โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ลุ้น “ฝนตกทั่วฟ้า”

เดลินิวส์

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ตามประเด็นการเมือง ต้องรอดูมาตรการต่างๆ ที่จะผลักดันออกมา จะสร้างความพอใจให้คนที่ได้รับผลกระทบ จากปัญหาวิกฤติพลังงานได้หรือไม่ ทำแบบฝนตกทั่วฟ้าหรือไม่ เพราะที่ผ่านมารัฐบาลก็ถูกวิจารณ์เกี่ยวกับการรับมือกับมรสุมต่างๆ ที่รุมเร้ารัฐบาล เรียกว่า ไม่มีช่วงเวลาฮันนีมูนเลยทีเดียว

หลังการแถลงนโยบายรัฐบาล ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ผ่านไป นั่นหมายความว่า จากนี้ไป ฝ่ายบริหารก็มีอำนาจในการทำงานได้ตามกฎหมาย สามารถผลักดันโครงการต่างๆ ได้ทันที ดังนั้นจึงต้องจับตามองการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 11 เม.ย. รัฐบาลจะมีการผลักดันประเด็นอะไร ที่เป็นประโยชน์กับประชาชนบ้าง ท่ามกลาง ปัญหารุมเร้าประเทศ อันเนื่องมาจากปัญหาวิกฤติพลังงาน โดย “นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกฯ และรมว.คลัง ชี้แจงต่อที่ประชุมรัฐสภา วาระให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ว่าปัญหาพลังงานครั้งนี้เป็น วิกฤติโลก สงครามตะวันออกกลาง ไม่รู้จะสิ้นสุดเมื่อไร อาจกระทบไปถึงสินค้าอื่นๆ ต้องเตรียมพร้อม ส่วนเรื่องเงินเฟ้อและเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก รัฐบาลต้องเร่งลดผลกระทบระยะสั้นต่อประชาชน สิ่งแรกที่รัฐบาลทำคือ ใช้ กองทุนพยุงราคาน้ำมัน ส่วน การลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เพื่อลดราคาน้ำมันไม่ต่างจากการใช้กองทุนน้ำมันพยุงราคาน้ำมัน แต่ภาษีสรรพสามิตใช้ดูแลค่ารักษาพยาบาลต่างๆ การลดภาษีสรรพสามิตจึงอาจไป กระทบการรักษาพยาบาล ด้วย

นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า ในวันที่ 11 เม.ย. จะประชุม ครม. เพื่อดูแลกลุ่มต่างๆ เช่น กลุ่มขนส่ง กลุ่มเปราะบางที่มีรายได้น้อย กลุ่มประมง กลุ่มเกษตรกร ต้องช่วยให้ตรงกลุ่มตามทรัพยากรที่มีจำกัด ขณะเดียวกันต้องเตรียมเงินดูแลส่วนอื่นๆ หาก สงครามยังยืดเยื้อ ถ้าไปใช้เงินทุกบาทช่วยกลุ่มใดโดยเฉพาะ อาจเจอวิกฤติซ้อนวิกฤติ นำไปสู่วิกฤติเศรษฐกิจ เหมือนปี 2540 ที่ต้องไม่ให้เกิดขึ้นอีก วิกฤติพลังงานครั้งนี้เปลี่ยนมิติโลกในหลายเรื่อง อาทิ วิกฤติความมั่นคงด้านอาหาร ยา

“เราต้อง เปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส เพราะไทยเป็นฐานผลิตอาหาร ยารักษาโรค นอกจากนั้นแล้วในวิกฤติพลังงาน ราคาน้ำมันจะไม่ถูกไปอีก 1-2 ปี เพราะ โครงสร้างพื้นฐานโรงงานผลิตน้ำมันถูกทำลาย จึงต้องเตรียมลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเรื่อง พลังงานทดแทน มากขึ้น เราต้องเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส ระยะสั้นต้องช่วยคนเดือดร้อนให้ผ่านวิกฤติและเติบโตหลังวิกฤติ ให้คนกลุ่มนี้ หารายได้ดีขึ้น เชื่อว่า เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกันได้” นายเอกนิติ ชี้แจง

คงต้องรอดูมาตรการต่างๆ ที่จะผลักดันออกมา จะสร้างความพอใจให้ คนที่ได้รับผลกระทบ จากปัญหาวิกฤติพลังงานได้หรือไม่ หรือต้อง ทำแบบฝนตกทั่วฟ้า เพราะที่ผ่านมารัฐบาลก็ถูกวิจารณ์เกี่ยวกับการรับมือกับมรสุมต่างๆ ที่รุมเร้ารัฐบาล เรียกว่า ไม่มีช่วงเวลาฮันนีมูนเลยทีเดียว จนมีหลายคนคาดหมายว่า ฝ่ายค้านอาจยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยยังไม่ทำงานข้ามปี

ส่วนการแถลงนโยบายรัฐบาลวันสุดท้าย ไฮไลต์น่าจะอยู่ที่ "นายรังสิมันต์ โรม" สส.พรรคประชาชน (ปชน.) และ "นายกรณ์ จาติกวณิช" สส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โดย "นายรังสิมันต์" อภิปรายถึงนโยบาย การปราบปรามสแกมเมอร์ ทุนเทา รวมถึงการทุจริตคอร์รัปชันว่าไม่เชื่อมั่นการดำเนินการของรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ เนื่องจากย้อนแย้งกับการทำงานของ รัฐบาลชุดที่ผ่านมา ซึ่งเป็นรัฐมนตรีคนเดียวกัน กรณีที่ นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ลงนามร่วมกับกลุ่มทุนเทา สแกมเมอร์ต่อความร่วมมือสแกนม่านตา ซึ่งมี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะอดีต รมว.ดีอี ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินคดีและส่งให้ ป.ป.ช.

