โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

มัดรวมมาตรการแบงก์ช่วยผู้ได้รับผลกระทบ แผ่นดินไหว

การเงินธนาคาร

อัพเดต 31 มี.ค. 2568 เวลา 13.09 น. • เผยแพร่ 29 มี.ค. 2568 เวลา 08.49 น.

สถาบันการเงินออกมาตรการบรรเทาผลกระทบและช่วยเหลือผู้ประสบภัย แผ่นดินไหว ทั้งในส่วนของลูกหนี้เดิมและลูกหนี้ใหม่ เช่น มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ มาตรการพักชำระหนี้ มาตรการค้ำประกันสินเชื่อ

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

1. โครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน วงเงินรายละไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0% 6 เดือนแรก เดือนที่ 7 คิดอัตราดอกเบี้ย MRR (ปัจจุบัน MRR เท่ากับ 6.725%)

2. โครงการสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิต วงเงินรายละไม่เกิน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MRR ลบ 2 % ต่อปี วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนให้ลูกค้าเข้าถึงเงินทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำในการฟื้นฟูความเสียหายที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติธรรมชาติ สำหรับนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงหรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย โรงเรือนการเกษตร หรือเครื่องจักรกลการเกษตร รวมถึงส่งเสริมให้เกษตรกรลูกค้าสามารถลดภาระด้านต้นทุนการผลิตและมีเงินทุนหมุนเวียนในกรณีฉุกเฉินในระหว่างการฟื้นฟูจนสามารถกลับมาประกอบอาชีพและดำเนินธุรกิจตามปกติต่อไปได้อย่างเข้มแข็ง

บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)

1. มาตรการช่วยลูกค้า บสย. พักชำระค่าธรรมเนียมและค่าจัดการค้ำประกัน 6 เดือน สำหรับ SMEs ลูกค้า บสย. ที่ถึงกำหนดชำระค่าธรรมเนียมค้ำประกัน และค่าจัดการค้ำประกัน ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม - 30 เมษายน 2568

2. มาตรการช่วยลูกหนี้ บสย. พักชำระค่างวด 3 งวด สำหรับลูกหนี้ บสย. (ผู้ประกอบการ SMEs ที่ บสย. จ่ายค่าประกันชดเชย) ที่อยู่ในระหว่างผ่อนชำระตามแผนปรับโครงสร้างหนี้ และไม่ผิดนัดชำระหนี้ โดยสามารถยื่นคำขอพักชำระหนี้ได้ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม - 30 เมษายน 2568

ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK)

1. มาตรการช่วยเหลือสำหรับวงเงินกู้ระยะสั้น

  • ขยายระยะเวลาตั๋วสัญญาใช้เงิน สูงสุด 180 วัน
    • เพิ่มวงเงินหมุนเวียนชั่วคราว สูงสุด 20% ของวงเงินหมุนเวียนเดิม ทั้งนี้ ไม่เกิน 2 ล้านบาท โดยใช้อัตราดอกเบี้ยเดิม
    • เปลี่ยนแปลงภาระหนี้ระยะสั้นเป็นภาระหนี้ระยะยาว ผ่อนชำระสูงสุด 3 ปี

2.มาตรการช่วยเหลือสำหรับวงเงินกู้ระยะยาว

  • ขยายระยะเวลาวงเงินกู้ สูงสุด 7 ปี
    • ปรับลดอัตราดอกเบี้ย ปีแรกลง 0.5% หรือจ่ายดอกเบี้ยเพียง 50% ในช่วง 6 เดือนแรก
    • พักชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 1 ปี
    • Top up วงเงินสำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ย Prime Rate (สำหรับลูกค้าทั่วไปและลูกค้า SMEs) ของ EXIM BANK ในปัจจุบันเท่ากับ 6.25% ต่อปี

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank

1. มาตรการ พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย สำหรับลูกค้าธนาคารที่ได้รับผลกระทบทางตรงและทางอ้อม ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติตามที่ราชการกำหนด เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ด้วยการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย สำหรับกลุ่มเงินกู้ยืมแบบมีระยะเวลา (Term loan) สูงสุดไม่เกิน 12 เดือน สัญญาเบิกเงินทุนหมุนเวียนประเภทตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) และสินเชื่อแฟคตอริ่ง ขยายระยะเวลาชำระตั๋วสัญญาใช้เงินออกไปอีกสูงสุด 180 วัน และสามารถพักชำระดอกเบี้ยได้

2. มาตรการ เติมทุนฉุกเฉิน เพื่อซ่อมแซมฟื้นฟูกิจการ สำหรับลูกค้าเดิมได้รับผลกระทบทางตรง ที่มีสถานประกอบการตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ภัยพิบัติตามที่ราชการกำหนด เพื่อให้มีวงเงินกู้ฉุกเฉิน นำไปฟื้นฟูธุรกิจเฉพาะหน้า วงเงินกู้ 10% ของวงเงินเดิม ขั้นต่ำ 30,000 บาท สูงสุด 200,000 บาท (บุคคลธรรมดา สูงสุด 100,000 บาท และนิติบุคคล สูงสุด 200,000 บาท) อัตราดอกเบี้ย MLR ต่อปี ระยะเวลากู้ 3 ปี ปลอดชำระเงินต้น 12 เดือน ไม่ต้องมีหลักประกัน ยกเว้นค่าธรรมเนียม ลดกระบวนการนำส่งเอกสารในการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทางตรงเป็นการเร่งด่วน

