“จีน” โต้กลับร่างกฎหมายสหรัฐ สกัดอุตฯ ชิป AI เตรียมมาตรการตอบโต้
"จีน" เริ่มเคลื่อนไหวตอบโต้ร่างกฎหมาย MATCH Act ของสหรัฐ ที่มีเป้าหมายจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีผลิตชิป AI ของจีน เตรียมมาตรการตอบโต้-เรียกนักการทูตสหรัฐเข้าพบ
วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 เวลา 17.04 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าจีนเริ่มเคลื่อนไหวตอบโต้ร่างกฎหมายใหม่ของสหรัฐฯ ที่มีเป้าหมายสกัดอุตสาหกรรมชิปของจีนในการแข่งขัน AI โลก สะท้อนความกังวลของปักกิ่งต่อความพยายามของวอชิงตันในการปิดล้อมเทคโนโลยีจีน
ร่างกฎหมายดังกล่าวมีชื่อว่า“MATCH Act” และคาดว่าจะถูกหยิบยกขึ้นหารือระหว่างการพบกันของโดนัลด์ ทรัมป์ และสี จิ้นผิง ที่กรุงปักกิ่งในสัปดาห์นี้
ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา รัฐบาลทรัมป์ยังไม่ได้ออกมาตรการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีใหม่เพิ่มเติมต่อจีน แม้จะมีความกังวลด้านความมั่นคงแห่งชาติ อย่างไรก็ตาม รัฐสภาสหรัฐกลับเดินหน้าเอง โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเสนอร่าง MATCH Act เมื่อเดือนที่ผ่านมา เพื่อทำให้ผู้ผลิตชิปจีนเข้าถึงเซมิคอนดักเตอร์สำหรับ AI ได้ยากขึ้น
หนึ่งในกลไกสำคัญของร่างกฎหมาย คือ การกดดันประเทศพันธมิตรให้ร่วมจำกัดการส่งออกอุปกรณ์ผลิตชิปไปยังจีน รวมถึงกำหนดให้ต้องขอใบอนุญาตในการซ่อมบำรุงเครื่องจักรที่เกี่ยวข้อง
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสร้างความไม่พอใจอย่างมากในจีน โดยเจ้าหน้าที่จีนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ร่างกฎหมายอย่างเปิดเผย พร้อมเตรียมมาตรการตอบโต้ หากกฎหมายผ่านจริง
แหล่งข่าวระบุว่า จีนถึงขั้นเรียกนักการทูตจากสถานทูตสหรัฐในปักกิ่งเข้าพบ เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อร่างกฎหมายดังกล่าว สะท้อนว่าจีนมองประเด็นนี้เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง
นอกจากนี้ เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์จีน (MOFCOM) ยังเชิญตัวแทนอุตสาหกรรมชิปของสหรัฐฯ เข้าหารือที่สถานทูตจีนในกรุงวอชิงตัน เพื่อพูดคุยเรื่องอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึง MATCH Act ด้วย
Ryan Fedasiuk อดีตที่ปรึกษาด้านจีน–สหรัฐของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่า “สภาคองเกรสเข้าใจดีว่าการชนะการแข่งขัน AI กับจีนมีความสำคัญเพียงใด และปักกิ่งเองก็รู้ว่าอุตสาหกรรมผลิตชิปของตนยังเปราะบางอย่างมากต่อมาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ”
การพบกันระหว่างทรัมป์และสี จิ้นผิงครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกหลังทั้งสองประเทศบรรลุข้อตกลงพักรบทางการค้าที่เกาหลีใต้เมื่อปีที่ผ่านมา แม้ประเด็นอื่นจะเป็นหัวข้อหลักของการหารือ แต่แหล่งข่าวระบุว่า ฝ่ายจีนได้หยิบยก MATCH Act ขึ้นพูดคุยในการประชุมเตรียมการก่อนการประชุมสุดยอดแล้ว
ด้านทำเนียบขาวยังไม่ได้ประกาศจุดยืนอย่างเป็นทางการต่อร่างกฎหมายดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่รายหนึ่งระบุว่า รัฐบาลจะไม่แสดงความเห็นล่วงหน้าต่อกฎหมายที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจีนเริ่มส่งสัญญาณตอบโต้ชัดเจนตั้งแต่ร่างกฎหมายถูกเสนอเข้าสภาเมื่อเดือนก่อน
Liu Pengyu โฆษกสถานทูตจีนในวอชิงตัน กล่าวหาว่าสหรัฐฯ “ใช้ข้ออ้างทุกอย่างเพื่อกดดันประเทศอื่นให้เข้าร่วมการปิดล้อมเทคโนโลยีจีน”
หลังคณะกรรมาธิการต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติสนับสนุนร่าง MATCH Act เมื่อวันที่ 22 เมษายน พร้อมกฎหมายด้าน AI และเซมิคอนดักเตอร์ฉบับอื่น ๆ กระทรวงพาณิชย์จีนก็ออกแถลงการณ์เตือนว่า หากกฎหมายผ่าน จะบ่อนทำลายระเบียบเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศอย่างรุนแรง
จีนยังประกาศว่าจะใช้มาตรการจำเป็นอย่างเด็ดขาด เพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของบริษัทจีน
เมื่อวันที่ 13 เมษายน จีนยังออกกฎใหม่ที่เปิดทางให้รัฐบาลเพิ่มรายชื่อบุคคลหรือองค์กรที่สนับสนุนมาตรการต่างประเทศที่ไม่เหมาะสมเข้าไปในบัญชี “Malicious Entity List” พร้อมเปิดช่องให้ดำเนินคดีทางกฎหมายได้
MATCH Act มีเป้าหมายปิดช่องโหว่ในการส่งออกเครื่องจักรผลิตชิปไปยังจีน โดยมุ่งไปที่เทคโนโลยีสำคัญจากสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็น 3 ประเทศที่ครองตลาดอุปกรณ์ผลิตชิปโลก หากประเทศพันธมิตรไม่ร่วมจำกัดการส่งออกภายในเวลาที่กำหนด ร่างกฎหมายจะเปิดทางให้สหรัฐฯ ใช้มาตรการควบคุมเพิ่มเติมเอง
บริษัทที่อาจได้รับผลกระทบโดยตรง ได้แก่ ASML ผู้ผลิตเครื่อง lithography รายใหญ่ที่สุดของโลกจากเนเธอร์แลนด์ และ Tokyo Electron ผู้ผลิตอุปกรณ์ชิปจากญี่ปุ่น
ก่อนหน้านี้ Reuters รายงานว่า Micron Technology บริษัทผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ของสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในแรงผลักดันสำคัญเบื้องหลังร่าง MATCH Act
ล่าสุด ร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านคณะกรรมาธิการต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฎรด้วยคะแนน 36 ต่อ 8 หลังผ่านการแก้ไขหลายรอบจากแรงล็อบบี้ของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสหรัฐฯ
อ้างอิง : www.reuters.com