โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สร้างโอกาสใหม่ให้คนไร้บ้าน สสส. สานพลัง พม.-ภาคีเครือข่าย ปลดล็อก “สวัสดิการที่อยู่อาศัย-ครอบครัวอุปการะ”

JS100 - Post&Share

อัพเดต 02 พ.ค. เวลา 11.56 น. • เผยแพร่ 02 พ.ค. เวลา 11.26 น. • JS100:จส.100
สร้างโอกาสใหม่ให้คนไร้บ้าน สสส. สานพลัง พม.-ภาคีเครือข่าย ปลดล็อก “สวัสดิการที่อยู่อาศัย-ครอบครัวอุปการะ”

วันที่ 2 พฤษภาคม 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวในพิธีเปิด “โครงการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจอนุบัญญัติกฎหมายการคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง : สวัสดิการที่อยู่อาศัยและสวัสดิการครอบครัวอุปการะ” ว่า สังคมไทยมีความท้าทาย และความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่ส่งผลให้พี่น้องประชาชนบางส่วนต้องกลายเป็นคนไร้ที่อยู่อาศัย ปัญหานี้คือโจทย์ใหญ่ของสังคมที่สะท้อนถึงการเข้าไม่ถึงสิทธิและสวัสดิการพื้นฐานที่รัฐต้องเร่งแก้ไขอย่างจริงจัง ที่ผ่านมาการดำเนินงานในมิติของคนไร้ที่พึ่ง จะมุ่งเน้นการคุ้มครองโดยจัดบริการดูแลด้านปัจจัยสี่ ในลักษณะของการสงเคราะห์โดยรัฐ แต่ยังขาดเครื่องมือที่จำเป็นในการร่วมดูแล พม. จึงมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนผ่านไปสู่การที่รัฐเป็นผู้สนับสนุนสร้างระบบคุ้มครองทางสังคมที่เข้มแข็ง โดยนำระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ MSO Logbook มาใช้ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนได้สิทธิสวัสดิการอย่างเหมาะสม

“พม. ออกประกาศสำคัญ 2 ฉบับ คือ 1.สร้างความมั่นคงในที่อยู่อาศัย ผ่านการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดหาที่อยู่อาศัย โดยสนับสนุนค่าเช่าตามจริงไม่เกินเดือนละ 1,500 บาท และสนับสนุนค่าสาธารณูปโภคตามจ่ายจริงแต่ไม่เกินเดือนละ 500 บาท รวมถึงมอบเงินทุนตั้งตัวคนละ 2,000 บาท เพื่อซื้อสิ่งของจำเป็นพื้นฐาน โดยเป็นการสนับสนุนชั่วคราวเพื่อตั้งหลัก และจะส่งต่อสวัสดิการนี้ไปยังกลุ่มเป้าหมายรายใหม่ เมื่อบุคคลเดิมสามารถพึ่งพาตนเองได้แล้ว 2.คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งแบบครอบครัวอุปการะ สำหรับกลุ่มคนในสถานคุ้มครองที่ครอบครัวเดิมไม่พร้อมดูแล โดยรัฐสนับสนุนงบประมาณเดือนละ 5,000 บาท ให้แก่ ครอบครัว ชุมชน หรือศาสนสถาน ที่พร้อมรับดูแลสมาชิกเหล่านี้ เพื่อให้คนไร้ที่พึ่งได้กลับไปดำรงชีวิตในสิ่งแวดล้อมแบบครอบครัว โดยจะสนับสนุนจนกว่าครอบครัวมีความมั่นคงเพียงพอ เพื่อสร้างสังคม อยู่ดี มีโอกาส ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถยื่นความจำนงหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่กองคุ้มครองสวัสดิภาพและเสริมสร้างคุณภาพชีวิติ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) โทร 026956272 ได้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป” นายนิกร กล่าว