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)

1. โครงการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือที่อยู่อาศัยที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัย จำนวน 2 มาตรการ ประกอบด้วย

(1) สำหรับลูกค้าปัจจุบัน : ลดเงินงวดและอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยพักชำระหนี้นาน 3 เดือน พร้อมลด
อัตราดอกเบี้ยเงินกู้เหลือ 0% ต่อปี 3 เดือนแรก และเดือนที่ 4 – 12 คิดอัตราดอกเบี้ยเพียง 2.00% ต่อปี พร้อมลดเงินงวดลง 50% ของเงินงวดที่ชำระในปัจจุบัน โดยเมื่อครบระยะเวลาให้ความช่วยเหลือ ลูกค้าสามารถกลับไปใช้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้เดิมต่อไป

(2) สำหรับลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่ : กู้เพิ่มเพื่อซ่อมแซม หรือปลูกสร้างทดแทนหลังเดิม วงเงินกู้สูงสุดต่อราย ต่อหลักประกันไม่เกิน 2 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเดือนที่ 1 – 3 เท่ากับ 0% ต่อปี พร้อมปลอดชำระเงินงวด, อัตราดอกเบี้ยเดือนที่ 4 – 24 เท่ากับ 2.00% ต่อปี, อัตราดอกเบี้ยปีที่ 3 เท่ากับ MRR-3.30% ต่อปี (3.24% ต่อปี), ปีที่ 4 เท่ากับ MRR-2.40% ต่อปี (4.14% ต่อปี) และปีที่ 5 จนถึงตลอดอายุสัญญา กรณีลูกค้ารายย่อย เท่ากับ MRR-0.50% ต่อปี, ลูกค้าสวัสดิการ เท่ากับ MRR-1.00% ต่อปี และกู้เพื่อซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย เท่ากับ MRR (อัตราดอกเบี้ย MRR ของ ธอส. ปัจจุบัน เท่ากับ 6.545% ต่อปี) ระยะเวลาการกู้ 40 ปี กู้ 1 ล้านบาท ผ่อนชำระเริ่มต้นเพียง 3,100 บาท เท่านั้น

พิเศษ! ฟรีค่าธรรมเนียมประเมินราคาหลักประกัน (1,900 – 2,800 บาท) และค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการจำนองไม่เกิน 1% ของวงเงินจำนอง เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนอีกด้วย

2. มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ ปี 2568 จำนวน 5 มาตรการ ประกอบด้วย

มาตรการที่ 1 : สำหรับลูกค้าสถานะ NPL ที่หลักประกันได้รับความเสียหาย ให้ประนอมหนี้ระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี 6 เดือน
โดยคิดอัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี นาน 6 เดือนแรก และไม่ต้องชำระเงินงวด จากนั้นเดือนที่ 7-18 อัตราดอกเบี้ย 1.00% ต่อปี โดยให้ ผ่อนชำระเงินงวดไม่น้อยกว่าดอกเบี้ยรายเดือน และเมื่อครบระยะเวลาประนอมหนี้ ให้กลับมาใช้อัตราดอกเบี้ยตามสิทธิเดิมก่อนที่จะใช้มาตรการนี้

มาตรการที่ 2 : สำหรับลูกค้าสถานะ NPL ที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้ ให้ประนอมหนี้เป็นระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี โดยคิดอัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี นาน 6 เดือนแรก และผ่อนชำระเงินงวดเพียง 1,000 บาท (ตัดเงินต้นทั้งหมด) จากนั้น เดือนที่ 7-12 อัตราดอกเบี้ย 1.00% ต่อปี โดยให้ผ่อนชำระเงินงวดไม่น้อยกว่าดอกเบี้ยรายเดือน บวกอีก 100 บาท และเมื่อผ่อนชำระครบระยะเวลาประนอมหนี้ ให้ลูกค้ากลับมาใช้อัตราดอกเบี้ยตามสิทธิเดิมก่อนที่จะใช้มาตรการนี้

มาตรการที่ 3 : สำหรับลูกค้าสถานะบัญชีปกติและสถานะ NPL ที่เสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร ให้ผ่อนชำระ โดยใช้อัตราดอกเบี้ย 0.01% ต่อปี ตลอดระยะเวลาที่คงเหลือ (พิจารณาเป็นรายกรณี)

มาตรการที่ 4 : สำหรับลูกค้าสถานะบัญชีปกติและสถานะ NPL หากที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายทั้งหลัง และไม่สามารถซ่อมแซมได้ ให้ปลอดหนี้ในส่วนของราคาอาคาร และให้ผ่อนชำระต่อเฉพาะในส่วนของที่ดินที่คงเหลือเท่านั้น (พิจารณาเป็นรายกรณี)

