โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“อภิสิทธิ์” ยก 4 เหตุผล ไร้ความหวังบรรลุตามเป้าหมายที่เขียนไว้ มอง บริหารวิกฤตน้ำมันล้มเหลว

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 09 เม.ย. เวลา 05.50 น.

“อภิสิทธิ์” ยก 4 เหตุผล ไร้ความหวังบรรลุตามเป้าหมายที่เขียนไว้ มอง บริหารวิกฤตน้ำมันล้มเหลว ผลักประชาชนรับภาระ แสวงหาผลประโยชน์ บอกไม่ก้าวล่วงพรรคการเมืองจิตวิญญาณหาย แนะให้ทำตามคำปฏิญาณตนที่ให้ไว้ต่อหน้าพระพักตร์ ไม่เช่นนั้นคนในประเทศจะบอกว่า ‘พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว’

วันที่ 9 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อแถลงนโยบายของรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอภิปรายนโยบายของรัฐบาล ว่า สิ่งที่เราคาดหวังจากการแถลงนโยบายมีอย่างน้อย 3 เรื่องใหญ่ ประกบด้วย ความคาดหวังของประชาชนที่ให้การสนับสนุนพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหลาย ว่านโยบายที่ได้หาเสียง ให้คำมั่นสัญญาว่าจะให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นจะเป็นนโยบายของรัฐบาลปรากฏอยู่ในคำแถลงของนายกรัฐมนตรีหรือไม่ เป็นโอกาสสำหรับนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้นำรัฐบาล ที่จะได้สร้างความหวังฉายภาพทิศทางการเดินหน้าของประเทศที่มีผลกระทบต่อประชาชนทุกคน และเป็นเอกสารที่สมาชิกรัฐสภา ที่ต้องใช้อ้างอิงในการตรวจตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลต่อไป ทั้งนี้สส.จากพรรคฝ่ายค้านได้พูดว่ากันสร้างความหวังไม่ได้เกิดขึ้น บางคนได้หยิบยกนโยบายที่มีการหาเสียงแต่ดูเหมือนว่าจะขาดหายหรือไม่สามารถที่จะผูกมัดตัวเองในระดับเดียวกันในช่วงหาเสียง เช่น ค่าไฟ 3 บาท พยาบาลอาสาประจำหมู่บ้าน ที่ขาดรายละเอียด และมีนโยบายที่ไม่ปรากฏอยู่ในคำแถลงของนายกรัฐมนตรี เช่น โครงการแลนด์บริด ที่ทำแบบลับๆ ล่อๆ หรือแม้แต่อสม.จะยกระดับการทำงานหรือสร้างขวัญกำลังใจอย่างไร หรือบางเรื่องที่นโยบายเขียนสั้นอย่างนโยบาย จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งสถานการณ์รุนแรง ถึงขนาดที่เพื่อนสมาชิกในห้องประชุมนี้ถูกลอบยิง และถูกตั้งคำถามว่าเกี่ยวข้องกับความมั่นคงหรือไม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ปรากฏอยู่ แต่สิ่งที่ตนจะเน้นย้ำวันนี้และถามว่าทำไมพวกเราไม่รู้สึกว่ามีความชัดเจนในทิศทางหรือมีความหวัง ขอให้เหตุผล 4 ประการ ที่มองว่ารัฐบาลจะไม่บรรลุตามเป้าหมายที่ที่เขียนไว้คือ 1.นโยบายที่เขียน เขียนอีก พูดอีก ก็ถูกอีก เพราะเขียนในสิ่งที่คนไม่โต้แย้ง ทั้ง 3 หลักการบริหาร 5 กลุ่มยุทธศาสตร์เป้าหมาย แต่ไม่มีรูปธรรมและเครื่องมือที่จะใช้ หรือกรอบเวลาชัดเจนยกเว้นบางเรื่อง ไม่มีตัวชี้วัดในการตรวจสอบ 2. วิธีบริหารที่ผ่านมาจากท่านทั้งหลายที่กำลังดำรงตำแหน่งต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้ 3. นโยบายฉบับนี้ไม่มีมีความรู้สึก จิตใจ และหัวใจของประชาชนอยู่ในการเขียน และ 