โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

'น้ำผึ้ง-กานต์ธีรา' นำทีมมิสเวิลด์ไทยแลนด์ 2026 เผยตัวตนที่เปลี่ยนชีวิตให้เป็นเวอร์ชันที่สุดภูมิใจ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 13 พ.ค. เวลา 10.17 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. เวลา 10.12 น.

‘น้ำผึ้ง-กานต์ธีรา’ นำทีมมิสเวิลด์ไทยแลนด์ 2026 เผยตัวตนที่เปลี่ยนชีวิตให้เป็นเวอร์ชันที่สุดภูมิใจ

บนเส้นทางสู่ความสำเร็จของเหล่าสาวงาม Miss World Thailand 2026 เบื้องหลังความสวยงามและรอยยิ้มบนเวที คือการต่อสู้กับความกลัว การก้าวข้ามขีดจำกัด และการค้นพบความหมายที่แท้จริงของคำว่า “ชัยชนะ” ที่ไม่ได้วัดกันเพียงแค่ตำแหน่ง แต่วัดกันที่ “หัวใจ” ที่ไม่ยอมจำนน

จนในที่สุด ความมุ่งมั่นและพยายามก็ตอบแทนพวกเธอ นำโดย น้ำผึ้ง – กานต์ธีรา เตชะภัทรธนากุล Miss World Thailand 2026, มาลัย – มาลัยกะ คาร – รองอันดับ 1, คิม – จิราพัชร ดาทุมมา รองอันดับ 2, อติน่า – อติน่า คนธรสพรรณ รองอันดับ 3 และเบนซ์ – ปัณณิกา บุญศิริฐากร รองอันดับ 4

  • เวทีประกวดเปลี่ยนชีวิต

น้ำผึ้ง – กานต์ธีรา เตชะภัทรธนากุล Miss World Thailand 2026 เผยว่า เป็นคืนที่เปลี่ยนชีวิตจริงๆ เพราะตั้งใจและวางแผนมาเพื่อเวทีนี้โดยเฉพาะ ผลตอบรับที่ได้จึงสมกับความคาดหวังและเป้าหมายที่ตั้งไว้

“ภูมิใจมากที่นอกจากชีวิตตัวเองจะเปลี่ยนแล้ว ยังสามารถส่งต่อและเปลี่ยนชีวิตคนอื่นได้ด้วย ในฐานะที่เป็น “ผู้รับ” (ไร้สัญชาติ) มาก่อน วันนี้ได้กลายเป็น “ผู้ให้” อย่างเต็มตัว” น้ำผึ้งกล่าว

ขณะที่ รองอันดับ 1 มาลัย – มาลัยกะ คาร เผยว่า รู้สึกว่าได้ชนะใจตัวเอง เพราะการประกวดแต่ละครั้งต้องเจอผู้เข้าประกวดที่แตกต่างและเก่งมากๆ ทุกคนมีศักยภาพสูงและเข้มแข็ง ยอมรับว่าปีนี้ไม่ง่ายเลย

คิม – จิราพัชร ดาทุมมา รองอันดับ 2 บอกว่า ปกติคิมมักจะทำในสิ่งที่ตัวเอง “เก่ง” ซึ่งบางครั้งอาจไม่ใช่สิ่งที่ “รัก” เสมอไป แต่เวทีนี้ทำให้ได้ทำทั้งสองอย่างพร้อมกัน โดยได้นำความรู้เรื่องจุลชีววิทยา (Microbiology) ที่เรียนมา มานำเสนอผ่านโครงการบนเวทีนางงาม เป็นการรวมความเก่งและความรักเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

อติน่า – อติน่า คนธรสพรรณ รองอันดับ 3 เผยว่า การประกวดครั้งนี้ ทำให้เธอได้เอาชนะความกลัว จากเมื่อก่อนเป็นคนกลัวการพูดในที่สาธารณะ และกลัวการตอบคำถามสดๆ มากที่สุด เมื่อขึ้นไปอยู่จุดนั้นจริงๆ ความกลัวหายไปเพราะต้องจดจ่อและโฟกัสกับตรงหน้า เวทีนี้ทำให้รู้ว่าสิ่งที่เราเคยกังวลว่าคนอื่นจะมองหรือตัดสินเราอย่างไรนั้น จริงๆ แล้วเราสามารถผ่านมันไปได้