นายณัฐพล เทศขยัน ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า จากข้อมูลการแจงนับคนไร้บ้านทั่วประเทศ ปี 2566 ที่ สสส. ดำเนินการร่วมกับภาคีเครือข่ายฯ พบว่า ประเทศไทยมีคนไร้บ้าน 2,499 คน อยู่ในกรุงเทพฯ 1,271 คน และต่างจังหวัด 1,228 คน ในจำนวนนี้มีปัญหาสิทธิสถานะเข้าไม่ถึงการรักษาพยาบาลและการทำงาน 30% มีความเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้า 31.6% โดยส่วนใหญ่มีอายุอยู่ในช่วง 40-59 ปี คิดเป็น 56.8% อาศัยอยู่ตามลำพัง 74.1% ซึ่งจังหวัดที่มีคนไร้บ้านมากที่สุด 7 อันดับ คือ กรุงเทพฯ ชลบุรี เชียงใหม่ ขอนแก่น กาญจนบุรี นครราชสีมา และสงขลา และมีแนวโน้มคนไร้บ้านหน้าใหม่เข้าสู่ภาวะไร้บ้านภายในไม่เกิน 2 ปี สูงถึง 27% ซึ่งคนกลุ่มนี้ได้รับสิทธิและสวัสดิการพื้นฐานอย่างทั่วถึง จะสามารถช่วยให้กลับมาตั้งหลักชีวิตได้อย่างยั่งยืน
“สสส. ร่วมกับภาคีเครือข่าย ผลักดันแนวคิด Housing First ที่มองว่า บ้านคือปัจจัยแรก ผ่านการพัฒนาศูนย์พักระยะผ่านของคนไร้บ้าน โครงการนำร่องที่อยู่อาศัยคนละครึ่ง ที่อยู่อาศัยเช่าราคาถูก ช่วยลดความเสี่ยงทั้งทางสังคมและสุขภาพ ป้องกันไม่ให้กลายเป็นคนไร้บ้านถาวร โดยมีระบบติดตามรายบุคคล มีฐานข้อมูลสุขภาพ และมีทีมแพทย์อาสาเข้ามาดูแลตั้งแต่เริ่มต้น ควบคู่กับการสื่อสารสังคม ปรับทัศนคติต่อคนไร้บ้าน ส่งเสริมอาชีพเพื่อสร้างรายได้ และการลดรายจ่ายจากการลดละเลิกเหล้าบุหรี่ เพื่อให้คนไร้บ้านมีเงินออมเพียงพอสำหรับค่าเช่าบ้านในระยะยาว ตามโมเดลห้องเช่าราคาถูกที่ภาครัฐและภาคีเครือข่ายร่วมกันพัฒนาขึ้น ทั้งนี้ การเปิดตัวโครงการสวัสดิการที่อยู่อาศัยและสวัสดิการครอบครัวอุปการะ จะเป็นการยกระดับสู่ภาคนโยบาย และเป็นการยืนยันว่าคนไร้บ้านไม่ใช่คนที่สังคมทอดทิ้ง แต่คือคนที่รอโอกาสตั้งหลักชีวิต” นายณัฐพล กล่าว

นายอนรรฆ พิทักษ์ธานิน ผู้จัดการแผนงานพัฒนาองค์ความรู้คนไร้บ้าน สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า งานในวันนี้ถือเป็นนิมิตหมายที่สำคัญ เพราะแสดงให้เห็นความสำเร็จของการขับเคลื่อนนโยบายจากฐานราก เพราะบ้านไม่ใช่แค่ที่ซุกหัวนอน แต่หมายถึง ความมีศักดิ์ศรีและความเชื่อมโยงกัน การมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงจะช่วยลดความเสี่ยงด้านสุขภาพ ทำให้คนไร้บ้านสามารถอาบน้ำและพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความน่าเชื่อถือในการไปสมัครงานและประกอบอาชีพ โดยจากข้อมูลการศึกษานำร่องในช่วงโควิด-19 พบว่า ผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือด้านค่าเช่า 80% มีรายได้ที่มั่นคงขึ้นและมีความพึงพอใจในคุณภาพชีวิตสูงถึงระดับ 4.5 เนื่องจากรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของพื้นที่และความปลอดภัย

นายนันทชาติ หนูศรีแก้ว ผู้จัดการมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย กล่าวว่า จากการสนับสนุน ศูนย์พักพิง ของ สสส. จนปัจจุบันคนไร้บ้านมีการรวมตัวกันเป็นสมาพันธ์คนไร้บ้าน กระจายอยู่ 9 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ ปทุมธานี นนทบุรี เชียงใหม่ ขอนแก่น กาญจนบุรี ระยอง นครราชสีมา สงขลาขับเคลื่อนดูแลภายใต้หลัก 3 H คือ Healthy (สุขภาพ) Home (ที่อยู่อาศัย) และ Hope (ความหวัง) เพื่อรองรับกับปัญหาคนไร้บ้านในเขตเมือง โดยมีการแบ่งพื้นที่ในศูนย์เป็นที่พักฉุกเฉิน ฟื้นฟู พัฒนาศักยภาพและนำร่องเช่าที่อยู่อาศัยราคาถูก เพื่อให้คนที่มีศักยภาพทดลองรับภาระค่าใช้จ่าย และมุ่งหวังว่าจะได้เห็นสวัสดิการที่อยู่อาศัยและครอบครัวอุปการะขยายผลอย่างทั่วถึงและยั่งยืน เพราะสิ่งที่พี่น้องคนไร้บ้านต้องการไม่ใช่แค่ที่พักที่เป็นสี่เหลี่ยม แต่เป็นพื้นที่ปลอดภัย ที่ช่วยให้พวกเขากลับมาฟื้นตัวได้จริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...