โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมื่อ‘การมีงาน’ไม่ได้แปลว่า‘มั่นคง’?

ไทยโพสต์

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

เพิ่งจะผ่านพ้นวันที่ 1 พฤษภาคมไป ซึ่งแน่นอนว่า “แรงงาน” ในสังคมไทยนับว่ามีความสำคัญอย่างมากในฐานะกำลังสำคัญของเศรษฐกิจ แต่ในวันแรงงานปี 2569 คำถามของคนทำงานจำนวนไม่น้อยอาจไม่ใช่เพียง “ยังมีงานทำหรือไม่” หากเป็น “รายได้ที่มีอยู่ วันนี้ยังพอรับมือกับความไม่แน่นอนข้างหน้าได้แค่ไหน?”

หากดูสถานการณ์ของไทยแล้ว แม้ภาพรวมตลาดแรงงานไทยยังดูแข็งแรงเมื่อเทียบกับหลายประเทศ แต่อัตราว่างงานที่อยู่ในระดับต่ำไม่ได้แปลว่าความกังวลของคนทำงานจะลดลงตามไปด้วย โดยจากข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า อัตราว่างงานไทยอยู่ที่ 1.0% ในไตรมาส 3 ปี 2567

และ 0.9% ในเดือนมีนาคม 2568 สะท้อนว่าคนส่วนใหญ่ยังมีงานทำอยู่ แต่ในอีกด้านหนึ่ง ภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวไม่เต็มที่และค่าครองชีพที่ยังกดดัน ทำให้ความมั่นคงทางการเงินของครัวเรือนไทยยังเป็นโจทย์สำคัญ ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2569 จะขยายตัว 1.5% ซึ่งชะลอลงจากปีก่อน และเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 0.3%

ขณะเดียวกัน จากปัจจัยลบที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แน่นอนว่าโจทย์ของมนุษย์เงินเดือนในวันนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่อง “ตกงาน” แต่คือการอยู่กับรายได้ประจำท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นค่าครองชีพ ภาระหนี้ครัวเรือน ค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน หรือแรงกดดันจากเศรษฐกิจที่โตช้ากว่าที่หลายคนคาดหวัง ภาพนี้ทำให้คำว่า “ความเปราะบางทางการเงิน” กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น แม้ในกลุ่มคนที่ยังมีงานประจำและรายได้สม่ำเสมอก็ตาม

ในบริบทเช่นนี้ สิ่งที่คนทำงานต้องบริหารอาจไม่ใช่แค่รายรับรายจ่ายรายเดือน แต่รวมถึง “ความสามารถในการตั้งรับ” เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน เพราะในโลกการทำงานยุคใหม่ ความมั่นคงไม่ได้วัดจากการมีงานเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่าระบบการเงินส่วนบุคคลแข็งแรงพอหรือไม่เมื่อรายจ่ายมาเร็วกว่ารายได้ หรือเมื่อแผนชีวิตต้องเปลี่ยนกะทันหัน

สำหรับ บมจ.บัตรกรุงไทย หรือเคทีซี ระบุว่า ภาพดังกล่าวสะท้อนว่าคนทำงานยุคนี้ต้องการเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นมากกว่าที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการรักษาวินัยเครดิต การจัดการกระแสเงินสดให้ดีขึ้น หรือการใช้สิทธิประโยชน์ทางการเงินเพื่อพัฒนาทักษะของตนเองในระยะยาว ได้แก่ 1.การรักษาเครดิต หนึ่งในเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามเพราะประวัติทางการเงินที่ดีไม่ได้มีความหมายเฉพาะเวลาขอสินเชื่อ แต่ยังเป็นแต้มต่อในการเข้าถึงทางเลือกทางการเงินที่เหมาะสมเมื่อจำเป็น ช่วยให้คนทำงานมีพื้นที่ในการตัดสินใจมากขึ้นในช่วงเวลาที่สภาพคล่องตึงตัว

นอกจากนี้ 2.การบริหารกระแสเงินสด โดยเฉพาะรายจ่ายก้อนใหญ่ที่อาจกระทบเงินสำรองในระยะสั้น การเลือกใช้เครื่องมือที่ช่วยกระจายภาระจ่ายอย่างมีวินัย เช่น โปรแกรมผ่อนชำระอัตราดอกเบี้ย 0% ในสินค้าที่จำเป็น สามารถช่วยรักษาสมดุลของเงินสดในมือได้ โดยไม่ทำให้คุณภาพชีวิตสะดุดในช่วงที่ความไม่แน่นอนยังสูง

ส่วน 3.การลงทุนกับทักษะใหม่ ก็เป็นอีกด้านของความมั่นคงทางการเงินที่สำคัญไม่แพ้กัน ในโลกการทำงานที่การแข่งขันสูงขึ้น ความสามารถด้านภาษา ความรู้เฉพาะทาง หรือการเรียนรู้เพิ่มเติม อาจกลายเป็นปัจจัยที่ช่วยต่อยอดโอกาสใหม่ทางอาชีพและรายได้ในอนาคต สำหรับผู้บริโภคบางกลุ่ม การนำคะแนนสะสมหรือสิทธิประโยชน์ที่มีอยู่มาใช้กับการเรียนรู้หรือการซื้อหนังสือ จึงไม่ใช่เพียงการใช้สิทธิ แต่เป็นการเปลี่ยนทรัพยากรเดิมให้กลายเป็นทุนระยะยาว

อย่างไรก็ดี วันแรงงาน ปี2569 จึงอาจไม่ใช่เพียงวันแห่งการตระหนักถึงคุณค่าของแรงงานในระบบเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นจังหวะสำคัญให้คนทำงานกลับมาทบทวนว่า นอกจากความมั่นคงของงานแล้ว ตนเองได้สร้าง “ความมั่นคงทางการเงิน” ไว้มากพอแล้วหรือยัง เพราะในโลกที่ความเสี่ยงไม่ได้มาในรูปแบบเดิมเสมอไป คนที่พร้อมกว่าอาจไม่ใช่คนที่มีรายได้สูงที่สุด แต่คือคนที่จัดการเงินของตัวเองได้ยืดหยุ่นที่สุดนั่นเอง.

รุ่งนภา สารพิน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...