โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สตม.รวบแล้ว หนุ่มฟิลิปปินส์แสบตระเวณชักดาบโรงแรม 5 ดาว เสียหายหลายแสน

VoiceTV

อัพเดต 01 พ.ค. 2568 เวลา 10.41 น. • เผยแพร่ 01 พ.ค. 2568 เวลา 10.04 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 เมื่อเวลาประมาณ 10:30 น. ที่ห้องประชุม 1 บก.ตม.1 ณ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 โดย พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1 , พ.ต.อ.ณรงค์เวทย์ โอนสูงเนิน รอง ผบก.ตม.1 , พ.ต.อ.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 และ พ.ต.ท.สุริยะ พ่วงสมบัติ รอง ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 ร่วมแถลงผลการปฏิบัติรวบหนุ่มฟิลิปปินส์ ชีวิตติดหรู วางอุบายแสบตระเวณชักดาบโรงแรม 5 ดาว หลายแห่งเสียหายหลายแสน

โดยพฤติการณ์ในการก่อเหตุของคนร้ายรายนี้ ย้อนไปเมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2567 ผู้จัดการโรงแรมชื่อดังระดับ 5 ดาว ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เกี่ยวกับพฤติกรรมของชายชาวฟิลิปปินส์รายหนึ่ง ที่ได้ก่อเหตุหลอกพนักงานโรงแรม เพื่อเข้าพักโดยไม่ชำระค่าที่พักและอาหาร โดยแผนประทุษกรรมของคนร้ายมีความแยบยล กล่าวคือ คนร้ายจะทำการจองห้องพักผ่านช่องทางออนไลน์ในแพลตฟอร์มชื่อดัง จำนวน 4 – 5 คืน โดยในขั้นตอนการจองจะมีการกรอกเลขบัตรเครดิตไว้ ซึ่งระบบจะทำการหักเงินจริงเมื่อมีการนำบัตรมารูดชำระที่โรงแรม โดยทุกครั้งที่ทำการจอง คนร้ายจะเลือกจองห้องพักพร้อมกับรถลิมูซีนรับจากสนามบินจำนวน 2 คัน โดยแจ้งว่าตนจะพักอาศัยกับบิดา โดยในรายละเอียดการจอง จะให้รถลิมูซีนคันแรก มารับตัวคนร้ายก่อน ส่วนรถอีกคันจะระบุให้มารับบิดาของคนร้ายในอีกวันหนึ่ง จากนั้นคนร้าย ซึ่งจากการสืบสวนภายหลัง ทราบว่ามิได้เดินทางลงจากเครื่องบินเข้ามาในประเทศแต่อย่างใด เนื่องจากพักอาศัยอยู่ในประเทศไทยอยู่แล้ว แต่แสร้งโดยสารรถสาธารณะมุ่งหน้าไปขึ้นรถลิมูซีนจากสนามบิน เพื่อมาเช็คอินตามที่จองไว้ เมื่อมาถึงโรงแรมได้ลงทะเบียนเข้าเข้าพัก คนร้ายออกอุบายว่าเอกสารหนังสือเดินทางและเงินค่าใช้จ่ายทั้งหมดอยู่ที่คนเป็นพ่อซึ่งอยู่รถคันที่ 2 ที่จะตามมาเลยขอให้โรงแรมอนุญาตให้พักและกินใช้ก่อนส่วนค่าใช้จ่ายทั้งหมดคนเป็นพ่อจะเป็นคนชำระเอง โดยอาศัยฉวยโอกาสจากมาตรฐานการบริการลูกค้าของโรงแรมระดับชั้นนำ อีกทั้งเมื่อโรงแรมตรวจสอบในระบบก็พบว่ามีการจองรถคันที่ 2 ไว้อีกวันหนึ่ง ซึ่งจะต้องไปรับแขกอีกท่านมาที่โรงแรมจริง จึงหลงเชื่อยอมให้เข้าพักไปก่อน เมื่อคนร้ายได้รับอนุญาตให้เข้าพัก ก็จะมีการสั่งอาหาร และใช้บริการ room service ต่างๆ ของโรงแรมอย่างเต็มที่ โดยระบุให้ลงบิลค่าใช้จ่ายรวมเข้ากับค่าห้องพัก