มาตรการที่ 5 : พิจารณาสินไหมเร่งด่วน (Fast Track) สำหรับลูกค้าที่ทำกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัย ซึ่งคุ้มครองภัยธรรมชาติ กับบริษัทประกันภัยที่ธนาคารจัดให้ พิจารณาจ่ายค่าสินไหมให้กับลูกค้าที่ประสบภัยทุกราย อย่างเร่งด่วนเป็นกรณีพิเศษ โดยผู้เอาประกันสามารถแจ้งความเสียหายโดยใช้ภาพถ่าย จ่ายตามความเสียหายจริงไม่เกิน 20,000 บาท และสำหรับลูกค้า ที่มีกรมธรรม์เริ่มความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 เพิ่มความคุ้มครองภัยธรรมชาติตามความเสียหายจริงอีกไม่เกิน 30,000 บาท ต่อปี (รายละเอียดและเงื่อนไขเป็นไปตามกรมธรรม์)

นอกจากนี้ ลูกค้าปัจจุบันของ ธอส. ยังสามารถเข้าร่วมมาตรการสินเชื่อซ่อม - แต่ง สำหรับลูกค้าปัจจุบันของ ธอส. ที่ต้องการกู้เพิ่มเพื่อต่อเติม ซ่อมแซม หรือซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย มีการทำนิติกรรมสัญญาและผ่อนชำระเงินกู้กับธนาคารมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี วงเงินกู้เดิมภายใต้หลักประกันสูงสุด ไม่เกิน 5 ล้านบาท ประวัติการผ่อนชำระสม่ำเสมอทุกเดือนไม่น้อยกว่า 1 ปี วงเงินให้กู้สูงสุดต่อรายต่อหลักประกัน ไม่เกิน 100,000 บาท ระยะเวลาการกู้สูงสุดนาน 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3 ปีเพียง 1.00% ต่อปี กรณีกู้ 1 แสนบาท ผ่อนชำระเงินงวดเพียง 2,900 บาท เท่านั้น พิเศษ! ฟรีค่าประเมินราคาหลักประกัน 1,900 บาท โดยไม่ต้องจดทะเบียนการจำนองเพิ่มที่สำนักงานที่ดิน

ธนาคารกรุงไทย

1. มาตรการแบ่งเบาภาระลูกค้าสินเชื่อปัจจุบัน

(1) สินเชื่อบ้าน และสินเชื่อธุรกิจ SSME ลดค่างวดลง 75% ของค่างวดปัจจุบันนาน 1 ปี และ
ลดดอกเบี้ยเป็น 0% ต่อปี นาน 3 เดือน และหลังจากนั้น ดอกเบี้ยคงที่ 2.5% ต่อปี นาน 33 เดือน (รวมเป็นระยะเวลา ดอกเบี้ยพิเศษนาน 3 ปี)

(2) สินเชื่อส่วนบุคคล ลดค่างวดลง 75% ของค่างวดปัจจุบัน นาน 1 ปี และลดดอกเบี้ยเป็น ดอกเบี้ยคงที่ 4.5% ต่อปี นาน 3 ปี

(3) สินเชื่อธุรกิจ SME ให้ความช่วยเหลือครอบคลุม ทั้งการลดอัตราดอกเบี้ย ลดค่างวดการชำระหนี้ พักชำระเงินต้น ชำระเฉพาะดอกเบี้ย หรือพักชำระเงินต้น และ/หรือ พักชำระดอกเบี้ยบางส่วน ขยายระยะเวลาสัญญา/ปรับตารางผ่อนชำระหนี้ เป็นต้น โดยเงื่อนไขและเกณฑ์การพิจารณาลูกค้าแต่ละรายเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด ซึ่งธนาคารจะพิจารณาให้เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย เพื่อลดภาระทางการเงินและให้สอดรับกับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว รวมถึงสภาพเศรษฐกิจและรายได้ของธุรกิจที่น่าจะฟื้นตัวในอนาคต

(4) สำหรับลูกค้าธุรกิจ สามารถติดต่อผู้ดูแลธุรกิจสัมพันธ์ของท่าน (RM) เพื่อประสานงานให้ความช่วยเหลืออย่างเหมาะสม โดยธนาคารจะพิจารณาความช่วยเหลือให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของลูกค้าแต่ละราย

2. มาตรการสำหรับสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูกิจการและซ่อมบ้าน

(1) สินเชื่อบ้าน Top up สินเชื่อบ้านแลกเงิน และสินเชื่อธุรกิจ SSME (Term Loan) ดอกเบี้ยคงที่ 0% ต่อปี นาน 3 เดือน หลังจากนั้น ดอกเบี้ยคงที่ 2.5% ต่อปี นาน 33 เดือน (รวมเป็นระยะเวลา ดอกเบี้ยพิเศษนาน 3 ปี กรณีสินเชื่อบ้าน ฟรีค่าประเมินและค่าจดจำนอง)

(2) สินเชื่อส่วนบุคคล (Term Loan) ดอกเบี้ยคงที่ 4.5% ต่อปี นาน 3 ปี

(3)สินเชื่อธุรกิจ SME (Term Loan) ระยะเวลา 7 ปี ดอกเบี้ย 3.5% ต่อปี นาน 2 ปี หลังจากนั้น MLR-1% ต่อปี

แผ่นดินไหว

ธนาคารออมสิน

1. มาตรการบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นแก่ลูกค้าเดิม โดยให้พักชำระเงินต้นทั้งหมด และลดดอกเบี้ยเป็น 0% เป็นระยะเวลา 3 เดือน สำหรับลูกค้าสินเชื่อธนาคารออมสิน 3 กลุ่ม ที่เดือดร้อนทรัพย์สินได้รับความเสียหาย หรือคุณภาพชีวิตและการดำเนินธุรกิจได้รับผลกระทบโดยตรงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้แก่ ลูกค้าสินเชื่อธนาคารประชาชน ลูกค้าสินเชื่อเคหะที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 5 ล้านบาท และลูกค้าสินเชื่อ SME ที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 10 ล้านบาท

