โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อธิบดี ปภ. สั่งเข้ม “เข้าเร็ว เข้าไว” เร่งลด Hotspot ไฟป่าภาคเหนือ

PostToday

อัพเดต 05 เม.ย. เวลา 02.29 น. • เผยแพร่ 05 เม.ย. เวลา 09.24 น.

เชียงใหม่ (5 เมษายน 2569) — ที่ ศูนย์ปฏิบัติการฯ ส่วนหน้า อาคารยอดทัพ กองพลทหารราบที่ 7 อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ติดตามสถานการณ์และเป็นประธานการประชุมวางแผนปฏิบัติการบินเพื่อบูรณาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระงับเหตุ

โดยอธิบดี ปภ. ได้รับฟังการสรุปสถานการณ์จุดความร้อน (Hotspot) และแนวโน้มสภาพอากาศ พร้อมร่วมวางแผนการบินกับคณะนักบินเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยภาคพื้นดิน โดยได้เน้นย้ำถึงข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี และปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่มีความห่วงใยต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชน โดยกำชับให้ทุกหน่วยปฏิบัติการตามหลัก "เข้าเร็ว เข้าไว" เพื่อระงับเหตุและลดจำนวนจุด Hotspot ให้ได้มากที่สุด

สำหรับการดำเนินงานเชิงรุกปภ. ได้วางแนวทางสำคัญ 3 ประการ คือ 1) ชี้เป้าแม่นยำ โดยประสานข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมกับหน่วยภาคพื้นดินเพื่อระบุพิกัดในพื้นที่สูงชัน 2) ความปลอดภัยเป็นหลัก โดยกำชับให้หน่วยบินปภ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบความพร้อมของอากาศยานและอุปกรณ์ 100% ภายใต้ทัศนวิสัยจำกัด และ 3) สนธิกำลังสนับสนุนพื้นที่วิกฤต โดยปรับแผนการบินเข้าสู่เขตอุทยานแห่งชาติและป่าสงวนเพื่อตัดวงจรการขยายตัวของไฟป่าไม่ให้ลุกลามเข้าสู่ชุมชน

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวย้ำว่า "ภารกิจครั้งนี้เป็นการรวมพลังเพื่อลดผลกระทบด้านสุขภาพของประชาชนตามนโยบายรัฐบาล เราต้องทำงานแข่งกับเวลา โดยอาศัยความแม่นยำของข้อมูลและการประสานงานที่ไร้รอยต่อ เพื่อให้การขึ้นบินโปรยน้ำดับไฟในพื้นที่เข้าถึงยากมีประสิทธิภาพสูงสุด และที่สำคัญเจ้าหน้าที่ทุกคนต้องปฏิบัติงานโดยคำนึงความปลอดภัยเป็นหลัก“

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังเพื่อคลี่คลายสถานการณ์หมอกควันและไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ ทั้งนี้ ประชาชนที่พบเห็นเหตุไฟป่าหรือได้รับความเดือดร้อน สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อการประสานงานและเข้าช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...