โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

แพทย์แนะ “เด็กแรกเกิด-8เดือน” ควรรับภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป ลดความเสี่ยงโรคทางเดินหายใจ

77kaoded

อัพเดต 06 มี.ค. 2568 เวลา 23.08 น. • เผยแพร่ 06 มี.ค. 2568 เวลา 16.08 น. • 77Kaoded

แพทย์แนะ “เด็กแรกเกิด-8เดือน” ควรรับภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป ลดความเสี่ยงโรคทางเดินหายใจ

กรุงเทพฯ – (6 มี.ค. 2568) โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญหลายองค์กร รณรงค์ป้องกันโรคติดเชื้ออาร์เอสวีในเด็กทารก โดยได้รับการสนับสนุนจากสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย (PIDST) ชมรมเวชศาสตร์ทารกแรกเกิดแห่งประเทศไทย และราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย (RCPedT) เพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจสู่สาธารณชนไทยและนานาชาติ เพื่อต่อสู้กับเชื้อไวรัสอาร์เอสวี ในการนี้ได้รับเกียรติจากเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย เป็นประธานในพิธีฯ คร้ังนี้

องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประมาณการว่า มีเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ทั่วโลก ติดเชื้ออาร์เอสวี 33.8 ล้านราย/ปี และเสียชีวิต 160,000 ราย และ 2 ใน 3 ของเด็กทารกและเด็กเล็กทั่วโลก มีระบบทางเดินหายใจอักเสบเฉียบพลัน เนื่องจากเชื้อไวรัสอาร์เอสวี แม้ว่าโรคติดเชื้ออาร์เอสวีเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย โดยเฉพาะทารกทุกคนที่อายุต่ำกว่าหนึ่งปี ไม่ว่าจะเกิดก่อนกำหนด หรือเกิดมาแข็งแรงครบกำหนด ล้วนมีความเสี่ยงสูงสุดต่อการติดเชื้ออาร์เอสวีอย่างรุนแรง และมักต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

จากสถานการณ์ปัจจุบัน ปัญหาการติดเชื้ออาร์เอสวี ได้ก่อให้เกิดภาระโรคที่สำคัญโดยเฉพาะในทารก ด้วยความเป็น โรคติดเชื้อไวรัสทางเดินหายใจ ที่พบได้บ่อย จึงมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นไข้หวัดธรรมดา โดยมีอาการต่างๆ เช่น ไข้ ไอ น้ำมูกไหล และเจ็บคอ โรคติดเชื้ออาร์เอสวี ต่างจากไข้หวัดธรรมดาตรงที่สามารถลุกลามอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นการติดเชื้อในปอดที่รุนแรง และก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น หลอดลมฝอยอักเสบหรือปอดอักเสบ จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล โดยร้อยละ 90 ของทารกและเด็กเล็กจะติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวีภายใน 2 ขวบ

แพทย์หญิงสุรางคณา เตชะไพฑูรย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช และโรงพยาบาลบีเอ็นเอช และผู้อำนวยการโรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล ในเครือบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางสำหรับเด็ก มีความมุ่งมั่นที่อยากให้เด็กทุกคนเติบโตอย่างแข็งแรง และมีสุขภาพดีตั้งแต่เกิด ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย Smart Hospital กับความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์ พร้อมการดูแลสุขภาพเด็กอย่างครบวงจรสู่มาตรฐานสากล

ในโอกาสเปิดอาคารโรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล ได้ร่วมกับซาโนฟี่ เปิดโครงการรณรงค์ ‘Together Against RSV’ และ ศูนย์การวินิจฉัย รักษาและป้องกันการติดเชื้ออาร์เอสวีครบวงจร เป็นสถานพยาบาลแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่จะได้มีภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป ป้องกันการติดเชื้ออาร์เอสวีในทารก เป็นก้าวสำคัญในวงการแพทย์เด็ก

สำหรับ ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป (Nirsevimab -เนอร์ซีวิแมบ) นี้ จะช่วยลดโอกาสการติดเชื้อ ลดความเสี่ยงของโรคระบบทางเดินหายใจที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี รวมถึงป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจากการติดเชื้อไวรัส อาร์เอสวี เช่น ปอดอักเสบ ปอดบวม เป็นต้น จะช่วยทำให้เด็กไทยมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง อยากเห็นเด็กโตไปสุขภาพดีและโตไปไม่ป่วย

