เกิดมาเป็นลูกนักการเมืองมันก็ดีแบบนี้ ไม่ต้องถูกเกณฑ์ทหารเหมือนคนทั่วไป
ช่วงนี้เป็นฤดูกาลจับใบดำใบแดงในบ้านเรา โดยที่สื่อต่างประเทศให้ความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่เพราะบรรยากาศที่มีรสชาติหลากหลาย แต่ยังมีปรากฏการณ์สมัครรับราชการทหารมากขึ้น ซึ่งสื่อบางแห่งมองว่าเป็นเพราะอาชีพทหารเป็นการงานที่มั่นคง เหมาะที่จะเป็นหลักให้ยึดเหนี่ยวในช่วงเศรษฐกิจฝืดเคือง
แต่คนไทยด้วยกันรู้ว่า ชายไทยสมัครเป็นทหารมากขึ้นเพราะเลือดรักชาติมันขึ้นหน้าด้วย หลังจากทรี่เราต้องทำสงครามปกป้องการรุกล้ำของกัมพูชา ด้วยวีรกรรมของทหาแนวหน้าผู้เสียสละ ผมเชื่อว่ามีลูกชายชาวไทยจำนวนไม่น้อยตัดสินใจเลือกเส้นทางนี้เพราะบูชาความกล้าหาญของ "รุ่นพี่"
ไม่ว่าจะอย่างไร เมืองไทยก็จะยังคงมีการเกณฑ์ทหารต่อไปอีกระยะหนึ่ง แม้ว่าพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นรัฐบาลจะเคยหาเสียงด้วยนโยบายจ้างทหารอาสาจำนวน 100,000 คน แทนการเกณฑ์ทหาร แต่ผมเชื่อว่าแนวคิดนี้จะยังทำได้ยากทั้งเรื่องงบประมาณ เรื่องจำรวนคนสมัครที่อาจไม่เสถียร และความจำเป็นที่จะต้องใช้หทารมากกว่าหลักแสน เพื่อรับประกันความมั่นคงของชาติในช่วงที่สถานการณ์โลกมุ่งไปที่การรบมากกว่าการทูต
แม้แต่สหรัฐฯ ก็กำลังเกิดแนวโน้มเดียวกันคือเกณฑ์ทหารแบบถ้วนหน้า
วันนี้เองมีข่าวว่าชายอเมริกันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนจะได้รับการลงทะเบียนเข้าสู่ระบบเกณฑ์ทหารโดยอัตโนมัติภายในเดือนธันวาคม ซึ่งปัจจุบันชายส่วนใหญ่ที่มีอายุระหว่าง 18 ถึง 25 ปี ต้องลงทะเบียนกับหน่วยคัดเลือกทหารอยู่แล้ว แต่หลังจากนี้จะเป็นการการลงทะเบียนอัตโนมัติ
ฟังดูแล้วไม่เห็นมีอะไรใหม่ แค่ผู้ชายอเมริกันที่มีร่างกายแข็งแรงตามวัยต้องขึ้นทะเบียนเป็นทหารอยู่แล้ว จะถูกเรียกหรือไม่ก็อีกเรื่อง แถมยังหลังจากนี้การขึ้นทะเบียนจะง่ายขึ้นอีกเพราะเมื่ออายุถึงก็จะมีชื่ออยู่ในระบบโดยอัตโนมัติ
แต่ที่มันเป็นประเด็นก็คือ ข่าวนี้มามาในช่วงที่โดนัลด์ ทรัมป์กำลังรบกับอิหร่านและยังแพลมๆ อยู่หลายครั้งว่าจะทำการส่งทหารรุกรานอิหร่าน ซึ่งหากเป็นจริงขึ้นมาจะต้องมีการเรียกทหารกองหนุนแน่นอนเพราะการรบระดับนั้นต้องใช้กำลังพลมหาศาล (หากไม่ใช่จากพันธมิตรก็ต้องใช้ของตัวเอง) พวกที่ขึ้นทะเบียนแล้วย่อมต้องถูกเรียกไปรบอย่างแน่นอน
นี่เป็นเรื่องที่ทำให้ผู้คนไม่พอใจ
ตอนที่มีข่าวว่าจะระดมพลบุกอิหร่านนั้นก็มีกระแสเรียกร้องอยู่แล้วให้เกณฑ์ลูกของทรัมป์ไปรบเสียเองเลยสิ จะมาผลักไสลุูกหลานประชาชนคนอื่นไปรบในสงครามที่เขาก่อขึ้นทำไม นี่ะเป็นสงครามที่บ้าบอที่สุดในสายตาคนอเมริกัน เพราะไม่ใช่รบเพื่อปกป้องค่านิยมอเมริกันใดๆ ทั้งสิ้น แต่รบเพื่อสนองตัณหาของอิสราเอล
ทำไมคนอเมริกันต้องไปตายเพื่อพวกอิสราเอลด้วย? นี่คือคำถามจากประชาชนไปถึงทรัมป์
พอมีข่าวเรื่องขึ้นชื่อเกณฑ์โดยอัตโนมัติ คนอเมริกันเลยถามกันเกรียวกรามอีกครั้งว่า "จะนรบไปเพื่อใคร" และ "ทำทรัมป์ไม่ส่งลูกชายตัวเองไปรบ?"
