โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘อุ๊งอิ๊ง’ หารือบริษัทยักษ์ใหญ่จีน ‘Hisense-Xiaomi’ ยันพร้อมสนับสนุนเต็มที่

The Bangkok Insight

อัพเดต 06 ก.พ. 2568 เวลา 09.23 น. • เผยแพร่ 06 ก.พ. 2568 เวลา 09.23 น. • The Bangkok Insight

"อุ๊งอิ๊ง" หารือบริษัทยักษ์ใหญ่จีน "Hisense-Xiaomi" ยืนยัน "บีโอไอ" พร้อมสนับสนุนเต็มที่ มั่นใจชิ้นส่วนในประเทศของไทยมีคุณภาพสูง พร้อมสนับสนุนขยายการลงทุนเพิ่มในไทย

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้พบหารือกับ Mr.JIA Shaoqian, Chairman, Hisense Group โดยได้ขอบคุณที่บริษัทให้ความไว้วางใจลงทุนในประเทศไทย ซึ่งรัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนการขยายการลงทุนของบริษัท โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จะเป็นหน่วยงานหลักสำหรับการประสานงานและอำนวยความสะดวกการลงทุนให้แก่บริษัท

อุ๊งอิ๊ง

ทั้งนี้ รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการดึงดูดการลงทุน พร้อมกับการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานในประเทศ ผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยมีโอกาสเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานโลก โดยหวังว่าบริษัทจะพิจารณาใช้ชิ้นส่วนในประเทศควบคู่ไปกับการพัฒนาผู้ผลิตชิ้นส่วนไทย ซึ่งนอกจากจะช่วยลดต้นทุนด้านการขนส่งแล้ว ยังจะช่วยให้การลงทุนของบริษัทในไทยเติบโตอย่างยั่งยืน โดยบีโอไอพร้อมที่จะสนับสนุนบริษัทผ่านกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Sourcing Service) เชื่อมโยงผู้ประกอบการกับผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศที่มีศักยภาพ

อุ๊งอิ๊ง

สำหรับบริษัท Hisense Home Appliances Group Co., Ltd. Hisense Group เป็นผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของจีน มีผลิตภัณฑ์ อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจริยะ อาทิ เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น และเครื่องซักผ้า จ้างงานรวมทั่วโลกกว่า 56,240 คน (R&D 3,317 คน) และเป็นหนึ่งในองค์กรทรงอิทธิพลด้าน ESG จาก Fortune China 3 ปี (ปี 2565-2567) ของ Prestigious มีเป้าหมาย ESG (Hisense Group) Carbon Peaking ไม่เกินปี 2569 และ Carbon Neutrality ไม่เกินปี 2593

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้พบกับ Mr.Alain Lam, CFO และ Vice President, Xiaomi Corporation ซึ่งได้รับการส่งเสริมจาก BOI ซึ่งนายกรัฐมนตรีหวังว่าจะพิจารณาให้ไทยเป็นฐานสำคัญของบริษัทหรือพัฒนาห่วงโซ่อุปทานในประเทศไทย เพื่อสนับสนุนตลาด IoT และอุปกรณ์อัจฉริยะในประเทศไทยและตลาดอาเซียน

อุ๊งอิ๊ง

โดยผู้บริหารบริษัท กล่าวว่า บริษัทสามารถทำยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าได้จำนวนมากนับตั้งแต่เปิดตัวรุ่นแรก (SU7) เมื่อเดือนมีนาคม 2567 ซึ่ง BOI ระบุว่าไทยมีอัตราการใช้รถยนต์ไฟฟ้าสูงที่สุดในอาเซียน มีระบบนิเวศที่แข็งแกร่ง รวมทั้งนโยบายรัฐบาลที่เอื้ออำนวย และห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่ง จึงหวังว่า บริษัทจะพิจารณาจัดตั้งโรงงานแห่งแรกในต่างประเทศที่ประเทศไทย รวมถึงกิจกรรม R&D ที่มุ่งพัฒนาชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญเพื่อสร้างธุรกิจที่ยั่งยืนในประเทศไทย ทั้งนี้รัฐบาลและบีโอไอพร้อมสนับสนุนการลงทุนของบริษัท โดยมีมาตรการส่งเสริมการลงทุนต่าง ๆ รวมถึง ease of doing business ด้วย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...