โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เบื้องหลังเสื้อคอเต่าสีดำของชายผู้เป็นตำนานแห่งโลกไอที

BT Beartai

อัพเดต 12 เม.ย. 2568 เวลา 04.45 น. • เผยแพร่ 12 เม.ย. 2568 เวลา 04.45 น.
เบื้องหลังเสื้อคอเต่าสีดำของชายผู้เป็นตำนานแห่งโลกไอที

เมื่อพูดถึง ‘สตีฟ จอบส์’ นอกจาก iPhone และบริษัท Apple แล้ว สิ่งหนึ่งที่ผู้คนมักนึกถึงชายผู้เป็นตำนานแห่งโลกไอทีคนนี้ คงหนีไม่พ้นภาพของเขาที่สวมเสื้อคอเต่าสีดำในทุกครั้งที่ปรากฏตัวบนสื่อจนกลายเป็นภาพจำที่คนทั่วโลกไม่มีวันลืม

สตีฟ จอบส์ (1955-2011)

แม้ว่าการสวมใส่ชุดแบบเดิมซ้ำทุกวัน จะพบเห็นได้ทั่วไปในบรรดามหาเศรษฐีวงการเทค จากแนวคิดที่ว่าไม่ต้องคิดเรื่องการแต่งกายเพื่อใช้เวลาไปกับสิ่งที่จำเป็นมากกว่า และแนวคิดการสร้างคาแรกเตอร์และตัวตนในสายตาของผู้คน

ซึ่งสำหรับเสื้อคอเต่าสีดำของสตีฟ จอบส์ และการสร้างภาพจำผ่านเครื่องแต่งกายเดิมซ้ำ ๆ อาจเรียกได้ว่าเขาเป็น Trend Setter ในเรื่องนี้มาตั้งแต่ราว 4 ทศวรรษก่อนก็ว่าได้ ตั้งแต่ที่เขาอยู่จนกระทั่งจากไป

แต่คำถาม คือ แนวคิดของการสวมเสื้อคอเต่าสีดำเป็นเวลากว่าหลายทศวรรษของสตีฟ จอบส์ เริ่มต้นมาจากไหน ? BT beartai ขอพาไปสืบเสาะเรื่องนี้ผ่านเรื่องเล่าของ คุณปืน สธน ตันตราภรณ์ ที่ได้เล่าที่มาของเสื้อตัวนี้ ในรายการ People You May Know ในช่อง Farose Podcast ตอนอิซเซ มิยาเกะ

เมื่อพูดถึงชื่อ อิซเซ มิยาเกะ มาขนาดนี้ แน่นอนว่าจุดเริ่มต้นของเสื้อคอเต่าสีดำมาจากดีไซเนอร์ระดับโลกชาวอาทิตย์อุทัยคนนี้นี่แหละ

อิซเซ มิยาเกะ

อิซเซ มิยาเกะ (1938-2022) แฟชันดีไซเนอร์ระดับโลกชาวญี่ปุ่น ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Issey Miyake ที่นำเสนอเสื้อผ้าที่มีความแปลก แหวกแนว และสร้างสรรค์ที่สวมใส่ในชีวิตประจำวันได้จริง ซึ่งแฝงด้วยปรัชญาและแนวคิดแบบญี่ปุ่น

ย้อนกลับไปในปี 1981 สตีฟ จอบส์ได้เดินทางมาดูงาน ณ ฐานการผลิตของบริษัท Sony ประเทศญี่ปุ่น สิ่งหนึ่งที่เขาสังเกตเห็นนอกเหนือจากเรื่องราวของความล้ำหน้าทางเทคโนโลยี คือ ยูนิฟอร์มที่ของพนักงานบริษัท Sony ทุกคนสวมใส่เหมือนกันหมด ด้วยเหตุผล 2 อย่างของ Sony ที่ได้อธิบายให้กับจอบส์ฟัง

1. เพื่อการสร้างความเท่าเทียมทางเครื่องแต่งกายของคนญี่ปุ่นในยุคหลังสงคราม และ 2. เพื่อสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวองค์กร ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้สตีฟ จอบส์ประทับใจ พร้อมกับถามถึงที่มาของผู้ออกแบบยูนิฟอร์มนี้

