โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทะลุพื้นดินลงไปลึกถึง 2,900 กิโลเมตร นักวิทยาศาสตร์พบการเคลื่อนไหวปริศนาที่รอยต่อ “แก่นโลก”

SPACEMAN

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

คุณเคยสงสัยไหมว่าลึกลงไปใต้โลกที่เราเหยียบอยู่เกิดอะไรขึ้นบ้าง? ล่าสุดเมื่อช่วงต้นเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 ทีมนักวิทยาศาสตร์ได้ใช้ข้อมูลแผ่นดินไหวจากทั่วโลก สแกนทะลุพื้นดินลงไปลึกถึง 2,900 กิโลเมตร และค้นพบความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่บริเวณรอยต่อระหว่าง "ชั้นเนื้อโลก" และ "แก่นโลก" ซึ่งจุดนั้นดันไปตรงกับบริเวณที่มีเศษซากแผ่นธรณีภาคโบราณจมดิ่งลงไปสะสมตัวอยู่พอดี

ถ้าเราผ่าโลกออกดู ชั้นเนื้อโลก (Mantle) ที่อยู่ลึกลงไปนั้นไม่ได้เป็นหินแข็งที่อยู่นิ่ง ๆ แต่มีการไหลเวียนอย่างช้า ๆ คล้ายกับน้ำซุปข้น ๆ ที่กำลังเดือดปุด ๆ ด้วยความร้อนจากแก่นโลก (Core)

การไหลเวียนที่ว่านี้เป็นตัวการสำคัญที่ผลักดันให้แผ่นธรณีภาค (Tectonic plates) ด้านบนสุดเกิดการเคลื่อนที่ จนกลายเป็นทวีปต่าง ๆ อย่างที่เราเห็น แต่ในขณะเดียวกัน ตัวชั้นเนื้อโลกที่อยู่ลึกลงไปเองก็ถูกบีบอัด ยืด และบิดเบี้ยวไปด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

เพื่อไขปริศนานี้ ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ได้สร้างแผนที่ใต้โลกขึ้นมา โดยรวบรวมข้อมูลคลื่นไหวสะเทือนจากแผ่นดินไหวมากกว่า 16 ล้านครั้งทั่วโลก

เวลาเกิดแผ่นดินไหว คลื่นจะเดินทางทะลุผ่านชั้นหินต่าง ๆ ลงไปใต้โลก หลักการง่าย ๆ คือ คลื่นแผ่นดินไหวจะเดินทางช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับความหนาแน่นและโครงสร้างของหินที่มันวิ่งผ่าน (นักวิทยาศาสตร์เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า "แอนไอโซโทรปีทางคลื่นไหวสะเทือน") เมื่อทีมวิจัยวัดความเร็วของคลื่นที่วิ่งลงไปชนขอบแก่นโลกแล้วสะท้อนกลับขึ้นมา ก็ทำให้รู้ได้ทันทีว่าชั้นเนื้อโลกส่วนล่างสุดบริเวณไหนกำลังถูกบีบอัดหรือเปลี่ยนรูปทรงอยู่บ้าง

สาเหตุที่บริเวณนี้ถูกบีบอัดอย่างหนัก อาจเป็นเพราะแผ่นหินเหล่านี้เจอกับความร้อนและความดันมหาศาลบริเวณรอยต่อแก่นโลก จนแร่ธาตุภายในถูกบีบอัดให้เปลี่ยนรูปทรงไป หรืออาจจะเป็นร่องรอยความบอบช้ำที่ติดตัวแผ่นหินมาตั้งแต่ตอนที่มันยังอยู่บนพื้นผิวโลกก็เป็นได้

แม้ว่าตอนนี้เราอาจจะยังไม่รู้สาเหตุที่แน่ชัด 100% แต่ข้อมูลคลื่นแผ่นดินไหวระดับโลกชุดนี้เปรียบเสมือน "ขุมทรัพย์" ที่จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ในอนาคตสามารถวาดแผนที่ทิศทางการไหลเวียนของสสารภายในโลกได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น ซึ่งสุดท้ายแล้ว มันจะช่วยให้เราเข้าใจกลไกของโลก ทั้งการเกิดแผ่นดินไหวและการเคลื่อนที่ของทวีปได้ดีกว่าเดิมนั่นเอง

ข้อมูลอ้างอิง: Science Tech Daily

  • 1,800 Miles Down: Scientists Uncover Mysterious Movements at the Edge of Earth’s Core
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...