4. ปัญหาเรื่องคุณธรรม จริยธรรม ความซื่อสัตย์สุจริตซึ่งเป็นหัวใจที่ทำให้นโยบายสำเร็จ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ท่านกล้าที่จะเขียนนโยบายหลายประเด็น ทั้งนี้เรื่องวิกฤตน้ำมัน ไม่มีใครในประเทศนี้ที่จะบอกว่าท่านสร้างปัญหานี้ หรือปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากวิกฤตภายนอก และไม่มีใครในในประเทศฝันว่าทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนเดิมได้ แต่สิ่งที่ตำหนิกับความล้มเหลวที่ผ่านมา ประกอบไปด้วย 3 ส่วน คือการบริหารจัดการที่ผิดพลาด / การไม่ยอมให้ภาคส่วนนอกจากประชาชนรับภาระสิ่งที่เกิดขึ้น / และความไม่ชอบมาพากลและการแสวงหาผลประโยชน์อันมิชอบ ซึ่งวันนี้ทราบดีว่ากองทุนน้ำมันจะแบกรับสะสมหนี้ไปเรื่อยๆ ไม่ได้ แต่ให้ทำหน้าที่นี้เพื่อประคับประคอง และซื้อเวลา เผื่อน้ำมันจะราคาลดลงต้นทุนอื่นจะไม่เพิ่มขึ้น และซื้อเวลาให้รัฐบาลได้เตรียมตัวช่วยกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ แต่รัฐบาลนี้ผลาญเงิน 4 หมื่นล้านจากประชาชนผู้ใช้น้ำมันที่จะไปซื้อน้ำมันแพงในวันข้างหน้า โดยไม่ได้เตรียมมาตรการรองรับ และในที่สุดก็ปล่อยให้ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นและต้นทุนการผลิตทุกภาคการผลิตสูงขึ้น ตนไม่ทราบว่าสายไปหรือไม่ที่จะแก้ไขสถานการณ์นี้ เพราะคิดจะไปคุมสินค้าปลายทางความโกลาหล ความขาดแคลน การขาดทุนการล้มลงของธุรกิจเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ท่านพูดได้อย่างไรว่าประสบความสำเร็จการบริหารความขาดแคลน เสียดายที่รัฐบาลไม่ฟังเพื่อสมาชิกร่วม 100 คน ที่ตรงพูดตรงกันจนการเข้าคิวซื้อน้ำมันขาดแคลน ท่านรับฟังจะได้ทราบว่าสิ่งที่นำเสนอทำได้จริง ทั้งการให้ส่วนอื่นแบกรับภาระ ถึงวันนี้ภาษีสรรพสามิตก็ยังไม่ยอมลด และเพิ่งขยับราคาโรงกลั่น การลด 2 บาทถือว่าน้อยมากกับค่าการกลั่นเฉลี่ย 17 บาท วันนี้ยังรอคอยมาตรการช่วยค่าขนส่งการประมง และการแก้ปัญหาปุ๋ย เม็ดพลาสติก ซึ่งเหล่าถึงการขาดแคลนราคาต้นทุนที่สูงขึ้นของภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตร นอกเหนือจากการบริหารที่ผิดพลาด ซึ่งตนใช้คำว่า “หัวใจท่านไม่อยู่กับประชาชน” และการบอกว่าพูดถึงราคาน้ำมันเป็นเรื่องเชยๆ ยุคนี้ไม่คาดหวังจะหรูหราเก๋ไก๋ เพราะเป็นเรื่องที่กระทบความเป็นอยู่ประชาชน นอกเหนือจากที่ไม่ยอมให้รัฐบาล ภาคธุรกิจรับภาระเท่าที่ควร แต่ยังมีการไล่ตามจับไอ้โม่ง ที่ทำให้ประชาชนเจ็บช้ำน้ำใจ คำพูดบางทีของนายกฯ พูดสวยหรูว่าไม่มีใครดีไปกว่าประชาชน แต่ความสวยหรูนั้นไม่เจ็บเท่าที่บอกว่ามีแต่ประชาชนกักตุนเท่าน้ำมัน

ส่วนเรื่องทุนเทา สแกรมเมอร์ ซตนบอกว่าเป็นอุปสรรคใหญ่หลวงในนโยบายทางการดึงลงทุนการพัฒนาตลาดทุนที่จะเป็นไปอย่างโปร่งใสตามมาตรฐานสากลสามารถแข่งขันได้ ตนได้ยื่นข้อมูลให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่ทุกครั้งที่เกิดการดำเนินการของหน่วยงานของรัฐมักตามหลังต่างประเทศเสมอ ทั้งนี้ที่ไม่เชื่อมั่นในความสามารถ นอกเหนือจากการกระทำที่ผ่านมาปัญหาคือ คนอดสงสัยไม่ได้ ว่าความเกี่ยวพันของคนที่ที่อยู่ในแวดวงอำนาจ และรัฐบาลอยู่ในกระบวนการนี้ด้วยหรือไม่ ขอให้ถามรัฐมนตรีดีอี เพราะดำเนินการสอบเองทั้งเอ็มโอยูสแกนม่านตา ซึ่งวันนี้ผู้ที่มีภาพ มีความสำคัญกับ สแกรมเมอร์ระดับโลกยังสามารถนั่งอยู่ข้างบนได้ แล้วจะให้เชื่อได้อย่างไร