ซึ่งคนที่ออกแบบ คือ อิซเซ มิยาเกะ ที่ได้ออกแบบยูนิฟอร์มแก่พนักงาน Sony ในวาระครบรอบ 35 ปีของบริษัท

สตีฟ จอบส์จึงขอเจอกับอิซเซ มิยาเกะ พร้อมกับให้เขาดีไซน์ยูนิฟอร์มสำหรับพนักงานบริษัท Apple ของเขา ซึ่งอิซเซ มิยาเกะได้ออกแบบจนเสร็จสิ้น พร้อมกับส่งไปยังดินแดนแห่งเสรีภาพ สหรัฐอเมริกา

แน่นอนว่าการจะบังคับให้ผู้คนที่มีความเชื่อในสิทธิเสรีภาพ อย่างคนอเมริกันสวมใส่ยูนิฟอร์มด้วยเหตุผลที่ว่าการเป็นหนึ่งอันเดียวกับองค์กรอาจดูไม่สมเหตุสมผลเสียเท่าไหร่ พนักงานจึงไม่ให้ความร่วมมืออย่างที่จอบส์หวัง

ถึงแม้จะไม่ได้รับความร่วมมือ แต่นั่นกลับจุดประกายให้สตีฟ จอบส์ตั้งคำถามว่าการสวมใส่เสื้อผ้าสามารถสร้าง Self Branding หรือการสร้างการรู้จักในตัวตนของเขาได้ไหม ?

จอบส์จึงเกิดไอเดียที่จะทดลองสร้างอัตลักษณ์ของเขาผ่านการสวมเสื้อผ้าแบบเดิมซ้ำ ๆ ซึ่งไม่ใช่ยูนิฟอร์มที่เขาให้อิซเซ มิยาเกะออกแบบให้พนักงาน แต่เป็นเสื้อคอเต่าสีดำของแบรนด์ Issey Miyake ที่อิซเซ มิยาเกะสวมใส่เองอยู่บ่อย ๆ

โดยในครั้งแรก อิซเซ มิยาเกะส่งเสื้อคอเต่าสีดำไปให้สตีฟ จอบส์เป็นจำนวน 100 ตัว ! ด้วยกัน

นอกจากการสร้าง Self Branding แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่จอบส์ได้จากเรื่องนี้ คือ เวลาที่มากขึ้นจากการที่ไม่ต้องเลือกเสื้อผ้าอีกต่อไป ซึ่งเป็นแนวคิดของมหาเศรษฐีวงการเทคในยุคปัจจุบันที่ได้พูดถึงไปในตอนต้น

แม้จะมีมากถึงร้อยตัว แต่การใส่เสื้อซ้ำกันทุกวันย่อมทำให้สีตกและซีดได้ สตีฟ จอบส์จึงติดต่ออิซเซ มิยาเกะไปอีกครั้ง

อิซเซ มิยาเกะได้ส่งเสื้อคอเต่าสีดำแบบเดิมให้สตีฟ จอบส์เป็นประจำทุกปีในจำนวน 24 ตัว ต่อเนื่องมาจนกระทั่งปี 2011 ที่สตีฟ จอบส์จากโลกนี้ไป และกลายเป็นตำนานแห่งโลกไอที

ในปีเดียวกันนั้นเอง อิซเซ มิยาเกะได้ประกาศหยุดผลิตเสื้อคอเต่าสีดำของ Issey Miyake เพื่ออุทิศให้เสื้อตัวนี้กกลายเป็นสัญลักษณ์ของสตีฟ จอบส์ไปตลอดกาล

และนี่คือที่มาของเสื้อคอเต่าสีดำของสตีฟ จอบส์ จากคุณปืน สธน ตันตราภรณ์ ที่ทำให้เห็นการเชื่อมโยงของบุคคลระดับโลกจากสองวงการในช่วงเวลาเดียวกัน ได้เห็นการพัฒนาวิธีคิดที่สร้างแรงกระเพื่อมมายังยุคปัจจุบัน รวมถึงแง่มุมอื่นในของชีวิตของสตีฟ จอบส์ ใครเป็นชาวช่องก็สามารถไปชมเต็ม EP ไปที่ช่อง Farose Podcast ได้ หากสนใจไอทีก็มาที่ BT นี่แหละ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...