เบนซ์ – ปัณณิกา บุญศิริฐากร รองอันดับ 4 บอกว่า รู้สึกว่าเวทีนี้เฟ้นหาผู้หญิงที่เพียบพร้อมและเก่งรอบด้านจริงๆ แม้เบนซ์จะมั่นใจเรื่องการร้องเพลงอยู่แล้ว แต่ที่นี่สอนให้ได้เรียนรู้ทักษะอื่นๆ เพิ่มเติม ทั้งการพูด การเดิน การวางตัว และการมีต้นแบบ (Role Model) ที่ดีจากรุ่นพี่และเพื่อนๆ

  • พลังแห่งการไม่ยอมแพ้และการค้นพบสมดุล

น้ำผึ้ง เล่าว่า เธอไร้สัญชาติตั้งแต่เกิดจนถึงอายุ 19 ปี โดยจุดเปลี่ยนสำคัญคือการได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งที่อเมริกา ทำให้เธอได้รับสัญชาติไทยเพื่อใช้ในการเดินทาง เธอสร้างโครงการ Day of Dream นี้ขึ้น เพื่อช่วยเหลือเด็กไร้สัญชาติคนอื่นๆ ทั้งเรื่องกองทุนการศึกษา และการให้ความรู้เรื่องการขอสัญชาติ เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาถูกมิจฉาชีพหลอก

“ชีวิตตอนไม่มีสัญชาติกับตอนที่มีเหมือน “ฟ้ากับเหว” สมัยก่อนจะเดินทางไปสอบหรือไปไหนต้องวางแผนล่วงหน้าและขออนุญาตทางการตลอด เธอเคยพลาดโอกาสในการสอบเข้าเรียนหมอหรือชิงทุนต่างประเทศเพียงเพราะไม่มีสัญชาติ ทั้งที่คะแนนสอบถึงเกณฑ์”

น้ำผึ้งย้ำว่า “เราเป็นหมอไม่ได้เพราะไม่มีสัญชาติ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราสอบไม่ได้”

วันนี้เธอก้าวข้ามขีดจำกัดนั้นมาเป็นนักเทคนิคการแพทย์ และคว้าตำแหน่ง Miss World Thailand ได้สำเร็จ

ขณะที่ มาลัย ก็เล่าภูมิหลังครอบครัวว่าเป็นลูกครึ่งไทย-ปากีสถาน เติบโตมาในครอบครัวที่ไม่มีคุณพ่อ

เธอเห็นคุณแม่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่สู้ชีวิต เลี้ยงลูก 5 คนเพียงลำพังในต่างแดนโดยไม่มีเทคโนโลยีหรือครอบครัวคอยช่วย สมัยอยู่ปากีสถาน เธอต้องเผชิญกับความรุนแรง ทั้งแก๊สน้ำตา เห็นคนถูกยิงต่อหน้า หรือเหตุระเบิด เธอเล่าถึงเหตุการณ์ที่ต้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอดเข้าไปในโรงเรียนท่ามกลางเสียงปืน เป็นภาพจำที่สร้างความกระทบจิตใจ (Trauma) มาตั้งแต่เด็ก ทุกวันนี้ แม้ย้ายมาไทยจะไม่มีเหตุระเบิดเหมือนปากีสถาน แต่เธอก็พบว่าสังคมยังมีความไม่เท่าเทียมและความรุนแรงในรูปแบบอื่น เช่น ปัญหายาเสพติดและการค้ามนุษย์บริเวณชายแดน

“มาลัยเริ่มทำงานเป็นจิตอาสากับมูลนิธิเพื่อส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม (ศูนย์เพื่อน้องหญิง) เพื่อเป็นกระบอกเสียงและสะพานเชื่อมระหว่างผู้ที่ได้รับความรุนแรงกับหน่วยงานรัฐ สำหรับมาลัยแล้ว เชื่อว่าเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะกระทำและเข้มแข็งได้ การเป็นจิตอาสาช่วยเยียวยาใจได้ เพราะเข้าใจความรู้สึกของคนที่ต้องการความช่วยเหลือแต่ไม่มีใครเหลียวแลในอดีต” มาลัย กล่าว

ส่วน“คิม” กล่าวว่า รู้สึกว่าหลายๆ ครั้งเธอไม่ได้เก่งพอ ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเก่งอะไรเป็นพิเศษ เป็นเหมือนที่เขาชอบใช้คำแทนก็คือคำว่า ‘เป็ด’ เหมือนเป็ดที่อันนี้ก็ทำได้ อันนี้ก็ทำได้ แต่อันนี้ก็ทำได้ แต่ไม่ได้เก่งสุดสักทาง

