โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“ไอติม พริษฐ์” ชี้ 5 พฤติกรรมสำคัญของรัฐบาล เตรียมถูกขึ้นบัญชีดำ

PPTV HD 36

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
“ไอติม พริษฐ์” เปรียบรัฐบาลเสมือนผู้รับเหมา เผย 5 พฤติกรรมสำคัญจ่อถูกขึ้นบัญชีดำ ชี้ฝ่ายค้านจะเป็นเหมือนเงาตามตรวจสอบรัฐบาลทุกฝีก้าว

ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ลุกขึ้นอภิปรายเป็นคนสุดท้ายของพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยสรุปภาพรวมการแถลงนโยบายของรัฐบาลว่า รัฐบาลใหม่นี้ ไม่ได้ใหม่ขนาดนั้น นายกรัฐมนตรีคนเดิม พรีเซนเตอร์ชุดเดิม แต่จากผลงานที่ผ่านมา โดยเฉพาะวิกฤตพลังงานช่วงรักษาการ รวมถึงการแถลงนโยบาย

“รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าเป็นรัฐบาลมืออาชีพ แต่เหมือนผู้รับเหมาที่เตรียมขึ้นบัญชีดำ เพราะหากดูหลักเกณฑ์การขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมาตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯ จะพบว่ามีอย่างน้อย 5 พฤติกรรม ที่คล้ายกับที่รัฐบาลชุดนี้กำลังทำกับประชาชน” นายพริษฐ์ กล่าว

นายพริษฐ์ ไล่เลียง 5 พฤติกรรมของรัฐบาล ประกอบด้วย

1.การเบี้ยวสัญญา ที่ผ่านมาช่วงหาเสียงใช้วิธี “พูดแล้วทำ” โดยการไม่พูดอะไรเลย นอกจากโอ้อวดตนว่ารักชาติ นโยบายที่ส่งให้ กกต. ก็น้อยกว่าพรรคประชาชน หรือพรรคเพื่อไทยถึง 7 เท่า เช่น เรื่องการลดค่าไฟ 3 บาท ที่ไม่ได้ลดทุกครัวเรือน หรือการแก้รัฐธรรมนูญ ที่แม้จะมีการออกเสียงประชามติ กลับไม่ปรากฏเรื่องนี้ในคำแถลงนโยบาย

2.การส่งงานล่าช้า ในคำแถลงนโยบายได้ย้ำถึง 3 ครั้งว่า โลกเรามีความไม่แน่นอนสูง ไม่รู้จะเป็นข้ออ้างหรือเปล่าที่ทำให้รัฐบาลต้องเบี้ยวสัญญา ข้ออ้างนี้จะฟังขึ้นก็ต่อเมื่อเราเห็นว่านายกฯ ตอบสนองต่อประชาชนอย่างรวดเร็ว แทนที่จะเป็นการทำงานแบบ สั่งวันนี้ ต้องเสร็จเมื่อวาน แต่นายกฯ มักจะปล่อยให้ประเทศเสียหายตั้งนานโดยไม่สั่งการเสียที

“สิ่งที่ผมให้อภัยท่านนายกฯ ไม่ได้มากที่สุด เพราะเมื่อปัญหาเกิดกับประชาชน ท่านมักจะเอื่อยเฉื่อยเชื่องช้า แต่เมื่อใดที่ปัญหาเกิดขึ้นกับตัวท่านเอง ท่านจะแก้ปัญหาอย่างว่องไว เช่น วันที่ขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 6 บาท ผมเชื่อว่าวันนั้นท่านตั้งใจให้สภาปิดประชุมก่อน เลิกพูดเรื่องพลังงานก่อน แล้วจึงตัดสินใจขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 6 บาทรวดเดียว จะกลับมาพูดก็ไม่ได้อีก เพราะประธานไม่ได้นัดประชุมสภาฯ แต่การปกป้องประชาชน ท่านไม่วางแผนอะไรเลย ออกมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางต่างๆ จากวันนั้นผ่านมา 2 สัปดาห์ ยังไม่มีเงินสักบาทส่งถึงพี่น้องประชาชน” นายพริษฐ์ กล่าว

3.การลดสเปก ท่านนายกฯ ชอบการห้อยท้ายทุกนโยบายด้วยคำว่า พลัส แต่เครื่องหมายที่เหมาะกับรัฐบาลชุดนี้ไม่ใช่เครื่องหมายบวก แต่คือเครื่องหมายดอกจัน เพราะนโยบายมักจะห่างจากความคาดหวังของประชาชน ต้องมีหมายเหตุกำกับไว้เสมอ เช่น ราคามะพร้าว 7-10 บาทต่อลูก แต่ข้อมูลตามเว็บไซต์ของหน่วยงานต่างๆ อยู่ที่ 3-5 บาทต่อลูก ล้งกลางที่รัฐบาลบอกว่าจะจัดทำ ก็ลดสเกลมาเป็นล้งชุมชน