2. มาตรการสินเชื่อฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูสำหรับบุคคลทั่วไป ธนาคารมอบสินเชื่อเงื่อนไขพิเศษ ได้แก่

(1) สินเชื่อฉุกเฉินผู้ประสบภัยพิบัติ วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท/ราย ระยะเวลาผ่อนชำระ 24 เดือน ปลอดชำระเงินงวด 3 เดือนแรก อัตราดอกเบี้ย 0% สำหรับเดือนที่ 1 - 3 และเดือนที่ 4 เป็นต้นไป คิดอัตราดอกเบี้ย 0.60% ต่อเดือน

(2) สินเชื่อซ่อมแซมบ้าน วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท/ราย ระยะเวลาผ่อนชำระ 10 ปี สำหรับลูกค้าใหม่ ส่วนลูกค้าปัจจุบันใช้ระยะเวลาผ่อนชำระตามสัญญาเดิม ปีที่ 1 คิดอัตราดอกเบี้ย 0% สำหรับ 3 เดือนแรก และเดือนที่ 4 - 12 = 2% ปีที่ 2 = 2% ปีที่ 3 = MRR-3.35% ปีที่ 4 เป็นต้นไป = MRR-0.75%

(3) สินเชื่อ SME ฟื้นฟูแผ่นดินไหว วงเงินกู้ไม่เกิน 40 ล้านบาท/ราย ระยะเวลาผ่อนชำระไม่เกิน 10 ปี (ปลอดชำระเงินต้นสูงสุด 9 เดือน) คิดอัตราดอกเบี้ย ปีที่ 1 - 2 = 2.99% ปีที่ 3 - 4 = MLR/MOR-0.5% และปีที่ 5 เป็นต้นไป = MLR/MOR+0.5% ทั้งนี้ สำหรับวงเงินกู้ไม่เกิน 10 ล้านบาท ธนาคารคิดอัตราดอกเบี้ย 3 เดือนแรก = 0% หลังจากนั้น เดือนที่ 4 - 24 = 2.99% ปีที่ 3 - 4 = MLR/MOR-0.5% และปีที่ 5 เป็นต้นไป = MLR/MOR+0.5%

ธนาคารกสิกรไทย

มีความห่วงใยลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจาก แผ่นดินไหว จึงออกมาตรการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ดังนี้

มาตรการช่วยเหลือลูกค้าบุคคล

1. สินเชื่อบ้านกสิกรไทย พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย สูงสุด 3 เดือน

2. สินเชื่อบ้านกู้เพิ่มได้เพื่อซ่อมแซมบ้าน อัตราดอกเบี้ย 0% 3 เดือน ฟรีค่าประเมินหลักประกัน

3. บัตรเครดิตกสิกรไทย, สินเชื่อเงินด่วน Xpress Loan และบัตรเงินด่วน Xpress Cash พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย สูงสุด 3 เดือน

4. สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ปรับลดยอดผ่อนชำระรายเดือนสูงสุด 50% ระยะเวลา 3 เดือน และขยายระยะเวลาผ่อน 3 เดือน

มาตรการช่วยเหลือลูกค้าธุรกิจ

1. วงเงินสินเชื่อเดิม พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย สูงสุด 3 เดือน

2. สินเชื่อเพื่อซ่อมแซมสถานประกอบการ ระยะเวลากู้สูงสุด 5 ปี ดอกเบี้ย 3.5% ใน 2 ปีแรก โดยให้พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย สูงสุด 3 เดือน

ลูกค้าสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่

  • ลูกค้าบุคคลติดต่อที่ K-Contact Center 02-8888888
    • ลูกค้าธุรกิจติดต่อที่ผู้ดูแลความสัมพันธ์ลูกค้าหรือ K-BIZ Contact Center 02-8888822
    • ลูกค้าสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ติดต่อที่ KLeasing Call Center 02-6969999

สินเชื่อบ้านกู้เพิ่มได้ กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ยอยู่ระหว่าง 6%-7% หมายเหตุ : สมมติฐานการคำนวณมาจากอัตราดอกเบี้ย MRR ณ วันที่ 4 มีนาคม 2568 = 7.08% ต่อปี ทั้งนี้อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ ฟรีค่าประเมินหลักประกันมูลค่า 3,000 บาท

รายละเอียดการคำนวณสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ K-Contact Center 02-8888888

แผ่นดินไหว กสิกรไทย

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจาก แผ่นดินไหว เดือนมีนาคม 2568

รายงานข่าวจาก ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ระบุว่า ตระหนักถึงความเดือดร้อนและความเสียหายของผู้ประสบภัยจากแผ่นดินไหว จึงได้ออกมาตรการช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษสำหรับลูกค้าสินเชื่อของธนาคาร รวมถึงบริษัทในกลุ่มกรุงศรี คอนซูมเมอร์ และสำหรับลูกค้าที่ทำประกันภัยทรัพย์สินหรือประกันอัคคีภัย ผ่านธนาคารกรุงศรีอยุธยา

