โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ยอดผู้เสียชีวิตเหตุรถพุ่งชนฝูงชนในเยอรมนีเพิ่มเป็น 2 ราย ตำรวจเผย ผู้ก่อเหตุป่วยทางจิต

MATICHON ONLINE

อัพเดต 04 มี.ค. 2568 เวลา 09.19 น. • เผยแพร่ 04 มี.ค. 2568 เวลา 07.24 น.
AP

ยอดผู้เสียชีวิตเหตุรถพุ่งชนฝูงชนในเยอรมนีเพิ่มเป็น 2 ราย ตำรวจเผย ผู้ก่อเหตุป่วยทางจิต

จากเหตุการณ์รถยนต์คันหนึ่งพุ่งชนฝูงชนที่เมืองมันน์ไฮม์ ประเทศเยอรมนี ในช่วงเวลาของการเฉลิมฉลองเทศกาลคาร์นิวัล โรส มันเดย์ เมื่อวันที่ 3 มีนาคม ล่าสุด มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย เป็นหญิงวัย 83 ปี และชายวัย 54 ปี นอกจากนั้นยังมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บกว่า 11 ราย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว

โดยผู้ก่อเหตุเป็นชายชาวเยอรมนีวัย 40 ปี ประกอบอาชีพเป็นนักจัดสวน อาศัยอยู่ที่ไรน์แลนด์-พาลาทิเนต ซึ่งเป็นรัฐใกล้เคียงของมันน์ไฮม์

จากการสืบสวนเบื้องต้น ผู้ก่อเหตุไม่ได้มีแรงจูงใจทางการเมืองหรือศาสนา แต่มีแนวโน้มว่าเขาเป็นผู้ป่วยทางจิต และทางเจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนบ้านพักของผู้ก่อเหตุเพื่อหาเบาะแสอื่นๆ ทั้งนี้ ผู้ก่อเหตุยังไม่ได้ให้ปากคำ ซึ่งเป็นผลมาจากการที่เขากำลังได้รับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล จากการที่เขาได้ใช้ปืนแบลงก์กันยิงเข้าปากหลังจากที่ก่อเหตุวินาศกรรมดังกล่าว

ทั้งนี้ เขาถูกตั้งข้อหาฆาตกรรม 2 กระทง รวมถึงข้อหาพยายามฆ่าอีกหลายกระทงด้วย

ผู้นำชาติยุโรปหลายประเทศแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ในครั้งนี้ ด้าน ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส กล่าวบน X ว่า “ถึงประชาชนที่มันน์ไฮม์ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นญาติของเหยื่อการโจมตีในครั้งนี้ ถึงชาวเยอรมันทุกคน ฝรั่งเศสอยู่ข้างเคียงคุณ” ขณะที่ จอร์เจีย เมโลนี นายกรัฐมนตรีอิตาลี กล่าวว่า “ความพยายามในการสร้างความปั่นป่วนต่อประเทศประชาธิปไตยจะไม่มีวันชนะ”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ยอดผู้เสียชีวิตเหตุรถพุ่งชนฝูงชนในเยอรมนีเพิ่มเป็น 2 ราย ตำรวจเผย ผู้ก่อเหตุป่วยทางจิต

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...