ลูกชายคนที่ถูกเอ่ยถึงมากที่สุด คือพ่อหนุ่มน้อย บาร์รอน ทรัมป์
คนมากมายบอกให้ทรัมป์ส่งลูกตัวเองไปรบเถอะ แต่หลายคนรู้แล้วว่าบาร์รอนยังไงก็รอน เพราะได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรคกระดูกงอก (Bone spurs) ซึ่งอาจไปกดทับระบบประสาทได้ ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องถูกเกณฑ์ไปโดยปริยาย
แต่คนอเมริกันยังกังขาและแซะว่าอยากจะเป็นไอ้โรคที่ว่านั้นบ้าง
บางคนเสียดสีว่า พอรัฐบางประกาศเกณฑ์อัตโนมัติแบบนี้ รุ่งขึ้นงานจะเข้าหมอกระดูกทันที
เพราะจะมีคนแห่แหนไปให้หมอกระดูกวินิจฉัยให้เป็นโรคเดียวกับบาร์รอน จะได้ไม่ต้องไปรับใช้ชาติ
เรื่องบาร์รอนป่วยการเมืองหรือป่วยจริงก็อีกเรื่องหนึ่ง
แต่ที่ฝังใจคนอเมริกันก็คือ ทำไมลูกของพวกนักการเมืองถึงรอดจากการถูกเกณฑ์ทุกที หรือถ้าเป็นทหารก็มักจะได้ทำหน้าที่ง่ายๆ ไม่ค่อยเสี่ยงตายเหมือนลูกตาสีตาสา
เรื่องนี้เป็นประเด็นมาตั้งแต่สมัยสงครามเวียดนาม ซึ่งเป็นยุคที่ลูกชายอเมริกันถูกเกณฑ์มารบทื่อินโดจีน
นั่นก็เป็นสงครามของคนอื่นเหมือนกันและทำให้เกิดกระแสต่อต้านการเกณฑ์ทหารครั้งใหญ่
ใครที่เกิดทันตอนนั้นคงจะจำเพลงดังเพลงหนึ่งได้ ชื่อว่า "Fortunate Son" ของวงร็อคที่ชื่อ Creedence Clearwater Revival ออกมาในช่วงพีคของสงคราามเวียดนามในปี 1969
คนที่แต่งเพลงนี้คือ จอห์น ฟอเกอร์ตี (John Fogerty)
ฟอเกอร์ตีเล่าาที่มาของเนื้อหาเพลงในหนังสืออัตชีวประวัติของเขาที่ชื่อ Fortunate Son: My Life, My Music ว่า "คุณคงเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับลูกชายของวุฒิสมาชิกหรือสมาชิกรัฐสภาคนนั้นคนนี้ ที่ได้รับการผ่อนผันการเกณฑ์ทหาร หรือได้รับตำแหน่งที่ดีในกองทัพ พวกเขาดูเหมือนจะมีสิทธิพิเศษ และไม่ว่าพวกเขาจะชอบหรือไม่ก็ตาม คนเหล่านี้เป็นสัญลักษณ์ในแง่ที่ว่าพวกเขาไม่ได้รับผลกระทบจากสิ่งที่พ่อแม่ของพวกเขาทำ พวกเขาไม่ได้รับผลกระทบเหมือนกับคนอื่นๆ"
Fortunate Son หมายถึง "ลูกเทวดาที่ได้ใบบุญพ่อคุ้มหัว" ไม่ต้องไปลำบากในสงคราม ตรงข้ามกับลูกคนธรรมดาๆ ที่ได้แต่คร่ำครวญว่า I ain't no senator's son และ I ain't no millionaire's son และ ain't no military son
คือถ้าไม่ใช่ลูกนักการเมือง ไม่ใช่ลูกเศรษฐี หรือไม่ใช่ลูกคนในเครื่องแบบ ก็เตรียมเป็นของเหลือใช้ในสงครามได้เลย
ผ่านมาสี่สิบหาสิบปีแล้ว ลูกเทวดาก็ยังมีอยู่ในสังคมอเมริกัน
มันอยู่ในลักษณะของแนวคิดเราอง "คนไม่เท่ากัน" แม้สหรัฐอเมริกาไม่มีการเกณฑ์ทหารมาตั้งแต่สงครามเวียดนาม โดยการรับราชการทหารเป็นไปโดยสมัครใจตั้งแต่ปี 1973 หรือก่อนสงครามเวียดนามจะจบลง 2 ปี
แต่ในปี 1980 อดีตประธานาธิบดีจิมมี คาร์เตอร์ ได้นำระบบการเกณฑ์ทหารกลับมาใช้ใหม่ในกรณี "ภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ" โดยใช้ฐานข้อมูลเพื่อ "จัดหาบุคลากรให้กับกระทรวงกลาโหมและทางเลือกในการรับราชการทหาร"