สำหรับลูกค้าสินเชื่อบุคคล สินเชื่อบ้านและสินเชื่อ SME รายย่อย

  • แนวทางที่ 1 ลดค่างวด ครอบคลุมดอกเบี้ยจ่ายในแต่ละเดือนสูงสุดนาน6เดือน
    • แนวทางที่ 2 พักเงินต้นชำระคืนแต่ดอกเบี้ยอย่างเดียวสูงสุดนาน3เดือน

สำหรับลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ SMEขนาดเล็กและขนาดกลาง

  • แนวทางที่ 1 ลดค่างวด ครอบคลุมดอกเบี้ยจ่ายในแต่ละเดือนสูงสุดนาน6เดือน
    • แนวทางที่ 2 พักเงินต้นชำระคืนแต่ดอกเบี้ยอย่างเดียวสูงสุดนาน3เดือน

สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อบ้าน สินเชื่อ SME วันนี้ – 30 ก.ย. 68

สำหรับลูกค้าสินเชื่อกรุงศรี ออโต้ ขยายเทอม ลดค่างวด ไม่เกิน 40% ของค่างวดเดิม

  • สินเชื่อเช่าซื้อ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ กรุงศรี ออโต้ สินเชื่อจำนำทะเบียนรถคาร์ฟอร์แคช สินเชื่อรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ กรุงศรี ออโต้ วันนี้ – 30 มิ.ย. 68

สำหรับลูกค้าบัตรเครดิตและสินเชื่อในกลุ่มกรุงศรี คอนซูมเมอร์

  • ปรับลดยอดผ่อนชำระรายเดือนด้วยการขยายระยะเวลาในการผ่อนชำระ (ปรับปรุงโครงสร้างหนี้) หมายเหตุ:ไม่รวมลูกค้าที่ได้รับการช่วยเหลือในมาตรการอื่นสูงสุดอยู่แล้ว

ผลิตภัณฑ์บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลในกลุ่มกรุงศรี คอนซูมเมอร์วันนี้ – 30 มิ.ย. 68

คุณสมบัติผู้เข้าร่วมมาตรการฯ สำหรับลูกค้าที่เป็นเจ้าของกิจการและพนักงานรายได้ประจำที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว ในพื้นที่จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว การพิจารณาตามมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว

การพิจารณาเป็นรายกรณีตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของธนาคารกรุงศรีอยุธยา และบริษัทในกลุ่มกรุงศรี คอนซูมเมอร์

อ้างอิง : krungsri.com

ธนาคารไทยพาณิชย์

ออกมาตรการเร่งด่วนดูแลลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ทั้งมาตรการพักชำระและสินเชื่อพิเศษเพื่อซ่อมแซมบ้านและกิจการ ประกาศพักชำระเงินต้นแก่ลูกค้าสินเชื่อบ้านนาน 3 เดือน และให้สินเชื่อแก่ลูกค้าที่ต้องการซ่อมแซมบ้านดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน พร้อมมอบสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูกิจการแก่ผู้ประกอบการรายย่อยและเอสเอ็มอี อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 3.5% ต่อปี นาน 24 เดือน

จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ได้สร้างความเสียหายส่งผลกระทบต่อทรัพย์สินและความเป็นอยู่ของประชาชนในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ธนาคารไทยพาณิชย์มีความห่วงใยลูกค้าและพร้อมอยู่เคียงข้างให้การช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบจากอุบัติภัยครั้งนี้ ด้วยมาตรการเร่งด่วน ครอบคลุมทั้งลูกค้าบุคคล ลูกค้าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างเต็มที่ ทั้งการพักชำระเงินกู้แก่ลูกค้าปัจจุบัน และให้สินเชื่อใหม่เพื่อการซ่อมแซมที่อยู่อาศัย และฟื้นฟูกิจการที่ได้รับผลกระทบ ประกอบด้วย ดังนี้

กลุ่มลูกค้าบุคคลและลูกค้าธุรกิจรายย่อย* ประกอบด้วย

1) สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย - ลูกค้าสินเชื่อบ้าน และสินเชื่อบ้านคือเงิน My Home My Cash ธนาคารมอบความช่วยเหลือพักชำระเงินต้นนาน 3 เดือน และมอบสินเชื่อบ้านได้เพิ่มเพื่อซ่อมแซมบ้าน ดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน ได้แก่ สินเชื่อบ้านได้เพิ่มสำหรับลูกค้าปัจจุบัน และสินเชื่อ My Home My Cash สำหรับลูกค้าขอสินเชื่อใหม่ ฟรีค่าประเมินหลักประกัน บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ และคอนโด

2) สินเชื่อรถยนต์ ธนาคารมอบความช่วยเหลือ ได้แก่ 1) พักชำระหนี้สูงสุด 3 เดือน สำหรับลูกค้าสินเชื่อรถยนต์ และขยายระยะเวลาในการผ่อนชำระสูงสุด 3 เดือน (รวมอายุผู้กู้ไม่เกิน 65 ปี)

3) สินเชื่อธุรกิจเพื่อผู้ประกอบการ ธนาคารมอบความช่วยเหลือ พักชำระเงินต้นสูงสุดนาน 3 เดือน และสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูกิจการดอกเบี้ยคงที่เริ่มต้น 3.5% ต่อปี นาน 24 เดือน ระยะเวลากู้สูงสุด 10 ปี

