โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ราคาน้ำมัน-อาหาร ปรับสูงขึ้น ดัน เงินเฟ้อ ม.ค. 68 ขยายตัว 1.32%

การเงินธนาคาร

อัพเดต 06 ก.พ. 2568 เวลา 13.51 น. • เผยแพร่ 06 ก.พ. 2568 เวลา 06.51 น.

พาณิชย์ เผย "เงินเฟ้อ" ไทย เดือน ม.ค. 68 ขยายตัว 1.32% จากการสูงขึ้นของราคาน้ำมัน และสินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม คาดทั้งปี 68 อยู่ที่ 0.3 – 1.3% ปรับเพิ่มสินค้าในตะกร้าเงินเฟ้อเป็น 464 รายการ จากเดิม 430 รายการ เพื่อความทันสมัย เริ่ม ม.ค. 68

6 ก.พ. 2568นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย เดือนมกราคม 2568 เท่ากับ 100.57 เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2567 ซึ่งเท่ากับ 99.26 ทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น 1.32%

โดยปัจจัยหลักมาจากการสูงขึ้นของราคา

น้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นผลจากฐานราคาต่ำในปีที่ผ่านมา ประกอบกับราคาสินค้าในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มปรับตัวสูงขึ้นจากราคาผลไม้สด เครื่องประกอบอาหาร และเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เป็นสำคัญ สำหรับราคาสินค้าและบริการอื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก

ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยเมื่อเทียบกับต่างประเทศ ข้อมูลล่าสุดเดือนธันวาคม 2567 พบว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยสูงขึ้น 1.23%ซึ่งยังคงอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีอัตราเงินเฟ้อต่ำ โดยอยู่ระดับต่ำอันดับ 24 จาก 135 เขตเศรษฐกิจที่ประกาศตัวเลข และต่ำเป็นอันดับ 2 ในกลุ่มประเทศอาเซียนจาก 8 ประเทศที่ประกาศตัวเลข (บรูไน อินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม สปป.ลาว) สำหรับเฉลี่ยทั้งปี 2567 พบว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของประเทศไทยสูงขึ้นร้อยละ 0.40%อยู่ระดับต่ำอันดับที่ 6 จาก 135 เขตเศรษฐกิจที่ประกาศตัวเลข

อัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่สูงขึ้นร้อยละ 1.32% ในเดือนนี้ มีการเคลื่อนไหวของราคาสินค้าและบริการ ดังนี้

หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้นร้อยละ 1.78% จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ

  • กลุ่มผลไม้สด (ฝรั่ง มะม่วง สับปะรด)
  • กลุ่มอาหารสำเร็จรูป (ข้าวราดแกง กับข้าวสำเร็จรูป ข้าวผัด)
  • กลุ่มเครื่องประกอบอาหาร (มะพร้าว (ผลแห้ง/ขูด)
  • น้ำมันพืช (ซอสหอยนางรม)
  • กลุ่มเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (กาแฟผงสำเร็จรูป น้ำอัดลม กาแฟ (ร้อน/เย็น))
  • กลุ่มข้าว แป้ง และผลิตภัณฑ์จากแป้ง (ข้าวสารเจ้า ข้าวสารเหนียว ขนมอบ)
  • กลุ่มเนื้อสัตว์ เป็ดไก่ และสัตว์น้ำ (ปลานิล ปลาทูนึ่ง ปลาทู กุ้งขาว)
  • กลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำตาล (ขนมหวาน น้ำตาลทราย)
  • กลุ่มผักสด (แตงกวา ผักบุ้ง ถั่วฝักยาว เห็ด)

อย่างไรก็ตาม มีสินค้าหลายรายการที่ราคาลดลง อาทิ ไก่ย่าง พริกสด มะนาว หัวหอมแดง กระเทียม ผักกาดขาว และกะหล่ำปลี เป็นต้น

หมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม สูงขึ้นร้อยละ 1.00% จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ โดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิง อาทิ น้ำมันดีเซล แก๊สโซฮอล์ และน้ำมันเบนซิน

นอกจากนี้ ค่ากระแสไฟฟ้า ค่าเช่าบ้าน และค่าโดยสารเครื่องบิน ปรับสูงขึ้นเช่นกัน ขณะที่ยังมีสินค้าสำคัญหลายรายการที่ราคาลดลง อาทิ

  • ของใช้ส่วนบุคคล (ผลิตภัณฑ์ป้องกันและบำรุงผิว สบู่ถูตัว น้ำยาระงับกลิ่นกาย)
  • สิ่งที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด (ผลิตภัณฑ์ซักผ้า น้ำยาล้างจาน น้ำยาล้างห้องน้ำ)
  • ะเสื้อผ้า (เสื้อยืดบุรุษและสตรี เสื้อเชิ้ตบุรุษและสตรี กางเกงขายาวบุรุษ) เป็นต้น

ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (อัตราเงินเฟ้อทั่วไป เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออก) สูงขึ้น 0.83% เร่งตัวขึ้นจากเดือนธันวาคม 2567 ที่สูงขึ้น 0.79%

สำหรับดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเดือนมกราคม 2568 เมื่อเทียบกับเดือนธันวาคม 2567 สูงขึ้น 0.10% ตามการสูงขึ้นของหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ 0.18%ปรับสูงขึ้นตามราคาสินค้าสำคัญ โดยเฉพาะ

