ผอ.ศูนย์ต้านก่อการร้ายสหรัฐลาออก ประท้วงการทำสงครามในอิหร่าน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 17 มี.ค. ว่านายโจเซฟ เคนต์ ยื่นหนังสือถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เพื่อขอลาออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติ ( เอ็นซีทีซี ) เพื่อแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ต่อการที่สหรัฐทำสงครามกับอิหร่าน นับเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนแรกในรัฐบาลทรัมป์ ที่ลาออกเพื่อประท้วงสงครามครั้งนี้
เครต์ วัย 45 ปี กล่าวว่า "ไม่อาจสนับสนุนสงครามในอิหร่านที่กำลังดำเนินอยู่ด้วยมโนธรรมที่บริสุทธิ์" แล้วกล่าวถึงตัวเองในฐานะทหารผ่านศึกซึ่งเคยออกรบมาแล้ว 11 ครั้ง และสูญเสียภรรยาซึ่งเป็นทหารหญิง จากเหตุระเบิดฆ่าตัวตายในซีเรีย เมื่อปี 2562 ว่า "ไม่อาจสนับสนุนการส่งคนรุ่นต่อไปออกไปสู้รบและล้มตาย ในสงครามที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อชาวอเมริกัน และไม่คุ้มค่าพอกับการต้องแลกด้วยชีวิตของชาวอเมริกัน"
ขณะเดียวกัน เคนต์กล่าวด้วยว่า "อิหร่านไม่ใช่ภัยคุกคามจวนตัวต่อสหรัฐ" อย่างไรก็ตาม ในช่วงต้นสมัยที่สองของรัฐบาลชุดนี้ มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิสราเอลและกลุ่มผู้มีอิทธิพลในแวดวงสื่อของสหรัฐ ร่วมกันสร้าง "แคมเปญข้อมูลเท็จ" เพื่อปั่นกระแสกระหายสงคราม "ซึ่งเป็นคำโกหกและเป็นยุทธวิธีที่อิสราเอลใช้ เพื่อลากสหรัฐเข้าสู่สงครามกับอิหร่าน"
ทั้งนี้ หลังลาออกจากการรับราชการ ในหน่วยรบพิเศษกรีนเบเรต์ของกองทัพบกสหรัฐ เคนต์เคยทำงานเป็นเจ้าหน้าที่กึ่งทหารให้กับสำนักข่าวกรองกลาง ( ซีไอเอ ) ส่วนตำแหน่งในเอ็นซีทีซี คือการดูแลการวิเคราะห์และประสานงานการตอบโต้ภัยคุกคามจากการก่อการร้าย และเป็นหนึ่งในที่ปรึกษาหลักด้านการต่อต้านการก่อการร้ายของประธานาธิบดีสหรัฐ.
เครดิตภาพ : AFP