ลูกค้าสามารถติดต่อขอเข้าร่วมโครงการได้ทางธนาคารไทยพาณิชย์ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ โทร SCB Customer Center โทร 02-777-7777 ได้ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม – 30 มิถุนายน 2568

กลุ่มลูกค้าธุรกิจเอสเอ็มอี ธนาคารมอบความช่วยเหลือให้ทั้งผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรง และทางอ้อม ผ่าน 4 มาตรการหลัก ประกอบด้วย

1) พักชำระเงินต้นสูงสุดนาน 6 เดือน

2) พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุดนาน 3 เดือน

3) เพิ่มวงเงินหมุนเวียนชั่วคราว เสริมสภาพคล่อง วงเงินสูงสุดไม่เกิน 20% ของวงเงินรวมเดิม และไม่เกิน 10 ล้านบาท

4) วงเงินกู้สำหรับปรับปรุง ซ่อมแซม หรือซื้อทดแทนทรัพย์สินเที่เสียหายของกิจการ วงเงินสินเชื่อสูงสุด 20% ของวงเงินรวมเดิม ไม่เกิน 10 ล้านบาท ดอกเบี้ยคงที่เริ่มต้น 3.5% ต่อปี นาน 24 เดือน ระยะเวลากู้สูงสุด 7 ปี

ลูกค้าเอสเอ็มอีสามารถติดต่อขอเข้าร่วมโครงการได้ทางเจ้าหน้าที่ธุรกิจสัมพันธ์ที่ดูแลท่าน และ SCB Business Call Center โทร 02-722-2222 วันที่ 30 มีนาคม – 31 ธันวาคม 2568

ธนาคารไทยพาณิชย์ขอส่งกำลังใจให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว และพร้อมช่วยเหลือลูกค้าอย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ ทั้งนี้ ธนาคารจะเร่งดำเนินการอย่างเต็มความสามารถในการพิจารณาคำร้องของลูกค้าทุกท่านเพื่อให้ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบกลับมาฟื้นตัวได้อย่างทันท่วงที

กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว :

*สำหรับสินเชื่อบ้านได้เพิ่ม/ สินเชื่อบ้านคือเงิน อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงอยู่ระหว่าง 5.575% -14.075% ต่อปี สมมติฐานการคำนวณมาจากอัตราดอกเบี้ย MRR-1.50% - MRR+6.75 ต่อปี*

*โดยอัตราดอกเบี้ย MRR ณ วันที่ 3 มีนาคม 2568 = 7.075% ต่อปี ทั้งนี้ "อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้" เงื่อนไขและหลักเกณฑ์เป็นไปตามที่ธนาคารฯ กำหนด

ธนาคารกรุงไทย

รายงานข่าวจาก ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารขอส่งความห่วงใยไปยังผู้ประสบภัย แผ่นดินไหว ในทุกพื้นที่ เราพร้อมเคียงข้างคนไทยเพื่อผ่านวิกฤติการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกัน โดยได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ ดังนี้

มาตรการแบ่งเบาภาระลูกค้าสินเชื่อปัจจุบัน

  • สินเชื่อบ้าน และสินเชื่อธุรกิจ SSME ลดค่างวดลง 75% ของค่างวดปัจจุบันนาน 1 ปี และ ลดดอกเบี้ยเป็น 0% ต่อปี นาน 3 เดือน และหลังจากนั้น ดอกเบี้ยคงที่ 2.5% ต่อปี นาน 33 เดือน (รวมเป็นระยะเวลา ดอกเบี้ยพิเศษนาน 3 ปี)
    • สินเชื่อส่วนบุคคล ลดค่างวดลง 75% ของค่างวดปัจจุบัน นาน 1 ปี และ ลดดอกเบี้ยเป็น ดอกเบี้ยคงที่ 4.5% ต่อปี นาน 3 ปี
    • สินเชื่อธุรกิจ SME ให้ความช่วยเหลือครอบคลุม ทั้งการลดอัตราดอกเบี้ย ลดค่างวดการชำระหนี้ พักชำระเงินต้น ชำระเฉพาะดอกเบี้ย หรือพักชำระเงินต้น และ/หรือ พักชำระดอกเบี้ยบางส่วน ขยายระยะเวลาสัญญา/ปรับตารางผ่อนชำระหนี้ เป็นต้น โดยเงื่อนไขและเกณฑ์การพิจารณาลูกค้าแต่ละรายเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด ซึ่งธนาคารจะพิจารณาให้เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย เพื่อลดภาระทางการเงินและสะท้อนภาวะเศรษฐกิจและรายได้ของลูกค้าที่น่าจะฟื้นตัวในอนาคต

มาตรการสำหรับสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูกิจการและซ่อมบ้าน

  • สินเชื่อบ้าน Top up สินเชื่อบ้านแลกเงิน และสินเชื่อธุรกิจ SSME (Term Loan) ดอกเบี้ย 0% ต่อปี นาน 3 เดือน หลังจากนั้น ดอกเบี้ยคงที่ 2.5% ต่อปี นาน 33 เดือน (รวมเป็นระยะเวลา ดอกเบี้ยพิเศษนาน 3 ปี กรณีสินเชื่อบ้าน ฟรีค่าประเมินและค่าจดจำนอง)
    • สินเชื่อส่วนบุคคล (Term Loan) ดอกเบี้ยคงที่ 4.5% ต่อปี นาน 3 ปี
    • สินเชื่อธุรกิจ SME (Term Loan) ระยะเวลา 7 ปี ดอกเบี้ย 3.5% ต่อปี นาน 2 ปี หลังจากนั้น MLR-1% ต่อปี