ส่วนนโยบายที่เขียนสวยหรูสำหรับอนาคตเรื่องภาคการเกษตร ที่เป็นศูนย์กลางเป็นครัวโลก ทำให้ทั่วโลกมองว่าเราเป็นแหล่งอาหารที่ที่สำคัญ และนโยบายเขียนดี แต่การทำงานที่ผ่านมาไม่เป็นเช่นนั้นเช่นกรณีของมะพร้าว รู้ว่าราคาปลายทางส่งออกไม่ได้ตกลงแต่ราคาที่รับซื้อจากชาวสวนต่ำ ซึ่งต้องรู้ว่าปัญหาอยู่ที่คนกลางอยู่ที่ล้ง แต่ไม่มีการพยายามแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างคำตอบที่เราได้คือเหมือนรัฐบาลจะไปตั้งล้งกลางแข่ง และวันนี้ราคาน้ำมะพร้าวขยับขึ้นมาเล็กน้อยตามฤดูกาล ซึ่งการดำเนินการของล้งกลางแทบไม่มียังขาดทุนเหมือนเดิม ส่วนมะพร้าวกะทิ บอกจะยกระดับคุณภาพความเป็นอยู่ของเกษตรกร เพราะจะดึงอุตสาหกรรมการเกษตรเข้ามาแล้วจะช่วยยกระดับความเป็นอยู่ของเกษตรกร แต่ตอนนี้สิ่งที่เกิดขึ้น โรงงานที่ผลิตกะทิ โรงงานที่รับซื้อมะพร้าว สามารถให้รัฐบาลนำเข้ามะพร้าวที่ราคาถูกกว่าจากต่างประเทศจนในขณะนี้ราคามะพร้าวกะทิต่ำกว่าต้นทุนกระเทือนต่อเกษตรกร จึงไม่สามารถมั่นใจได้ว่าสิ่งเหล่านี้จะทำให้เรามองเห็นว่าทิศทางที่ท่านแถลงในวันนี้จะสามารถปฏิบัติได้จริง อย่างรองนายกฯ ที่เป็นประธานศบก. ไม่ได้เป็นเป็นตัวแทนของประชาชน แต่ไม่ควรเป็นผู้แทนของธุรกิจโรงกลั่น ชี้แจงแต่ละครั้งมีแต่มองในมุมธุรกิจ เช่นเดียวกับนโยบายภาคการเกษตรทั้งหมด สิ่งที่หล่นหายไปเกือบทั้งหมด เป็นเรื่องของการสร้างหลักประกัน ให้กับคนที่จะต้องสูญเสียจากการเปลี่ยนแปลง ให้กับคนที่ต้องเผชิญกับความแน่นอนของตลาดและวิกฤตที่อาจจะเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นภายนอกและภายใน ตนไม่ไปก้าวล่วงว่าพรรคไหนจิตวิญญาณหายหรือไม่หายแต่ตอนนี้นโยบายหายจริงๆ รวมถึงการประกันรายได้เกษตรกรหรือประกันกำไรเกษตรกรตามนโยบาย หากดูกระทรวงเกษตรก็ไม่มี ค่าแรงขั้นต่ำของกระทรวงแรงงานไม่มี นโยบายใดที่จะเป็นหลักประกันในส่วนนี้หายไปไหน ซึ่งมองหาคำว่าสวัสดิการหายากในนโยบายนี้ และในช่วงหาเสียงพรรคประชาธิปัตย์ เสนอเรื่องเบี้ยยังชีพ และตนได้เคยได้รับคำอธิบายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ว่าพรรคแกนนำไม่มีนโยบายเรื่องเบี้ยเลี้ยงชีพเพราะไม่เน้นให้การให้ปลาแต่จะเน้นเรื่องการให้เบ็ด ตนอยากฝากไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่าท่านอยู่ในภาวะที่จะต้องบริหารอย่างระมัดระวังเกี่ยวกับเรื่องเงินทอง ต้องแยกให้ออกและชี้ทางให้เห็นว่าจะไปทิศทางไหน การใช้เงินของรัฐบาลมีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันบางโครงการเพื่อกระ ทุนเศรษฐกิจช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากบางเรื่อง บางโครงการเป็นสวัสดิการสิทธิขั้นพื้นฐาน