การสร้างความตระหนักรู้ หรือ Together against RSV ในประเทศไทย ถือว่าเป็นก้าวสําคัญสําหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ได้ร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม สมาคมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ร่วมกันรณรงค์สร้างความตระหนักรู้เพื่อป้องกันโรคติดเชื้ออาร์เอสวีในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการจัดการกับความท้าทายด้านสุขภาพที่สําคัญที่เกิดจากโรคติดเชื้ออาร์เอสวี โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบต่อทารกอย่างเป็นรูปธรรมในการปกป้องทารกไทยทุกคนจากโรคติดเชื้ออาร์เอสวี ด้วยความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้คน

ศ.พญ.กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ นายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย กล่าวถึงบทบาทสําคัญของการให้ความรู้และการป้องกันตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการเจ็บป่วยรุนแรง ที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี จนต้องเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ว่า โรคติดเชื้ออาร์เอสวี เป็นสาเหตุหลักของการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่าง และการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลในประเทศไทยในเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี ภาระโรคนั้นรุนแรงมาก ทั้งทางตรงและทางอ้อม อาจร้ายแรงถึงแก่ชีวิต หรือก่อให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจตามมา เราจะสามารถลดผลกระทบของอาร์เอสวีต่อทารกและครอบครัวได้อย่างมีนัยสําคัญ ผ่านการรณรงค์สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรค และให้ความรู้ในด้านการป้องกัน

ล่าสุดมี วิวัฒนาการเทคโนโลยีในการป้องกัน 2 วิธีคือ การให้วัคซีนในคุณแม่ขณะตั้งครรภ์เพื่อส่งต่อภูมิคุ้มกันมายังทารกทันทีหลังคลอด และการให้ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปฉีดแก่ทารกเลย ซึ่งเด็กเล็กทุกคนควรได้รับการป้องกัน เพราะโรครุนแรงเกิดได้แม้ในเด็กที่แข็งแรงดี ที่จริงแล้วเด็กที่นอนโรงพยาบาลจากอาร์เอสวีรุนแรงส่วนใหญ่เป็นเด็กที่แข็งแรงดีมาก่อน

นอกจากการเผยแพร่และให้ความรู้เกี่ยวกับโรคแล้ว ยังรณรงค์ให้พิจารณาเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กทารกแรกเกิดปลอดภัยจากโรคติดเชื้อ RSV ตามแนวทางการให้ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป (Nirsevimab) เพื่อป้องกันโรครุนแรงจากการติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวีจัดทำโดย ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย (RCPedT) ศ.นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา ประธานราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย กล่าวถึงฤดูกาลในการระบาดของโรคติดเชื้ออาร์เอสวี มักเริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงตุลาคม ดังนั้นทารกทุกคนควรได้รับการป้องกันก่อนฤดูกาลการระบาดจะเริ่มขึ้น

ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย (RCPedT) สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย ชมรมเวชศาสตร์ทารกแรกเกิดแห่งประเทศไทย สมาคมโรคระบบหายใจและเวชบำบัดวิกฤตในเด็กแห่งประเทศไทย และสมาคมโรคหัวใจเด็กประเทศไทย ได้ร่วมกันจัดทำ แนวทางการให้ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป Nirsevimab ขึ้นมา เพื่อป้องกันโรคจากการติดเชื้ออาร์เอสวี โดยทารกที่เกิดในช่วงฤดูกาลการระบาด สามารถรับภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปนี้ได้ พร้อมกับวัคซีนพื้นฐานชนิดอื่นๆได้

ทั้งนี้ มีงานวิจัยระบุว่า ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป Nirsevimab (เนอร์ซีวิแมบ) ลดความเสี่ยงในการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจากการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่างได้ถึง 83.2% , ลดความเสี่ยงของการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจากโรคอาร์เอสวี ที่มีอาการรุนแรงและต้องการออกซิเจนเสริมลงได้ 75.7% , ลดระยะเวลาการพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ลดโอกาสในการเข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยหนักในเด็ก และลดความรุนแรงของโรคได้ และ สามารถรับภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปพร้อมกับวัคซีนพื้นฐานสำหรับเด็กได้

อย่างไรก็ตาม มาตรการป้องกันนี้ มีความสำคัญในการช่วยลดอุบัติการณ์และความรุนแรงของการติดเชื้ออาร์เอสวี เพื่อปกป้องสุขภาพของทารกแรกเกิด ซึ่งเป็นประชากรที่อ่อนแอและเปราะบางที่สุด ผู้ที่สนใจสามารถขอรับคำปรึกษาจากกุมารแพทย์ เกี่ยวกับทางเลือกในการป้องกันโรคติดเชื้ออาร์เอสวี ได้ที่สถานพยาบาลภาครัฐและเอกชนตั้งแต่วันนี้ เพื่อปกป้องเด็กทารกทุกคนให้ปลอดภัยจากโรคติดเชื้ออาร์เอสวี ในขวบปีแรกของชีวิต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...