*สินเชื่อบ้าน Top up และ สินเชื่อบ้านแลกเงิน อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญาอยู่ระหว่าง 5.2% ต่อปี (ณ วันที่ 3 มี.ค. 68) | สมมติฐานการคำนวณจากวงเงินกู้ 1 ล้านบาท อายุสัญญา 20 ปี ผ่อนชำระ 8,400 บาท/เดือน | MLR = 6.825% ต่อปี (ณ วันที่ 3 มี.ค. 68) **สินเชื่อบุคคล อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญาอยู่ระหว่าง 6.595% - 24% ต่อปี (ณ วันที่ 3 มี.ค. 68) | MRR = 7.345% ต่อปี (ณ วันที่ 3 มี.ค. 68) | ยกเว้นสินเชื่ออเนกประสงค์ สำหรับข้าราชการผู้รับบำนาญ ***สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME MLR=6.825% ต่อปี (ณ วันที่ 3 มี.ค. 68) |

สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SSME สำหรับผู้ประกอบการที่มียอดขายไม่เกิน 100 ล้านบาท และวงเงินกู้ไม่เกิน 20 ล้านบาท สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME | สำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางที่มียอดขายมากกว่า 100 ล้านบาท หรือวงเงินกู้มากกว่า 20 ล้านบาทขึ้นไป | อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ สามารถตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันได้ที่ https://krungthai.com/th/krungthai-update/promotion-detail/2274 | เงื่อนไขและหลักเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

นอกจากนี้ ลูกค้าสินเชื่อบ้านกรุงไทย รวมถึงผู้ที่ซื้อประกันอัคคีภัยกับธนาคารกรุงไทย และประสบภัยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว สามารถตรวจสอบความคุ้มครองจากกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัยและทรัพย์สินของท่าน โดยสามารถแจ้งเคลมค่าสินไหมกับบริษัทประกันภัยได้ที่

  • บมจ. ชับบ์สามัคคีประกันภัย LINE @chubbthailand โทร 1758 กด 2 หรือ 02 611 4470 www.chubb.com
    • บมจ. กรุงไทยพานิชประกันภัย LINE @kpiclaim โทร 02 624 1111 www.kpi.co.th
    • บมจ. ทิพยประกันภัย LINE @dhipayainsurance แอปฯ Tip Flash Claim โทร 1736 www.dhipaya.co.th

ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต

ทีทีบี พร้อมช่วยเหลือลูกค้าทุกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ให้สามารถกลับมาตั้งหลัก และก้าวไปต่อเพื่อชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น

ทีทีบีขอแสดงความเสียใจกับผู้ประสบเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา และมีความห่วงใยลูกค้าทุกกลุ่ม เร่งให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ครอบคลุมทั้งลูกค้าบุคคล ผู้ประกอบการธุรกิจและเอสเอ็มอี ที่อาจประสบปัญหาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัย และสถานประกอบการธุรกิจ รวมทั้งเพิ่มสภาพคล่องให้ หวังช่วยให้ทุกคนสามารถกลับมาตั้งหลักและก้าวไปต่อ เพื่อชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น

นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาต เปิดเผยว่า ทีทีบีมีความห่วงใยลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในครั้งนี้ ซึ่งได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินและการประกอบอาชีพ โดยเฉพาะลูกค้าของทีทีบี ที่ประสบความเดือดร้อนจากความเสียหายของที่อยู่อาศัยหรือสถานประกอบการธุรกิจ ซึ่งอาจมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ธนาคารจึงให้ความช่วยเหลือลูกค้าเพื่อรับมือกับวิกฤตครั้งนี้และบรรเทาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน หวังให้สามารถฟื้นตัว กลับมาตั้งหลักและก้าวเดินต่อไปสู่การมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น

โดยมีรายละเอียดความช่วยเหลือดังนี้

ลูกค้าบุคคลทั่วไป และลูกค้าบัญชีเงินเดือนที่มี บัญชี ttb all free รับฟรีความคุ้มครองจากอุบัติเหตุ

ลูกค้าสามารถเบิกค่ารักษาจากอุบัติเหตุได้ สูงสุด 3,000 บาท/อุบัติเหตุ กรณีเสียชีวิตคุ้มครอง 20 เท่าของเงินฝาก สูงสุด 3 ล้านบาท เมื่อคงเงินฝากในบัญชี ttb all free ไม่ต่ำกว่า 5,000 บาท ทุกวันตลอดทั้งเดือน และรับความคุ้มครองในเดือนถัดไปฟรี สามารถตรวจสอบสิทธิ์ได้ด้วยตนเองผ่านแอป ttb touch เข้าเมนูบัญชีเงินฝาก > เลือกข้อมูลบัญชี > เลือกเมนูประกันอุบัติเหตุ จาก all free > เลือกบัตร all free e-care card เพื่อดูสถานะความคุ้มครอง