ผมไม่รู้ว่าคดีนั้นจะรวดเร็ว เหมือนคดีของพวกผม หรือไม่ แต่นายอนุทิน สั่งลงโทษนายประเสริฐ ที่ถูกกล่าวหาปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ ชดใช้กรรมโดย ให้เป็น รมว.ศึกษาธิการ เพื่อให้เยาวชนดูเป็นตัวอย่าง ให้จัดการผู้ทำผิดเป็นอย่างไร การแก้ปัญหาทุจริต คอร์รัปชัน เป็นรูปธรรมของนายอนุทิน ไม่เกรงใจนายไชยชนก ที่ดำเนินคดีดังกล่าว ขณะที่เมื่อวันที่ 9 เม.ย. ที่ผ่านมา นายกฯ แถลงยึดทรัพย์นายเบน สมิธ คิดหรือไม่ว่ามีคนใน ครม.บางคนข้องเกี่ยวกับเครือข่ายดังกล่าวหรือไม่ ผมสงสัยต่อการ คัดเลือกคนเป็นรัฐมนตรี ไม่ให้ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เป็นรัฐมนตรี เพราะมีคดีในดีเอสไอ แต่ นายประเสริฐ เรื่องส่งถึง ป.ป.ช.แล้ว แต่ ได้เป็นรัฐมนตรีได้ ตกลงในเรื่องคดีมีปัญหากับน.ส.สุดาวรรณ หรือพ่อของน.ส.สุดาวรรณ กันแน่ นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีการจับน้ำมันที่ จ.อ่างทอง ซึ่งพบว่า มี “เสี่ยตือ” เป็นเจ้าของ และจากการตรวจสอบพบว่ามีคลังน้ำมันหลายแห่ง หลายล้านลิตร แต่การดำเนินการรัฐบาลไม่จัดการ หรือจัดการอย่างยากเย็น ทั้งที่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม รู้จักดี เพราะบริษัทของ “เสี่ยตือ” เป็นลูกหนี้นายพิพัฒน์ มูลค่าเกินกว่า 100 ล้านบาท มีสัญญาเงินกู้ 2 ครั้ง 2 สัญญา ที่สำคัญ พ.ย.2568 พบว่าคนในครอบครัว “เสี่ยตือ” บริจาคให้ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) 1 ล้านบาท ขณะที่ราคาน้ำมันแพง “เสี่ยตือ” ถูกสงสัยว่า ขายน้ำมันแพง แต่กลับไม่ดำเนินคดีใดๆ ซึ่งอาจมีสาเหตุว่าเพราะมีนายทุนการเมืองอยู่ในพรรคการเมืองหรือไม่

ด้าน “นายกรณ์ อภิปรายว่าประเด็น วิกฤติพลังงาน รัฐบาลไม่มียุทธศาสตร์รับมือ หากใช้สูตรการลดค่าน้ำมัน ต้องลดลง 12 บาท ด้วย ทำให้ประชาชนสงสัยว่าแก้ปัญหา โดยเกรงใจนายทุน มากเกินกว่าความทุกข์ของประชาชน ส่วนนโยบายปราบสแกมเมอร์ การทำงานของหน่วยงานไทยที่ผ่านมาล่าช้า เมื่อเทียบกับต่างชาติ นายกฯ ยึดหลักปฏิบัติการทำงานว่า ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม คือ ไม่สนใจว่าใครเกี่ยวข้อง จะเดินหน้าเอาผิดตามพฤติกรรม ขอให้นายกฯ ตรวจสอบคนไทย คนใกล้ชิดของนายกฯ ที่มีพฤติกรรมเชื่อมโยงและเกี่ยวโยงกับ กลุ่มทุนเทา สแกมเมอร์ ด้วย ส่วนการแก้ปัญหากลุ่มสแกมเมอร์ ตามที่นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ดำเนินการที่ผ่านมา

ซึ่งเริ่มมาจากการลงนามอัปยศกับ กลุ่มทุนสแกมเมอร์ และได้ส่งเรื่องเอาผิดนายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีต รมว.ดีอี ตาม มาตรา 157 ต่อ ป.ป.ช. ทั้งนี้พบด้วยว่า การลงนามเอ็มโอยู (MOU) อัปยศนั้น มีผู้ร่วมลงนามคือ นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี ปัจจุบันเป็นประธานกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ขอถาม รมว.คลัง ว่าเหมาะสมหรือไม่ ที่ตั้งบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการลงนามเอ็มโอยูที่เอื้อกับ การฟอกเงินดิจิทัลระดับโลก แม้เอ็มโอยูจะถูกยกเลิกไปแล้ว

