โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"มายด์" เผย "เพชร" เป็นคนอารมณ์ร้อน-ชอบบอกเลิก แจงเลิกกันตั้งแต่ พ.ย. 67

WeR NEWS

เผยแพร่ 17 เม.ย. 2568 เวลา 08.18 น.

ในรายการโหนกระแสวันนี้ (17 เม.ย. 68) “มายด์” ได้ออกมาชี้แจงในมุมของตัวเองเช่นกัน หลังจากอดีตแฟนหนุ่ม “เพชร” มาออกรายการไปแล้ว โดยมายด์ เปิดใจว่า รู้จักกับเพชรมา 6 ปีแล้ว ก่อนหน้านี้เราอยู่ด้วยกันแทบจะตลอดเลย แต่ว่าไม่ได้จดทะเบียนกัน

ส่วนที่เพชร บอกว่าคบกันแบบสามี-ภรรยา แต่แค่ไม่ได้จดทะเบียนด้วยกัน โดยรวมก็ประมาณนั้น แต่ก่อนหน้านี้เป็นแบบนี้มาตลอด ในระยะเวลา 6 ปี รักกันแล้วก็ทะเลาะกันเป็นเรื่องปกติ แต่ทีนี้ด้วยกันเวลาทะเลาะกันแต่ละครึ่ง เพชรจะเป็นคนที่ใจร้อนกว่าหนู และเวลาที่เราทะเลาะกันแรง ๆ เขาก็จะเผลอบอกเลิกบ่อยมาก ๆ ซึ่งเมื่อไหร่ที่เขาบอกเลิก แล้วเขาใจเย็นลง เขาก็จะกลับมาง้อ กลับมาคืนดีกันตลอด

จนเมื่อเดือน พ.ย. 67 เราทะเลาะกัน ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ แต่ตอนนั้นมันเป็นทริปที่เราไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ เหมือนกับอะไรหลาย ๆ อย่างสะสมเรามาเรื่อย ๆ เราก็พยายามทำตัวปกติกับเพื่อน ๆ เขา จากนั้น ด้วยระยะทางที่เราไปส่งเพื่อน ๆ หนูใช้เวลาในการขับรถคิดอย่างดี กลับมาถึงห้อง ขอเขาคุย เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้หนูไม่ได้ใช้อารมณ์ ซึ่งก่อนหน้านี้เขาจะเป็นฝ่ายบอกเลิกก่อนตลอด แต่ครั้งนี้เราบอกเองเป็นครั้งแรก และคิดมาดีแล้ว แต่เขาขอโอกาส การคุยกัน เหตุผลล้วน ๆ เราก็ให้โอกาสเขาได้ แต่หนูก็ให้โอกาสตัวเองเหมือนกัน

ที่ตัดสินใจบอกเลิก เพราะปัญหาสะสมเรื่อย ๆ หนูดูแลเขาตลอด เขาตั้งใจจะโฟกัส ข้าวไม่กิน เราเห็นตลอด เราดูแลเขาตลอด ขับรถให้ อาหารการกิน เมื่อไหร่ที่แม่เขาไม่อยู่ จะเป็นหนูที่ดูแลเขา ระยะนานเราอดห่วงเขาไม่ได้ เราดูแลเขาทุกอย่างจริง ๆ แต่ใจเราไม่ไหวแล้ว ถ้าเราไม่เลิกครั้งนี้ นานไปจะแย่กว่านี้

ส่วนคำพูดที่ว่า “เขาขอโอกาส เราก็ให้โอกาสเขาได้ แต่ก็ให้โอกาสตัวเองเหมือนกัน” ก็คือการเปิดโอกาสให้ตัวเอง คำ ๆ นี้ มันหมายความว่า คุณก็พร้อมเปิดรับให้ผู้ชายคนอื่น? มายด์ ตอบว่า ใช่ค่ะ แต่ว่ามันมีนิดนึง ตรงที่มายด์ให้โอกาสเพชรได้ แต่ถ้าเมื่อไหร่เพชรใช้โอกาสครั้งนี้สิ้นเปลืองอีก แบบการกลับไปเป็นเหมือนเดิม หรือเขาไม่สามารถปรับปรุงตัวเองให้มันดีขึ้นได้ หนูจะไม่เรียกร้อง ไม่ตามแล้ว จะไปเลย แต่ว่าเราเป็นห่วงเขา ก็เลยต้องอยู่ด้วยกันอยู่บ้าง แต่ครั้งนี้เราเฟดตัวเอง หลังจากเราคุยกัน ทางเขาดีขึ้นได้แค่ระยะเดิมคือไม่กี่วันก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม หนูก็เฟดตัวเอง กลับต่างจังหวัดบ่อยขึ้น ไปอยู่กับเพื่อน ๆ พอเขาไม่สามารถทำตามที่พูดไว้ได้ เราก็จะให้โอกาสตัวเองเหมือนกัน

