โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“จีน” โต้กลับร่างกฎหมายสหรัฐ สกัดอุตฯ ชิป AI เตรียมมาตรการตอบโต้

การเงินธนาคาร

อัพเดต 13 พ.ค. เวลา 17.25 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. เวลา 10.25 น.

"จีน" เริ่มเคลื่อนไหวตอบโต้ร่างกฎหมาย MATCH Act ของสหรัฐ ที่มีเป้าหมายจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีผลิตชิป AI ของจีน เตรียมมาตรการตอบโต้-เรียกนักการทูตสหรัฐเข้าพบ

วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 เวลา 17.04 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าจีนเริ่มเคลื่อนไหวตอบโต้ร่างกฎหมายใหม่ของสหรัฐฯ ที่มีเป้าหมายสกัดอุตสาหกรรมชิปของจีนในการแข่งขัน AI โลก สะท้อนความกังวลของปักกิ่งต่อความพยายามของวอชิงตันในการปิดล้อมเทคโนโลยีจีน

ร่างกฎหมายดังกล่าวมีชื่อว่า“MATCH Act” และคาดว่าจะถูกหยิบยกขึ้นหารือระหว่างการพบกันของโดนัลด์ ทรัมป์ และสี จิ้นผิง ที่กรุงปักกิ่งในสัปดาห์นี้

ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา รัฐบาลทรัมป์ยังไม่ได้ออกมาตรการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีใหม่เพิ่มเติมต่อจีน แม้จะมีความกังวลด้านความมั่นคงแห่งชาติ อย่างไรก็ตาม รัฐสภาสหรัฐกลับเดินหน้าเอง โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเสนอร่าง MATCH Act เมื่อเดือนที่ผ่านมา เพื่อทำให้ผู้ผลิตชิปจีนเข้าถึงเซมิคอนดักเตอร์สำหรับ AI ได้ยากขึ้น

หนึ่งในกลไกสำคัญของร่างกฎหมาย คือ การกดดันประเทศพันธมิตรให้ร่วมจำกัดการส่งออกอุปกรณ์ผลิตชิปไปยังจีน รวมถึงกำหนดให้ต้องขอใบอนุญาตในการซ่อมบำรุงเครื่องจักรที่เกี่ยวข้อง

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสร้างความไม่พอใจอย่างมากในจีน โดยเจ้าหน้าที่จีนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ร่างกฎหมายอย่างเปิดเผย พร้อมเตรียมมาตรการตอบโต้ หากกฎหมายผ่านจริง

แหล่งข่าวระบุว่า จีนถึงขั้นเรียกนักการทูตจากสถานทูตสหรัฐในปักกิ่งเข้าพบ เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อร่างกฎหมายดังกล่าว สะท้อนว่าจีนมองประเด็นนี้เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์จีน (MOFCOM) ยังเชิญตัวแทนอุตสาหกรรมชิปของสหรัฐฯ เข้าหารือที่สถานทูตจีนในกรุงวอชิงตัน เพื่อพูดคุยเรื่องอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึง MATCH Act ด้วย

Ryan Fedasiuk อดีตที่ปรึกษาด้านจีน–สหรัฐของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่า “สภาคองเกรสเข้าใจดีว่าการชนะการแข่งขัน AI กับจีนมีความสำคัญเพียงใด และปักกิ่งเองก็รู้ว่าอุตสาหกรรมผลิตชิปของตนยังเปราะบางอย่างมากต่อมาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ”

การพบกันระหว่างทรัมป์และสี จิ้นผิงครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกหลังทั้งสองประเทศบรรลุข้อตกลงพักรบทางการค้าที่เกาหลีใต้เมื่อปีที่ผ่านมา แม้ประเด็นอื่นจะเป็นหัวข้อหลักของการหารือ แต่แหล่งข่าวระบุว่า ฝ่ายจีนได้หยิบยก MATCH Act ขึ้นพูดคุยในการประชุมเตรียมการก่อนการประชุมสุดยอดแล้ว

ด้านทำเนียบขาวยังไม่ได้ประกาศจุดยืนอย่างเป็นทางการต่อร่างกฎหมายดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่รายหนึ่งระบุว่า รัฐบาลจะไม่แสดงความเห็นล่วงหน้าต่อกฎหมายที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจีนเริ่มส่งสัญญาณตอบโต้ชัดเจนตั้งแต่ร่างกฎหมายถูกเสนอเข้าสภาเมื่อเดือนก่อน

Liu Pengyu โฆษกสถานทูตจีนในวอชิงตัน กล่าวหาว่าสหรัฐฯ “ใช้ข้ออ้างทุกอย่างเพื่อกดดันประเทศอื่นให้เข้าร่วมการปิดล้อมเทคโนโลยีจีน”

หลังคณะกรรมาธิการต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติสนับสนุนร่าง MATCH Act เมื่อวันที่ 22 เมษายน พร้อมกฎหมายด้าน AI และเซมิคอนดักเตอร์ฉบับอื่น ๆ กระทรวงพาณิชย์จีนก็ออกแถลงการณ์เตือนว่า หากกฎหมายผ่าน จะบ่อนทำลายระเบียบเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศอย่างรุนแรง

จีนยังประกาศว่าจะใช้มาตรการจำเป็นอย่างเด็ดขาด เพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของบริษัทจีน

เมื่อวันที่ 13 เมษายน จีนยังออกกฎใหม่ที่เปิดทางให้รัฐบาลเพิ่มรายชื่อบุคคลหรือองค์กรที่สนับสนุนมาตรการต่างประเทศที่ไม่เหมาะสมเข้าไปในบัญชี “Malicious Entity List” พร้อมเปิดช่องให้ดำเนินคดีทางกฎหมายได้

MATCH Act มีเป้าหมายปิดช่องโหว่ในการส่งออกเครื่องจักรผลิตชิปไปยังจีน โดยมุ่งไปที่เทคโนโลยีสำคัญจากสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็น 3 ประเทศที่ครองตลาดอุปกรณ์ผลิตชิปโลก หากประเทศพันธมิตรไม่ร่วมจำกัดการส่งออกภายในเวลาที่กำหนด ร่างกฎหมายจะเปิดทางให้สหรัฐฯ ใช้มาตรการควบคุมเพิ่มเติมเอง

บริษัทที่อาจได้รับผลกระทบโดยตรง ได้แก่ ASML ผู้ผลิตเครื่อง lithography รายใหญ่ที่สุดของโลกจากเนเธอร์แลนด์ และ Tokyo Electron ผู้ผลิตอุปกรณ์ชิปจากญี่ปุ่น

ก่อนหน้านี้ Reuters รายงานว่า Micron Technology บริษัทผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ของสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในแรงผลักดันสำคัญเบื้องหลังร่าง MATCH Act

ล่าสุด ร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านคณะกรรมาธิการต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฎรด้วยคะแนน 36 ต่อ 8 หลังผ่านการแก้ไขหลายรอบจากแรงล็อบบี้ของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสหรัฐฯ

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจจีน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...