นายกรณ์ กล่าวต่อว่า ในกรณีของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรฯ ที่มีหลักฐานชัดเจนว่าเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมร่วมกับ นายเบน สมิธ กรณีซื้อเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวและผ่อนจ่ายเป็นงวดๆ ผ่านธนาคารบีไอซีของกัมพูชา ซึ่งก่อนที่จะตั้งนายสุริยะกลับมาเป็นรัฐมนตรี ได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินหรือไม่

ผมขอให้ชี้เแจงต่อสาธารณะ หากไม่ทำ ผมขอตั้งคำถาม สะท้อนจริงใจ จริงจังหรือไม่ ต่อการปราบกลุ่มทุนเทา ที่นายกฯ บอกว่า พร้อมปิดตา เอาเรื่องกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง เพราะคนเกี่ยวข้องล้วนอยู่ใกล้ตัว และอยู่ในรัฐบาล นายกรณ์ กล่าว

ถือเป็น การบ้านข้อใหญ่ ของรัฐบาล จะต้องสร้างความมั่นใจให้สังคม มั่นใจว่าการดำเนินการกับขบวนการกักตุนน้ำมัน จะทำอย่าง ขุดรากถอนโคน หรือจัดการขบวนการที่ เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ จะสาวลึกไปถึงขนาดไหน

ขณะเรื่องสำนวน คดี 44 สส. พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ที่ลงชื่อแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่ง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ส่งสำนวนไปถึงศาลฎีกา

ด้าน “นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. กล่าวถึงมติ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด และส่งคำร้องไปยังศาลฎีกา กรณี 44 สส.พรรค ก.ก. เข้าข่ายผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงจาก การเข้าชื่อแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่า ไม่ได้ดูจากสิทธิในการเสนอแก้ไขกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ (รธน.) แต่ดูจากเนื้อหาการกระทำว่า บุคคลที่ถูกกล่าวหา หรือถูกร้องมีพฤติกรรมดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร รวมถึงการแสดงออกของบุคคล ที่มีตำแหน่งเช่นนี้ว่า ควรจะมีมาตรฐานทางจริยธรรม ที่สมควรกระทำ หรือไม่สมควรกระทำหรือไม่ โดย ป.ป.ช.ดูจากเนื้อหาการกระทำ และศาลฎีกา เป็นผู้วินิจฉัยว่า สิ่งที่ ป.ป.ช.ดูถูกต้องหรือไม่ แล้ว จะมีคำพิพากษาออกมา เมื่อถามว่ามีการนำการแสดงความคิดเห็นหรือ การร่วมขึ้นเวทีแสดงความเห็นทางการเมืองต่างๆ ของผู้ถูกร้อง บรรยายคำร้องให้ศาลฎีกาพิจารณาด้วยหรือไม่ เลขาฯ ป.ป.ช. กล่าวว่า เป็นรายละเอียดที่อาจจะต้อง นำสืบต่อศาลต่อไป แต่ในหลักการได้บรรยายคำร้องไป คิดว่ามีเนื้อหาครบถ้วน

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดต้องมายื่นคำร้องต่อศาลฎีกาในช่วงที่มี การแถลงนโยบายของรัฐบาล นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ถ้าติดตามการทำงานของ ป.ป.ช. จะเห็นว่ามีไทม์ไลน์ ทุกเรื่อง โดยเฉพาะคดีสำคัญๆ ซึ่งกรณีนี้มีการยื่นคำร้อง ขอความเป็นธรรม เข้ามาเป็นระยะๆ ทำให้กระบวนการไต่สวนของ ป.ป.ช. เคลื่อนหรือล่าช้าออกไป มาประจวบเหมาะกับ ไทม์ไลน์ทางการเมือง ซึ่งไม่ได้เกิดจากการกระทำของ ป.ป.ช. ไทม์ไลน์จะอยู่พอดีกับเรื่องทางการเมือง แต่การยื่นคำร้อง เป็นเรื่องทางธุรการ ซึ่งศาลมีกระบวนการตรวจสอบคำร้อง ก่อนมีคำสั่งว่าจะรับคำร้องไว้พิจารณาหรือไม่ รวมถึงคำสั่งให้ทั้ง 10 คน หยุดปฏิบัติหน้าที่ด้วยหรือไม่

คำอธิบายของ ป.ป.ช. ที่ระบุว่า การเสนอแก้ไขมาตรา 112 ไม่ได้ดูจากสิทธิในการเสนอแก้ไขกฎหมายตาม รธน. แต่ดูจากเนื้อหาการกระทำว่า บุคคลที่ถูกกล่าวหา หรือถูกร้องมีพฤติกรรมดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร อาจเป็นช่องทางในการต่อสู้คดีของ อดีต 44 สส. พรรค ก.ก. หลังก่อนหน้านั้น มีคำถามว่า แค่เสนอแก้ไขกฎหมาย ทำไม่ถึงมีความผิด

ทีมข่าวการเมือง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...