4.การโยนงาน นายกฯ มักโยนงานสำคัญๆ ให้ผู้อื่นรับผิดชอบแทน เสมือนพ่อค้าคนกลางที่พร้อมลอยตัวเหนือความรับผิดชอบ รอหักหัวคิว เรื่องชายแดนโยนให้กองทัพ เรื่องฝุ่นโยนให้ผู้ว่าฯ เรื่องวิกฤตพลังงานก็โยนให้หน่วยงาน จะรอดูว่านายกฯ จะโยนให้รัฐมนตรีท่านใดมาตอบกระทู้แทน

อีกทั้งดูเหมือนว่านายกฯ กำลังจะโยนงานเกี่ยวกับการพัฒนาทุนมนุษย์ทั้งหมด ให้พรรคร่วมรัฐบาล การแบ่งกระทรวงกันทำเป็นเรื่องปกติ แต่การพัฒนาทุนมนุษย์ที่ชี้เป็นชี้ตายอนาคต เป็นวาระที่นายกฯ จะสั่งการให้คนอื่นทำแทนทั้งหมดไม่ได้ เพราะถ้านายกฯ เห็นภาพไม่ตรงกับพรรคร่วม อนาคตลูกหลานเราก็ไม่ดีขึ้น

5.ข้อครหาเรื่องการทุจริต นายกฯ ออกมาพูดว่าอับอายกับคะแนนความโปร่งใสของประเทศเราที่ตกต่ำ ท่านจะยึดแค่เพียงคำพูดในเอกสารคำแถลงนโยบาย ก็ถือว่าใช้ได้ แต่คำพูดจะขาดความน่าเชื่อถือ หากนายกฯ ยังกระทำการสุ่มเสี่ยงพัวพันกับการทุจริตคอร์รัปชันเสียเอง อย่างการที่ผู้รับเหมามีส่วนได้ ส่วนเสีย กับบริษัทที่คุมงานก่อสร้าง แต่นายกฯ ก็ยังเลือกตั้ง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ไปกำกับดูแลหน่วยงานด้านวิกฤตพลังงาน ทั้งที่รู้ว่านายพิพัฒน์ถือครองธุรกิจน้ำมัน

การทุจริตอีกประเภทคือผู้รับเหมาได้งานมาโดยไม่สุจริต ทั้งการจ่ายเงินใต้โต๊ะหรือฮั้วประมูล ต้องยอมรับว่ารัฐบาลชุดนี้ได้รับเสียงสนับสนุนจากสภาฯ มากที่สุดครั้งหนึ่ง แต่ก็มีคำถามเรื่องการเลือกตั้งมากที่สุดครั้งหนึ่งเช่นกัน เช่น สว. 150 คนที่อยู่ในสำนวนเดียวกันกับพรรคของนายกฯ โดยคณะไต่สวนของ กกต. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) รวมถึงการเลือกตั้งที่พรรคของท่านชนะเป็นครั้งแรก ก็บังเอิญเป็นการเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ด ซึ่งสืบย้อนไปได้ว่าใครเลือกใคร และบังเอิญมีข้าราชการมหาดไทยในพื้นที่ถูกโยกย้ายมากที่สุดครั้งหนึ่ง

“หากท่านต้องการให้ประชาชนเชื่อว่า ความบังเอิญพลัสเหล่านี้ เป็นความบังเอิญจริง ท่านต้องยืนยัน 2 เรื่อง เรื่องแรกคือ ท่านต้องสนับสนุนให้สภาฯ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญให้ทุกพรรคการเมืองร่วมตรวจสอบการเลือกตั้งที่ผ่านมา เพื่อให้ประชาชนสิ้นข้อสงสัย ไม่ให้ใครกล่าวหาได้ ว่ามี สส. ที่เข้ามาเพราะโกงเลือกตั้ง และท่านต้องยืนยันให้ กกต. มีมติสั่งฟ้องท่านและพรรคพวก ตามมติของคณะไต่สวนกรณีโกงเลือก สว. เพื่อให้ท่านได้พิสูจน์ในชั้นศาลว่า ครม. ของท่าน ไม่มีรัฐมนตรีคนไหนที่ปล้นอำนาจมาจากประชาชน” นายพริษฐ์ กล่าว

นายพริษฐ์ ทิ้งท้ายว่า เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ ตนเองหวังว่า 5 พฤติกรรมดังกล่าว จะเป็นอาการชั่วคราว เพื่อพิสูจน์ว่าพวกตนประเมินท่านผิดไป ตนเองและพรรคร่วมฝ่ายค้านจะทำตัวเป็นดังเงา ติดตามท่านทุกฝีก้าว เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน หากรัฐบาลท่านเดินหน้าด้วยความทุจริตใดๆ ก็ตาม พวกเราสภาแห่งนี้ ก็ต้องเรียกท่านมาขึ้นบัญชีดำเช่นกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“ไอติม พริษฐ์” ชี้ เพื่อไทยไม่ต้องรอพรรคประชาชนเลือก ยุบสภาได้เลย!

เลือกตั้ง 2569 : “ไอติม-พริษฐ์” ลงบันทึกประจำวัน หลัง คณะกรรมการการเลือกตั้งแจ้งความ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ไอติม พริษฐ์” ชี้ 5 พฤติกรรมสำคัญของรัฐบาล เตรียมถูกขึ้นบัญชีดำ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...