นอกจากนี้จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่าในการก่อเหตุบางแห่ง จะมีการชักชวนเพื่อน 2-3 คน มาร่วมรับประทานอาหารและสังสรรค์ในห้องพักด้วย จนกระทั่งถึงกำหนดวันและเวลาที่แจ้งว่ารถลิมูซีนคันที่ 2 ต้องมารอรับบิดาของคนร้ายจากสนามบิน ก็ไม่ปรากฏพบบิดาตามที่แจ้ง ในเช้าวันถัดมา เมื่อทางโรงแรมเข้าทำความสะอาดก็ไม่พบทรัพย์สินของมีค่าของคนร้าย จึงพยายามติดต่อ แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ในทุกช่องทาง ทางโรงแรมได้รับความเสียหายจึงมาแจ้งความร้องทุกข์

ในช่วงต้นปี 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองชุดสืบสวน ก็ได้รับรายงานพบเหตุลักษณะเดิมอีกครั้งที่โรงแรมย่านการค้าธุรกิจ กรุงเทพมหานครชั้นใน และล่าสุดช่วงเทศกาลสงกรานต์ พบความผิดลักษณะดังกล่าวที่โรงแรมหรู ในย่านชิดลม ซึ่งมีผู้จัดการโรงแรมเข้าแจ้งความร้องทุกข์เกี่ยวกับเหตุในลักษณะเดียวกัน จึงเชื่อว่าการกระทำดังกล่าวเป็นแผนการและกลอุบายของคนร้ายคนเดียวกัน ที่ตั้งใจก่อเหตุซ้ำๆ หลายท้องที่ หลายช่วงเวลา แต่มีแผนประทุษกรรมคล้ายกันทั้งหมด จึงเริ่มกระบวนการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน จนทราบว่าคนร้ายมิใช่นักท่องเที่ยวแต่อย่างใด แต่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังย่านรังสิต ซึ่งต่อมาพนักงานสอบสวนได้นำข้อมูลจากการสืบสวน ขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหารายนี้

ต่อมาในวันที่ 25 เมษายน 2568 เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองชุดสืบสวน ได้ลงพื้นที่โดยรอบมหาวิทยาลัยดังกล่าว เนื่องจากได้ข้อมูลจากการสืบสวนจนทราบว่า ผู้ต้องหาตามหมายจับรายนี้กำลังเดินทางออกจากมหาวิทยาลัย เพื่อกลับมาพักอาศัยอยู่ในห้องพัก ใกล้กับมหาวิทยาลัย ในช่วงเวลาเย็น เจ้าหน้าจึงไปดักรอจับกุมบุคคลตามหมายจับกุม ทราบชื่อคือนายเลโอนาร์โด เฮอร์นันเดซ (นามสมมติ) สัญชาติ ฟิลิปปินส์ อายุ 26 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ผู้ถูกจับตรวจสอบ ชื่อ วันเดือนปีเกิด และภาพถ่ายโดยเจ้าหน้าที่ได้แสดงหมายจับศาลแขวงพระนครใต้ ซึ่งคนร้ายต้องหาว่า “โดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สามทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ” ควบคุมตัวผู้ถูกจับส่ง พนักงานสอบสวน สน.ยานนาวา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ อุปนายกสมาคมผู้รักษาความปลอดภัยโรงแรม (HOSAT) และ ผู้แทนกลุ่มธุรกิจโรงแรมรวม 7 ท่าน เข้าร่วมในการแถลงผลการปฎิบัติ และกล่าวขอบคุณพร้อม หนังสือประกาศเกียรติคุณ ให้กับ บก.ตม.1 และการติดตามสืบสวนจับกลุ่มคนร้ายในคดีดังกล่าว

ที่มา Bangkok Immigration-กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1-กรุงเทพฯ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...