ลูกค้าสินเชื่อบ้าน ทีทีบี และทีเอ็มบี (เดิม) กรณีบ้านได้รับความเสียหาย รับความคุ้มครองจากประกันบ้านฟรี และกรณีเกิดภาระค่าใช้จ่าย สามารถขอรับความช่วยเหลือพิเศษ

ลูกค้าสามารถรับความคุ้มครองจากภัยแผ่นดินไหวโดยอัตโนมัติภายใต้เงื่อนไขการมอบ “ประกันฟรี” โดยตรวจสอบความเสียหาย และแจ้งเคลมได้ที่ โทร 1292 บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย จำกัด (มหาชน) และสำหรับลูกค้าที่มีประกันภัยทรัพย์สิน เช่น Home Guard, Home Add-on และ Happy Home สามารถแจ้งเคลมได้ที่ บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) โทร 1519 กด 3 กด 2

สำหรับลูกค้าสินเชื่อบ้าน (ทุกประเภท) ที่เกิดความเสียหายรุนแรง และมีภาระค่าใช้จ่าย สามารถขอรับความช่วยเหลือพิเศษได้ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม – 30 มิถุนายน 2568 พร้อมแนบหลักฐานความเสียหาย โดยจะได้รับการพักชำระหนี้นาน 3 เดือน หรือ ขอวงเงินสินเชื่อเพิ่มเติม เพื่อไปซ่อมแซมบ้าน ผ่านบัตรกดเงินสดบ้านแลกเงิน ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 2 เดือน กรณีที่ลูกค้ามีบัตรกดเงินสดบ้านแลกเงินอยู่แล้ว รับความช่วยเหลือดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 2 เดือน เช่นกัน

สามารถลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือนี้ได้ 3 ช่องทาง ได้แก่ แอป ttb touch ผ่าน Yindee เลือกติดต่อแชทกับทางเจ้าหน้าที่ หรือ ttb contact center 1428 หรือ สาขาทีทีบี ที่เปิดทำการ

ลูกค้าธุรกิจ และเอสเอ็มอี ที่ได้รับผลกระทบทางธุรกิจและสถานประกอบการ สามารถตรวจเช็กความคุ้มครอง และขอวงเงินเป็นเงินทุนในการซ่อมแซมได้

ลูกค้าที่มีประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สินประเภทสรรพภัย (Industrial All Risks) ประเภทไฟขยายภัยแผ่นดินไหว (Fire Extends Earthquake) ประเภทประกันการก่อสร้าง (Contractors’ All Risks) และประเภทประกันธุรกิจหยุดชะงัก (Business Interruption) กับทีทีบีโบรกเกอร์ จะได้รับความคุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากแผ่นดินไหวตามที่กรมธรรม์กำหนด หากพบว่ามีความเสียหาย สามารถแจ้งเคลมได้ที่ ทีทีบี โบรกเกอร์ โทร. 0 2783 0200, 0 2783 0300 เวลา 08:30-19:00 น.

ลูกค้าที่ไม่มีประกันภัยและต้องการเงินทุนเพื่อซ่อมแซม หรือลูกค้าที่มีประกันภัยแต่ต้องการเงินทุนซ่อมแซมเพิ่มเติม สามารถขอสินเชื่อเพื่อซ่อมแซมสถานประกอบการเพื่อ SME ระยะเวลากู้สูงสุด 10 ปี ดอกเบี้ยคงที่ 3.5% ต่อปี เป็นระยะเวลา 2 ปี และชำระดอกเบี้ยอย่างเดียวนานสูงสุด 12 เดือน (หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด)

สำหรับลูกค้าเอสเอ็มอี ลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่ สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่บริหารความสัมพันธ์ลูกค้าธุรกิจของท่าน เพื่อสอบถามรายละเอียดการช่วยเหลือได้

ทีทีบีพร้อมเคียงข้างและเป็นกำลังใจให้กับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทุกท่านให้ก้าวไปต่อ เพื่อชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น และธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน เราขอสู้ไปพร้อมกับคุณ โดยธนาคารยึดมั่นในแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยสนับสนุนให้ลูกค้ากู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว

ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถตรวจสอบรายละเอียดความช่วยเหลือเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ttbbank.com/th/tang-luk

ธนาคารยึดมั่นในแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยสนับสนุนให้ลูกค้ากู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว: ลูกค้าสินเชื่อบ้าน ที่ต้องการวงเงินกู้เพิ่ม ด้วยบัตรกดเงินสดทีทีบีบ้านแลกเงิน ดอกเบี้ย 0% นาน 2 เดือนแรก เดือนที่ 3 เป็นต้นไป คิดอัตราดอกเบี้ย MRR + 0.47% ต่อปี โดย MRR = 7.605% ต่อปี ณ วันที่ 5 มี.ค. 68 | สินเชื่อเพื่อซ่อมแซมสถานประกอบการเพื่อ SME ดอกเบี้ยคงที่ 3.5% ต่อปี นาน 2 ปีแรก ปีที่ 3 เป็นต้นไป คิดอัตราดอกเบี้ย MRR ตามปกติ | ระยะเวลากู้สูงสุด 10 ปี และชำระดอกเบี้ยอย่างเดียวนานสูงสุด 12 เดือน | อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ | หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด | รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่เว็บไซต์ https://www.ttbbank.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ วงการธนาคาร ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...