“แล้วก็รู้สึกว่าไม่มีที่ไหนเป็นของคิม เพราะว่าหลายๆ ครั้งเขาก็จะเลือกคนที่เก่งที่สุด คิมแทบจะไม่เคยชนะอะไรเลยด้วยซ้ำ หลายๆ ครั้งเวลาประกวดหรือทำอะไรก็จะเหมือนได้เข้าร่วม ไม่เคยชนะอะไรเลย แต่คิมรู้สึกว่าคิมไม่เคยหยุดที่จะพยายามเพื่อที่จะทำในสิ่งที่รัก การที่คิมไม่ยอมแพ้ สักวันหนึ่งมันก็จะเป็นของคิม ถึงแม้หลายๆ ครั้งมันจะพังเละเทะ แพ้ไม่เป็นท่า แต่ก็ก้าวข้ามผ่านมันมาได้ทุกที จนมาเป็นคิมในเวอร์ชันปัจจุบัน และชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือ ‘ชนะใจตัวเอง’ วันนี้คิมภูมิใจมากที่เห็นตัวเองพัฒนาขึ้น ไม่เหมือนวันนั้นแล้ว วันนี้เราทำมันได้แล้ว”

ด้าน“อติน่า” เล่าว่า “ก่อนที่จะเข้ามาเวทีนี้หนูไม่ได้มีประสบการณ์กับเวทีอื่นเลย และไม่เคยดูนางงามด้วยซ้ำ แต่มันเป็นเวทีแรกที่ทำออกมาได้ดีและน่าภูมิใจ เพราะหนูเคยไปประกวดที่อื่น ส่งออดิชั่นแต่ก็ไม่ติดมาหลายที่ แต่เวทีนี้ให้โอกาสหนูได้ลองดูสักครั้ง อีกทั้งหนูว่าหนูก็เป็นเหมือนพี่คิม ‘มนุษย์เป็ด’ เพราะรู้สึกว่าไม่ได้เก่งด้านใดด้านหนึ่งขนาดนั้น จะเต้น จะร้อง จะเดินแบบ หรือ Speech มันก็ฟีลแบบเท่าๆ กันหมด บางทีก็ดีบางทีก็ไม่ดี แต่มันสอนอะไรหลายอย่างมาก”

ปิดท้าย “เบนซ์” เล่าว่า ชีวิตแต่ละคนก็มีเบส (Base) ที่ไม่เหมือนกัน สำหรับเบนซ์ รู้สึกว่าเป็นคนที่โชคดีคนหนึ่งที่มีครอบครัวที่ Healthy และคอยซัพพอร์ตในทุกๆ อย่าง”

“มีบางช่วงเวลาที่เบนซ์ก็หลงทางเหมือนกันตอนไปเรียนต่างประเทศ เจอเพื่อนใหม่ๆ แล้วเรารักสนุกจนลืมเป้าหมาย ซึ่งถามว่าเบนซ์เสียใจไหม เบนซ์มองว่าทุกอย่างมันคือประสบการณ์และบทเรียนชีวิต เบนซ์เชื่อว่าชีวิตเราทุกคนทำตามใจตัวเองได้ แต่ในขณะเดียวกันต้องหา Balance ให้เจอ บางอย่างเราทำเพราะมีความสุข บางอย่างเราทำแล้วต้องใช้ Logic ในการดำเนินชีวิต “บทเรียนชีวิตของเบนคือ เราไม่ควรซ้ายสุดหรือขวาสุด แต่ควรหาความสมดุลตรงกลางกับทุกๆ เรื่อง” เบนซ์กล่าว

  • มาตรฐานของ “โอปอล” และการเตรียมตัวสู่ระดับโลก

ปิดท้าย น้ำผึ้ง เผยถึงการเตรียมตัวประกวดมิสเวิลด์ ที่เวียดนาม เดือนกันยายน 2569 นี้ว่า สิ่งที่ โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี มิสเวิลด์ 2025 สร้างไว้มันคือมาตรฐานของคำว่า Miss World จริงๆ ก็คือตรงบริบทเวทีแม่หมดเลย เพราะฉะนั้นสิ่งที่โอปอลทำมา มันคือแนวทางที่จะทำให้ตัวแทนประเทศไทยคนต่อๆ ไปสามารถไปได้อย่างถูกทาง ซึ่งเหมือนไกด์แนวไว้แล้ว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘น้ำผึ้ง-กานต์ธีรา’ นำทีมมิสเวิลด์ไทยแลนด์ 2026 เผยตัวตนที่เปลี่ยนชีวิตให้เป็นเวอร์ชันที่สุดภูมิใจ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...