โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“รังษี” ประกาศลั่น พร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง หวังเป็นแกนนำจัดตั้ง รบ.

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 26 เม.ย. 2568 เวลา 08.21 น.

“รังษี” ประกาศลั่น พร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง หวังเป็นแกนนำจัดตั้ง รบ. ผลักดันนโยบายกู้ ศก. - มอง เล่นการเมืองเป็นเรื่องง่าย แค่ตรงไปตรงมา

เวลา 13.50 น. วันที่ 26 เม.ย. 68 ที่โรงแรมรอยัลริเวอร์ กรุงเทพ พรรคเส้นด้าย จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 โดยมีการแต่งตั้ง พลเอก รังษี กิติญาณทรัพย์ อดีตผู้อำนวยการใหญ่ช่อง 5 นั่งหัวหน้าพรรคคนใหม่ แทนนายคริส โปตระนันทน์

โดย พลเอก รังษี ได้เปิดเผยถึงการผันตัวจากทหารมาเป็นนักการเมือง ว่า ตนติดตามข่าวเศรษฐกิจมาเป็นเวลานาน และดูแล้วว่าแนวโน้มของเราแย่ลง โดยเห็นได้จากหนี้ครัวเรือน หนี้สาธารณะ และหนี้ภาคเอกชนที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะหนี้เสียที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ เท่ากับว่า ประเทศไทยเราขณะนี้ติดกับดักหนี้ เมื่อมองไปลึกๆ ว่า ทำไมประเทศเราถึงติดกับ เพราะการแข่งขันน้อยลง และคนที่มาลงทุนได้มองข้ามเราไปแล้ว เพราะศักยภาพเราไม่พร้อมให้การลงทุน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของกฎหมาย เรื่องการจ่ายสินบนหรือการจ่ายใต้โต๊ะ รวมถึงการพัฒนาสินค้าของเรา โดยเฉพาะแรงงานบุคคล ที่ไม่ได้มีการพัฒนาเลย เนื่องจากขณะนี้มีทั้งระบบเอไอ ซึ่งเป็นระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยประเทศไทยยังไม่ได้สร้างบุคลากรที่มารองรับระบบเหล่านี้

เมื่อถามถึงความพร้อมที่จะมาทำงานในด้านการเมือง นั้น พลเอกรังษี ระบุว่า ตนคิดว่าการเล่นการเมืองง่ายที่สุดมีอยู่ 4 คำ คือ ‘ตรงไปตรงมา’ ตนจะไม่มีวาทกรรมแต่จะพูดถึงปัญหาประเทศชาติ และจะไม่มาโจมตีพรรคไหนทั้งนั้น โดยทั้งหมดเราจะขายนโยบายว่า มีเหตุมีผลหรือไม่ สามารถทำได้หรือไม่ เพื่อให้ประชาชนเข้าคูหากาคะแนนให้ ตนยืนยันว่าหากพรรคเศรษฐกิจได้เป็นเสียงข้างมากในการจัดตั้งรัฐบาล สิ่งที่พูดมาจะทำให้ได้ทั้งหมด และเสร็จสิ้นภายในสมัยเดียว ไม่ว่าจะเป็นเมกะโปรเจคสองอัน การแก้กฎหมายคอรัปชั่นโดยการเพิ่มโทษประหารชีวิต หรือการปฏิรูประบบยุติธรรมทั้งหมด เพราะวันนี้เราได้แต่ต่างชาติสีเทาเข้ามาร่วมลงทุน มองว่าเมื่อเขาจ่ายใต้โต๊ะแล้วก็ได้รับใบอนุญาตไป สามารถทำอะไรได้ตามใจ แต่คนที่ทำอะไรตรงไปตรงมาเมื่อมาเจอการทำงานของพรรคก็คงจะหนีหมด

เมื่อถามถึงเสถียรภาพของรัฐบาลขณะนี้ หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง พรรคเศรษฐกิจพร้อมจะส่งผู้สมัครทุกเขต ทุกจังหวัดหรือไม่ พลเอกรังษี กล่าวว่า พร้อม เพราะวันนี้เราเปิดตัวอย่างเป็นทางการของพรรคเศรษฐกิจ โดยมีตนเป็นหัวหน้าพรรค ตนต้องมีความพร้อมที่จะสู้ศึกไม่ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ตาม