  • กลุ่มผักสด (ผักบุ้ง แตงกวา พริกสด ใบกะเพรา ถั่วฝักยาว)
  • กลุ่มอาหารสำเร็จรูป (ข้าวราดแกง กับข้าวสำเร็จรูป)
  • กลุ่มเนื้อสัตว์ เป็ดไก่ และสัตว์น้ำ (ปลานิล ปลาทู ไก่สด)
  • กลุ่มเครื่องประกอบอาหาร (น้ำมันพืช ซีอิ๊ว กะทิสำเร็จรูป)
  • กลุ่มผลไม้สด (ฝรั่ง แก้วมังกร มะพร้าวอ่อน)

อย่างไรก็ตาม ยังมีสินค้าอีกหลายรายการที่ราคาปรับลดลง อาทิ หัวหอมแดง ผักชี ข้าวสารเจ้า และข้าวสารเหนียว และหมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม สูงขึ้นร้อยละ 0.06% ตามการสูงขึ้นของค่ากระแสไฟฟ้า ค่าเช่าบ้าน และของใช้ส่วนบุคคล (สบู่ถูตัว ครีมนวดผม น้ำหอม)

สำหรับสินค้าที่ราคาปรับลดลง อาทิ แก๊สโซฮอล์ น้ำมันเบนซิน และสิ่งที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด (ผลิตภัณฑ์ซักผ้า น้ำยารีดผ้า น้ำยาล้างห้องน้ำ) รวมถึงค่าโดยสารสาธารณะ อาทิ ค่าโดยสารรถประจำทาง และค่าโดยสารรถไฟลอยฟ้าและใต้ดินจากมาตรการรถไฟฟ้า - รถเมล์ฟรี

ทั้งนี้ ตั้งแต่เดือนม.ค. 2568 ได้มีการปรับเปลี่ยนรายการในตะกร้าสินค้าและบริการที่นำมาใช้คำนวณเงินเฟ้อ โดยได้ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 464 รายการ จากเดิม 430 รายการ เพื่อให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับสถานการณ์ และพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน

ส่วนเครื่องฟอกอากาศ ที่ปัจจุบันถือว่าเป็นสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันนั้น สนค. กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาที่จะนำเข้ามาไว้ในตะกร้าสินค้า เพื่อคำนวณเงินเฟ้อในอนาคต

“เราเริ่มเปลี่ยนใหม่ในเดือนม.ค. จากเดิม 430 รายการ เป็น 464 รายการ เป็นทั้งการปรับออก 34 รายการ และเพิ่มเข้ามาใหม่ 68 รายการ เพื่อให้สะท้อนพฤติกรรมการบริโภคได้ดีขึ้น รายการที่ตัดออก เช่น ค่านิตยสาร ค่าหนังสือพิมพ์ ที่เพิ่มเข้ามาใหม่ เช่น แซลมอน, อโวคาโด, ผักสลัด, สมาร์ทวอช, ค่าพลังงานไฟฟ้า, กล้องติดรถยนต์ และฟิล์มติดหน้าจอโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น”

นายพูนพงษ์ เปิดเผยว่า แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนกุมภาพันธ์ 2568 คาดว่าจะอยู่ระดับใกล้เคียงกับเดือนมกราคม 2568 โดยมีปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับสูงขึ้น ประกอบด้วย

  • ราคาน้ำมันดีเซลภายในประเทศที่กำหนดเพดาน ไม่เกิน 33 บาทต่อลิตร ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน
  • การฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว ส่งผลให้ราคาสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าโดยสารเครื่องบิน
  • ราคาสินค้าเกษตรบางชนิดยังอยู่ ในระดับสูง เนื่องจากปริมาณผลผลิตยังไม่เข้าสู่ระดับปกติ หลังจากได้รับผลกระทบของภัยแล้งอย่างยาวนาน โดยเฉพาะพืชสวน เช่น มะพร้าว

“อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนก.พ. จะยังอยู่ในระดับใกล้เคียงกับเดือนม.ค. และคาดว่าตลอดทั้งไตรมาส 1 ปี 2568 อัตราเงินเฟ้อจะสูงขึ้นราว 1.1-1.2%”

อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง ประกอบด้วย

  • ภาครัฐมีแนวโน้มดำเนินมาตรการช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปรับลดค่าไฟฟ้าครัวเรือนและการตรึงราคาก๊าซ LPG
  • ฐานราคาผักสดในปีก่อนหน้าอยู่ในระดับสูง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ขณะที่ในปี 2568 สภาพอากาศเอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูกมากขึ้น ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตเข้าสู่ระบบมากขึ้น
  • การจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดของผู้ประกอบการรายใหญ่ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2568 อยู่ระหว่าง 0.3 – 1.3% (ค่ากลาง 0.8%) ซึ่งเป็นอัตราที่สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน และหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญจะมีการทบทวนอีกครั้ง

ส่วนกรณีที่รัฐบาลสั่งระงับการจ่ายไฟฟ้าตามแนวชายแดน 5 จุด เพื่อสกัดกั้นการใช้ไฟฟ้าในฐานปฏิบัติการของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศเพื่อนบ้านนั้น นายพูนพงษ์ กล่าวว่า ได้รับรายงานจากทูตพาณิชย์ และพาณิชย์จังหวัดว่า การขนส่งสินค้าผ่านสะพานมิตรภาพ ไทย-เมียนมา ยังเป็นไปตามปกติ ไม่ได้รับผลกระทบใดต่อการตัดไฟฟ้าในครั้งนี้

ขณะที่มาตรการแจกเงิน 10,000 บาทของรัฐบาล ให้กับกลุ่มผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป (เงินหมื่น เฟส 2) เมื่อปลายเดือนม.ค. 2568 ที่ผ่านมานั้น นายพูนพงษ์ กล่าวว่า การแจกเงินดังกล่าว ไม่ได้ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสินค้าของผู้ประกอบการปรับเพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงไม่มีผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อแต่อย่างใด

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...