยสามารถรวบตัวบุคคลตามหมายจับค้างเก่าได้ 4 ราย ของกลางที่ตรวจยึดรวมทั้งสิ้น 31 รายการ ประกอบด้วย ยาบ้า 19 เม็ด และยาไอซ์แบ่งบรรจุซองเล็กจำนวน 29 ซอง (น้ำหนักรวมประมาณ 13.40 กรัม) ย้ำชัด! ผู้เสพคือผู้ป่วย ผู้ค้าต้องรับโทษหนัก
พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง กล่าวทิ้งท้ายอย่างดุดันว่า ปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการส่งสัญญาณเตือนว่า เจ้าหน้าที่รัฐจะไม่มีวันผ่อนปรนให้กับผู้ที่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ยาเสพติดคือภัยร้ายที่กัดกินสังคม เราจะเดินหน้ากวาดล้างทั้งผู้ค้า ผู้สนับสนุน และเครือข่ายทั้งหมดอย่างเด็ดขาด เพื่อให้ประชาชนใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย และปกป้องลูกหลานไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการเหล่านี้
นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังควบคู่ไปกับนโยบายเมตตาธรรม โดยจะนำตัวผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาตามแนวคิด “ผู้เสพคือผู้ป่วย” เพื่อให้โอกาสกลับตัวเป็นคนดีของสังคม ส่วนกลุ่มผู้ค้าจะถูกดำเนินคดีขั้นสูงสุดและขยายผลถึงผู้บงการเบื้องหลังต่อไป
ผู้สื่อข่าวนครบาล รายงาน