Kim Min-hee นักแสดงแถวหน้าของเกาหลีใต้ ที่ถูก ‘เรื่องส่วนตัว’ กลบ ‘ฝีมือ’ ทางการแสดง ทั้งที่ผลงานของเธอเป็นที่ประจักษ์ไม่แพ้ใคร
ว่าไปก็เป็นเรื่องน่าเสียดายที่เวลาพูดถึง คิมมินฮี (Kim Min-hee) นักแสดงสาวชาวเกาหลีใต้แล้ว ความเห็นของหลายๆ คนมักทิ่มแทงในแง่ที่ว่า เธอคบหากับ ฮองซางซู (Hong Sang-soo) คนทำหนังชื่อดังที่เธอร่วมงานด้วยหลายเรื่องโดยที่เขามีภรรยาอยู่แล้ว และเลยเถิดไปถึงขั้นว่า การคบหาระหว่างเธอกับฮอง ซางซู ทำให้ความรุ่งโรจน์ในชีวิตของเธอดับสนิท หรือไปถึงว่าเธอยอม ‘ทิ้ง’ ทุกอย่างเพื่ออยู่กับผู้กำกับชราที่มีครอบครัวอยู่แล้ว ฯลฯ
เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองเป็นเรื่องส่วนตัว และไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย คัดง้างกันทั้งในแง่ศีลธรรมและทางกฎหมายก็ถือเป็นเรื่องที่สามารถตีความหรือถกเถียงกันได้ระดับหนึ่ง เพราะคงไม่มีใครรู้เงื่อนไขหรือความซับซ้อนอื่นๆ ทั้งของมินฮีและฝั่งครอบครัวของฮอง ซางซูเอง
แต่ที่แน่ๆ คือการบอกว่าเธอ ‘ทิ้ง’ ชีวิตเพื่อมาอยู่กับเขาและสละความรุ่งโรจน์ทางอาชีพการงาน ก็ถือเป็นเรื่องที่ชวนพิศวงไม่น้อย เพราะถึงที่สุด เธอเป็นนักแสดงไม่กี่คนของเกาหลีใต้ที่มีหนังออกฉายอย่างสม่ำเสมอ ทั้งยังเข้าชิงรางวัลจากเวทีใหญ่ๆ ทั้งในและนอกเกาหลีใต้ ไม่ว่าจะเวที Blue Dragon ซึ่งเป็นเวทีรางวัลใหญ่ยักษ์ในประเทศที่เธอชิงมาสามครั้งและคว้ารางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยมได้หนึ่งครั้งจากการแสดงสุดขีดคลั่งใน The Handmaiden (2016) และ Busan Film Critics Association ที่จัดขึ้นโดยนักวิจารณ์ภาพยนตร์ในเกาหลีใต้ โดยเธอเข้าชนะสาขานักแสดงหญิงจาก Right Now, Wrong Then (2015) ซึ่งกำกับโดยฮอง ซางซู, ชิงนักแสดงหญิงยอดเยี่ยมจากรางวัลภาพยนตร์เอเชีย (Asian Film Awards) ของฝั่งฮ่องกงจากหนัง The Day After (2017 -กำกับโดยซางซู) และเป็นนักแสดงหญิงชาวเกาหลีใต้คนแรกที่คว้ารางวัลหมีเงินสำหรับนักแสดงหญิงยอดเยี่ยมจากเวทีเทศกาลหนังนานาชาติเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนีจาก On the Beach at Night Alone (2017) อันเป็นผลงานของซางซูเช่นเคยจ้า
พูดอย่างรวบรัดที่สุด เธอเป็นนักแสดงแถวหน้าของอุตสาหกรรมภาพยนตร์เกาหลีใต้แน่ๆ และก็น่าเสียดายเหลือเกินที่สื่อเลือกจับจ้อง (หรือในบางกรณีก็โจมตี) เธอจากเรื่องส่วนตัวเพียงอย่างเดียว
และนี่ก็ไม่ได้แปลว่า คิมมินฮีสร้างชื่อการเป็นนักแสดงจากการร่วมงานกับฮองซางซูอย่างเดียว อันที่จริง เธอมีชื่อเสียงมาก่อนหน้าที่จะได้ร่วมงานกับเขาเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2015 ด้วยซ้ำ โดยเฉพาะจาก Helpless (2012) ที่เธอรับบทเป็นเมียผู้งำความลับของตัวเองไว้ที่ส่งเธอชิงนำหญิงจากเวที Blue Dragon รวมทั้ง Very Ordinary Couple (2013) หนังดราม่าที่พูดถึงชีวิตแสนสามัญของคู่รักคู่หนึ่งซึ่งส่งเธอชิงนักแสดงหญิงยอดเยี่ยมจากเวทีเดียวกัน แล้วเธอจึงได้มาร่วมงานกับซางซูเป็นครั้งแรกใน Right Now, Wrong Then ที่ก็ส่งเธอชิงรางวัลอีกอย่างที่กล่าวไปข้างต้น
คิมมินฮีไม่เคยออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของเธอ แต่เธอก็เคยแสดงทัศนคติเกี่ยวกับบทบาทความเป็นผู้หญิงและความเป็นมนุษย์ผ่านงานแสดงของเธอบ่อยๆ รวมทั้งเมื่อเธอถูกถามถึงบทบาทสุดอื้อฉาวใน The Handmaiden หนังของ ปาร์คชานวุค ที่เธอรับบทเป็นคุณหญิงสูงศักดิ์ในยุคที่เกาหลียังตกอยู่ภายใต้การยึดครองของญี่ปุ่น และเริ่มสนิทสนมกับสาวใช้คนหนึ่งที่เข้ามาปรนนิบัติเธออย่างใกล้ชิด โดยทั้งเธอและอีกฝ่ายต่างเก็บงำความลับบางอย่างไว้ พร้อมกันกับที่ความปรารถนาต่อกันและกันของพวกเธอก็เริ่มลุกโชน “คุณตัดสินความรู้สึกแรกเริ่มบางอย่างของมนุษย์ไม่ได้หรอก มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในเวลานั้นนี่” เธอว่าเมื่อถูกถามถึงความรู้สึกอันซับซ้อนของตัวละคร ที่ต้องรับมือกับการเมือง ทั้งในระดับประเทศและในระดับครอบครัว ตลอดจนความรู้สึกของตัวเองกับสามีและสาวใช้
จะรู้สึกอย่างไรกับคิมมินฮีก็เรื่องหนึ่ง แต่เป็นที่น่าเสียดายที่สื่อและสายตาของหลายๆ คนไม่เพียงแต่หมกมุ่นกับเรื่องส่วนตัวของเธอ หากแต่ยังปรามาสฝีมือการแสดงของคิมมินฮีด้วย และไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม วิธีการมองเช่นนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการ ‘แปะป้าย’ ให้ผู้หญิงคนหนึ่งมีคุณค่าแค่เป็นภรรยาของใครสักคนเท่านั้น ซึ่งอย่างที่บอกไปว่าพฤติกรรมส่วนตัวต่างๆ นั้นย่อมวิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่การละเลย หรือกระทั่งกล่าวหาว่าเธอไม่มีฝีมือ และใช้สามีเป็นบันไดในการประสบความสำเร็จนั้น ก็ดูจะเป็นสิ่งที่ผิดฝาผิดตัวไปไม่น้อย
อ้างอิง
https://english.hani.co.kr/arti/english_edition/e_entertainment/784195.html