และตอนนี้คนอเมริกันมีประธานาธิบดีที่ชอบใช้อำนาจฉุกเฉินตามอำเภอใจ แถมวันดีคืนดีจะยกทัพบุกอิหร่านตอนไหนก็ไม่รู้
สถานการณ์แบบนี้ทำให้คนรู้สึกราวกับว่าเพลง Fortunate Son กำลังกลับมารีเพลย์อีกครั้ง
Fortunate Son ที่ถูกเย้ยหยันมากที่สุดคือ บาร์รอนลูกของพ่อทรัมป์
กระแสเรียกร้องให้ส่งบาร์รอนไปเป็นทหารมาแรงในช่วงที่สงครามอิหร่านกำลังแรง แฮชแท็ก #sendbarron (ส่งบาร์รอนไปรบ) ว่อนเน็ตไปหมดแม้กระทั่งตอนนี้
ยังมี โทบี มอร์ตัน (Toby Morton) นักเขียนบทตลกที่เคยทำงานให้กับ South Park และ Mad TV เขาสร้างเว็บไซต์ DraftBarronTrump.com (เกณฑ์บาร์รอนทรัมป์ไปเป็นทหาร) ขึ้นมาเพื่อเสียดสีประเด็นนี้โดยเฉพาะ
แต่จะเพ่งเล็กลูกของทรัมป์คนเดียวก็ไม่แฟร์ เพราะลูกเทพลูกเทวดายังมีอีกมากโดยเฉพาะในหมู่นักการเมืองที่เรียกร้องให้มสงคราม
เมื่อตอนเดือนมีนาคมที่ผ่านมาช่วงที่สงครามกับอิหร่านกำลังแรง แมตต์ เบิร์นสตีน (Matt Bernstein) พิธีกรรายการพอดแคสต์ยอดนิยม A Bit Fruity ได้โพสต์ข้อความลงในอินสตาแกรม โดยพาดพิงถึงกลุ่มพรรครีพับลิกันกลุ่มหนึ่งที่แสดงการสนับสนุนความขัดแย้งในอิหร่าน แต่เบิร์นสตีนตั้งคำถามว่าพวกคุณเชียร์สงครามขนาดนี้ แล้วลูกหลานของพวกคุณจะไปร่วมรบหรือเปล่า?
ในช่วงที่โพสต์ตั้งคำถามนั้น มีคนเขามาไลค์ข้อความของเขาถึง 300,000 ไลค์ นั่นแสดงว่าอารมณ์แบบเพลง Fortunate Son ก่อตัวขึ้นมาอีกครั้ง
เบิร์นสตีน บอกว่า“โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าทหารจำนวนมากจะเสียชีวิตในสงครามครั้งนี้ เพราะ ‘มันเป็นอย่างนั้นแหละ’ ลูกชายของโดนัลด์ ทรัมป์ อายุ 19 ปี บารอน ทรัมป์ จะไปร่วมรบด้วยหรือไม่?”
เขายังลากพวกรีพับลิกันมาแขวนด้วย โดยถามแบบเดียวกันว่าจะส่งลูกของพวกเขาไปรบด้วยหรือไม่?
แน่นอนไม่มีสัญญาณตอบรับจากนักการเมืองพวกนี้
ผมรู้ว่าบ้านเราเป็นแบบเดียวกันหรือไม่ แต่ระบบของเรามีทางเลือกมากกว่าหากไม่อยากเกณฑ์ทหารก็เรียน รด. หากต้องไปเกณฑ์จริงๆ ก็สามารถสมัครได้ หากไม่สมัครก็เสี่ยงใบดำใบแดงเอา
ที่สำคัญก็คือ ประเทศไทยไม่ได้เป็นประเทศกระหายสงคราม ไม่ได้ค้ากำไรจากสงคราม และไม่ได้รุกรานใครพร่ำเพรื่อเหมือนสหรัฐอเมริกา ดังนั้น ชายไทยไม่ต้องกลัวจะไปตายเปล่าเพื่อให้นักการเมืองรวยแล้วเอาเงินมาคุ้มหัวลูกๆ ของพวกเขาให้เสพสุขอยู่แนวหลัง
คนอเมริกันรู้เช่นเห็นชาติพวกนักการเมืองนักค้าสงครามพวกนี้มานานแล้ว
บทความทัศนะโดย กรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร และบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ The Better
Photo - บาร์รอน ทรัมป์ โบกมือหลังจากได้รับการกล่าวถึงจากบิดา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ระหว่างขบวนพาเหรดในพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งภายในสนามแคปิตอล วัน อารีน่า ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2025 (ภาพโดย ANGELA WEISS / AFP)