ทุก ๆ ปี เราจะเคานต์ดาวน์ด้วยกัน แต่ปีนี้เป็นปีแรกที่เราไม่เคานต์ดาวน์ด้วยกัน แต่ด้วยความที่เราอยู่ด้วยกันมานาน แน่นอนว่าความเป็นห่วงของหนูยังมีอยู่ หนูเป็นห่วงการใช้ชีวิตของเขา เขาทำงานทั้งวันไม่กินข้าวเลย คือมันเป็นความเป็นห่วงของหนู กับเพื่อนก็ก็เป็นห่วง

ส่วนในแชตที่เพชรเปิด ที่คุณเรียกเขาว่า “ที่รัก” แล้วก็บอกว่าอยากกลับไปกอดอยู่เลย มันไม่ใช่วิสัยทัศน์ของคนที่หมดรักกันหรือเปล่า? เหมือนคุณเลี้ยงความรู้สึกเขาอยู่ มายด์ บอกว่า ตลอดระยะเวลาก่อนหน้านี้ที่เราคบหากัน จะมีแต่หนูที่คอยทัก รายงานโดยไม่ต้องถามเลย แต่เขาแทบจะไม่ทักไม่โทร จะมีแต่หนูที่โทรอย่างเดียว พอมาช่วงระยะเวลาที่เราใกล้จะจบ ใกล้เรื่องที่เกิดขึ้น เขาจะทัก โทร พิมพ์ทั้งวัน ช่วง 2-3 วันนั้น เราก็คิดแล้วว่ามันแปลก ๆ และไม่คิดเขาจะเอาแชตพวกนั้นมาเป็นหลักฐาน เราก็ตอบตามที่เขาถาม

เวลาที่เราทะเลาะกัน เขาจะทำร้ายตัวเอง เช่นต่อยกำแพง เขาไม่เคยทำร้ายหนู แค่เขาทำร้ายตัวเองเราก็เป็นห่วงเขาแล้ว (เสียงสั่น) ก็เลยไม่อยากให้ทำ เวลามีปัญหากัน เราจะกอดก่อนให้ทุกอย่างเย็นลง หนูชอบใช้ภาษากาย เดี๋ยวเราค่อยคุย เรากลัวเขาเจ็บตัว

ส่วนสถานะเรียกว่าแฟนได้ไหม? มายด์ ยอมรับว่า ก็อาจจะยังไม่ได้เลิกกันขาด ทางเพชรก็มีสิทธิ์คิดว่ายังเป็นแฟนอยู่ เพราะเราบอกไปว่าให้โอกาสได้ แต่เราก็ให้โอกาสตัวเองเหมือนกัน ถ้าเขายังปรับปรุงตัวเองไม่ได้ (คิดว่าเขาเป็นแฟนมั้ย?) ใจเราไปตั้งแต่วันนั้นแล้ว เราหวังให้เขาปรับปรุงตัว แต่เขาทำไม่ได้ จนวันหนึ่งหนูไม่เหลือแล้วจริง ๆ หนูก็เลยบอกเขา แล้วก็มีปัญหา ซึ่งเพชรจะเป็นคนที่ ไม่ว่าจะพูดอะไร เขาไม่ค่อยฟังเราให้ครบ เขาจะโฟกัสเรื่องเดียว

(ยังเรียกเขาที่รักอยู่?) มายด์ กล่าวว่า ด้วยความเคยชินคบมา 6-7 ปี สรรพนามเราติดการเรียกการพูดแบบนั้น

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...