โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

TDRI ผ่าทางรอดพลังงาน-ขนส่งไทย เลิกอุดหนุนเหวี่ยงแห ปฏิรูปทั้งระบบ

PostToday

อัพเดต 06 เม.ย. เวลา 02.18 น. • เผยแพร่ 06 เม.ย. เวลา 09.04 น.

ท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยกระดับขึ้นและกดดันราคาพลังงานโลก ที่ทั่วโลกกำลังเผชิญ รวมถึงประเทศไทย ล่าสุด สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) มีข้อเสนอแนะรัฐบาลใช้จังหวะวิกฤตเป็นจุดเปลี่ยน ปฏิรูปโครงสร้างพลังงานและขนส่งไทยครั้งใหญ่ โดยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล เลิกนโยบายอุดหนุนราคาทั่วหน้า และเปลี่ยนสู่ระบบที่มีประสิทธิภาพ เป็นธรรม และยั่งยืนในระยะยาว

บทความโดย ดร.อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ นักวิชาการนโยบายพลังงาน, ดร.สุเมธ องกิตติกุล ผู้อำนวยการวิจัยด้านนโยบายการขนส่งและโลจิสติกส์ และ ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานทีดีอาร์ไอ ระบุว่า ความผันผวนของราคาพลังงานไม่เพียงกระทบค่าครองชีพประชาชน แต่ยังบั่นทอนขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ และเพิ่มภาระการคลังอย่างมีนัยสำคัญ จึงเสนอให้รัฐบาลเปลี่ยนผ่านจากการ “อุดหนุนราคาทั่วหน้า” ไปสู่การ “ปฏิรูปโครงสร้าง” ผ่านยุทธศาสตร์ 2 ระยะ

ทีดีอาร์ไอเสนอให้ลดการพึ่งพา กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ยังติดลบกว่า 4.2 หมื่นล้านบาท และเปลี่ยนมาใช้การปรับราคาน้ำมันแบบ “ขั้นบันได” เพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจปรับตัวได้ทัน พร้อมช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้มีรายได้น้อย ภาคขนส่งสาธารณะ และเกษตรกร แทนการอุดหนุนแบบเหวี่ยงแห

พร้อมกันนี้ เสนอให้เพิ่มความโปร่งใสในระบบพลังงาน โดยกำหนด เพดานค่าการกลั่น (Refining Margin Cap) และจัดทำ Dashboard เปิดเผยต้นทุนและปริมาณสำรองน้ำมันต่อสาธารณะ เพื่อป้องกันการกักตุนและสร้างความเชื่อมั่นในภาวะวิกฤต

ด้านไฟฟ้า เสนอให้อุดหนุนค่าไฟ 200 หน่วยแรก เฉพาะครัวเรือนรายได้น้อย ควบคู่กับการใช้กลไกราคาตามช่วงเวลา (TOU) เพื่อลดการใช้ไฟช่วงพีก ซึ่งจะช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงราคาแพงในการผลิตไฟฟ้า

ภาคขนส่ง เสนอให้สนับสนุนเทคโนโลยีลดการวิ่งรถเที่ยวเปล่า (Empty Backhaul) ออกมาตรการ “คนละครึ่ง” ค่าโดยสารรถประจำทาง และส่งเสริมการทำงานจากที่บ้าน (WFH) ซึ่งหากทำได้ 3 วันต่อสัปดาห์ อาจช่วยลดการใช้พลังงานรวมของประเทศได้ราว 3-6%

พร้อมให้เร่งแก้คอขวดระบบราง ด้วยการจัดหาหัวรถจักรใหม่ 113 คัน และแคร่สินค้ากว่า 900 คัน เพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศ พร้อมเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ผ่านมาตรการลดภาษีนำเข้า และสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 2% สำหรับผู้ประกอบการรถโดยสารและรถบรรทุก

ในระยะถัดไป ทีดีอาร์ไอเสนอให้รัฐเดินหน้าสร้าง ตลาดพลังงานที่แข่งขันได้จริง โดยใช้แนวคิด “ประสิทธิภาพคือแหล่งพลังงานอันดับแรก” ผ่านมาตรฐาน Green Building และเปิดให้เอกชนเข้าถึงระบบสายส่งไฟฟ้า (Third Party Access) เพื่อให้เกิดการแข่งขันในการจำหน่ายไฟฟ้าโดยตรง

ด้านความมั่นคงน้ำมัน เสนอให้ลดการผูกขาดในธุรกิจโรงกลั่น เพื่อให้ราคาสะท้อนต้นทุนจริง ไม่จำเป็นต้องอ้างอิงราคาตลาดสิงคโปร์ และผลักดันการจัดตั้ง คลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ (SPR) เพื่อรองรับความเสี่ยงจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ในอนาคต

ทีดีอาร์ไอยังชี้ว่า ความสำเร็จของรัฐบาลในการรับมือวิกฤตพลังงานครั้งนี้ ไม่ได้วัดจากความสามารถในการ “ตรึงราคา” ไว้ได้นานเพียงใด แต่ขึ้นอยู่กับการวางรากฐานใหม่ให้ระบบพลังงานและขนส่งไทยมีความมั่นคง เป็นธรรม และยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งต้องอาศัย วิสัยทัศน์และความกล้าหาญทางการเมือง ในการผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนส่วนใหญ่ แม้อาจกระทบต่อกลุ่มผลประโยชน์บางส่วนก็ตาม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...