และตนตั้งใจจะถามว่าเงินที่กำลังมีอยู่อย่างจำกัดที่ต้องออกกฎหมายโอนงบประมาณในแถลงนโยบายจะเน้นย้ำในเรื่องใด เพราะด้านหนึ่งวันนี้บอกประชาชนทั้งประเทศให้ประหยัด แต่ก็เหมือนส่งสัญญาณว่าจะนำเงินไปกระตุ้นเศรษฐกิจ ดังนั้นต้องเลือกว่าจะเอาแบบไหน สำหรับตนความสำคัญสูงสุดคือเร่งช่วยเหลือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันซึ่งเป็นเป็นต้นทุนของประชาชนทั้งประเทศ ซึ่งการขาดจิตใจที่คำนึงถึงผลกระทบและความรู้สึกของประชาชน ทำให้นโยบายนี้ไม่ได้สร้างความหวัง ไม่ได้สร้างทิศทางสำหรับคนส่วนใหญ่ในประเทศ ตนอยากให้จิตวิญญาณความเป็นประชาชนของนายกรัฐมนตรี เวลาไปทำคอนเทนต์สไตล์เชลชวนชิม อยู่ในนโยบายนี้บ้าง คนปกติคนธรรมดาที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายคืออะไร

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอภิปรายทิ้งท้ายว่า สิ่งที่ตนไม่มั่นใจกับความสำเร็จของนโยบาย เพราะตนไม่ค่อยแน่ใจว่าสิ่งที่ท่านเขียนในหน้าแรกของนโยบาย ที่พูดถึงเรื่องการบริหารโดยใช้หลักนิติธรรม และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคเป็นจริง ตนจะจับตาดูตั้งแต่คดีฮั้วสว. เขากระด้ง ซึ่งความจริงพรรคเพื่อไทยพูดไว้เยอะ ขอให้ช่วยตามดูด้วย จะดูว่าที่ท่านเขียนว่าดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับคู่สัญญาของรัฐที่ทำให้สาธารณะเสีย ทั้งกรณีสตง. พระราม 2 แต่อย่าลืมคู่สัญญาของอาคารรัฐสภาที่มีปัญหามากมาย และที่ตนตั้งประเด็นไปว่าทำไมท่านยังตั้งคนไปเป็นรัฐมนตรีที่มีการเคลือบแคลงน่าสงสัยเกี่ยวกับทุนเทาและสแกรมเมอร์ ซึ่งแปลกใจว่าก่อนหน้าที่จะได้รายชื่อคณะรัฐมนตรีที่เป็นชุดปัจจุบัน มีการพูดถึงบุคคลท่านหนึ่งที่ที่พูดทำนองว่าเขาไม่ผ่านคุณสมบัติ ที่จริงสถานะ คือ ถูกกล่าวหาโดยดีเอสไอ ถ้าใช้มาตรฐานเดียวกันบนนั้นหลายคน รวมทั้งนายกรัฐมนตรีด้วยที่จะนั่งอยู่บนนั้นไม่ได้ และสุดท้ายก่อนที่ท่านจะมาแถลงนโยบายท่านต้องผ่านขั้นตอนที่สำคัญคือการถวายสัตย์ มีพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่าถ้าท่านจะทำตามคำปฏิญาณที่ทำต่อหน้าพระพักตร์ ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นคือต้องเกิดกับประชาชนให้หมีคุณภาพชีวิตที่ดี ต้องเกิดกับประชาธิปไตยที่งอกงามไพบูลย์และและอยู่บนวิถีทางที่ถูกต้อง และต้องทำให้ประเทศมีความมั่นคงเป็นปึกแผ่น ตนกราบเรียนว่ารัฐบาลทุกชุดเข้ามาบริหารต้องมีทั้งความสำเร็จมีทั้งความล้มเหลวเข้าใจกันได้ แต่สิ่งที่ทให้อภัยกันไม่ได้ในทุกรัฐบาล คือ ถ้าแสวงหาผลประโยชน์เข้าตัว เข้าพวก และไม่เคารพกระบวนการของกฎหมายและกระบวนการของประชาธิปไตย จึงขอเตือนว่าถ้าท่านเห็นประชาชนเป็นเพียงทางผ่านสู่อำนาจ เห็นประชาธิปไตยเป็นแค่พิธีกรรม เห็นประเด็นความมั่นคง จริยธรรม เป็นเพียงแค่การหาเสียง หรือเครื่องมือทางการเมือง ท่านจะไม่ได้ปฏิบัติตามคำปฏิญาณตนที่ให้ไว้ต่อหน้าพระพักตร์ และทุกคนในประเทศจะบอกว่าพอแล้ว ไม่ไหวแล้ว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...