"เราไม่ใช่พรรคสำรอง งวดนี้ผมมองที่แลนด์สไลด์ เพราะการที่ผมจะผลักดันนโยบายที่กู้เศรษฐกิจได้ หรือ กระทำในสิ่งที่เพิ่มโทษคอรัปชั่นเป็นโทษประหาร คุณคิดว่ามีพรรคการเมืองอื่นกล้าทำหรือเปล่า เพราะฉะนั้นการเป็นพรรคร่วมทำไม่ได้ ถ้าประชาชนอยากจะเห็นตามที่ผมพูดแล้วเกิดขึ้นในสมัยที่ผมดำรงตำแหน่ง ก็เลือกพรรคเศรษฐกิจ"

พอเอกรังษี กล่าวเพิ่มเติมว่า พรรคเศรษฐกิจจะเป็นการรวมตั้งแต่คนเจน Z ไปจนถึงเบบี้บูมเมอร์ เราจะไม่เน้นว่าเป็นคนรุ่นใหม่ แต่จะเอาแนวคิดของคนเจน Z ไปจนถึงเจน Y โดยจะใช้ความเก๋าจากการบริหารของเบบี้บูมเมอร์ เพราะหากบอกว่ามีแนวคิดที่ดีแต่ไม่มีประสบการณ์แล้วจะเข้ามาบริหารได้อย่างไร เพราะฉะนั้นภาคเศรษฐกิจถือว่าสมบูรณ์แบบ คือ การรวมคนทุกเจนเนอเรชั่น และพร้อมที่จะพาประเทศไทยฟันฝ่าวิกฤติครั้งนี้ ทั้ง วิกฤติสงครามอาวุธ และสงครามการค้า

ด้านนายคริส โปตระนันทน์ ประธานพรรคเศรษฐกิจ กล่าวถึงสาเหตุที่ลาออกจากหัวหน้าพรรคเส้นด้าย ว่า วันนี้ประเทศไทยเจอปัญหาที่ใหญ่หลวงมาก ซึ่งเป็นปัญหาเศรษฐกิจระดับโลก ที่ยังไม่มีใครมีคำตอบ ทางฝั่งรัฐบาลและฝ่ายค้านก็ยังไม่มีคำตอบให้กับประชาชน และวันนี้ตนคิดว่าเป็นโอกาสที่ดี ที่พรรคเส้นด้ายเดิม ที่มีตนเป็นหัวหน้าพรรค จะได้มารวมพลังกับพลังอื่นเพื่อจัดตั้งพรรคใหม่ ที่ชื่อว่า ‘พรรคเศรษฐกิจ’ ตนคิดว่า ไม่ใช่เรื่องของการยึดติดกับตำแหน่ง หากมีคนที่เหมาะสมกว่า และตนคิดว่าพลเอกรังสี เหมาะสมที่จะนั่งตำแหน่งหัวหน้าพรรคคนใหม่

เมื่อถามต่อถึงสาเหตุของการเปลี่ยนชื่อพรรค นายคริส กล่าวว่า จริงๆ พรรคเส้นด้าย เราได้เปรียบมนุษย์แต่ละคนเป็นเหมือนเส้นด้ายเล็กๆ และสามารถมารวมกันกลายเป็นเส้นเชือก ผืนผ้า และกลายเป็นธงชาติไทยได้ และวันนี้เหตุผลนี้ก็มาถึงแล้ว คือมีคนอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ ที่วันนี้ทำให้พรรคเส้นด้ายไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยว จึงเปลี่ยนชื่อพรรคใหม่แต่ยังคง concept เดิม คือ มุ่งเน้นพัฒนาเรื่องเศรษฐกิจเป็นหลัก และวันนี้สิ่งที่พวกเราตกลงร่วมกัน คือ เศรษฐกิจเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในประเทศนี้ เป็นเรื่องของปากท้อง เป็นเรื่องของความเป็นความตายของประชาชน จึงคิดว่าไม่มีคำอื่นที่เหมาะสมมากไปกว่านี้แล้วนอกจากคำว่า เศรษฐกิจ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...