โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การ์ตูน

ช่องทางดูอนิเมะแบบถูกลิขสิทธิ์ทุกวันนี้ มีช่องทางไหนบ้างนะ ?

BT Beartai

อัพเดต 25 ก.พ. 2568 เวลา 13.12 น. • เผยแพร่ 25 ก.พ. 2568 เวลา 13.05 น.
ช่องทางดูอนิเมะแบบถูกลิขสิทธิ์ทุกวันนี้ มีช่องทางไหนบ้างนะ ?

ในยุคที่อนิเมะกำลังเป็นที่นิยมและสามารถหาชมได้ง่ายผ่านช่องทางสตรีมมิ่งแต่ละเจ้า ที่เริ่มสู้กันด้วยการเข็นคอนเทนต์เฉพาะอนิเมะมาดึงดูดคนที่ชื่นชอบเรื่องพวกนี้ ไม่ว่าจะเป็นการดึงเอาอนิเมะที่เข้าฉายประจำซีซันมาให้มากที่สุด หรือการเลือกดึงมาเฉพาะเรื่องที่น่าสนใจให้รับชมได้แค่ช่องทางของตัวเองเท่านั้น นั่นทำให้การดูอนิเมะเริ่มเข้าถึงคนทุกผู้ทุกวัยมากยิ่งขึ้น เพราะงั้นในบทความนี้จะพาไปทำความรู้จักช่องทางถูกลิขสิทธิ์ในการดูอนิเมะกัน ว่ามีช่องทางไหนบ้าง และข้อดีของแต่ละสตรีมมิ่งแตกต่างกันอย่างไร ?

คำศัพท์ที่ควรรู้ในวงการอนิเมะ

ก่อนจะไปเริ่มกันอยากให้ลองทำความเข้าใจศัพท์เฉพาะทางของวงการอนิเมะกันสักนิด เพื่อให้เข้าใจบริบทของบทความนี้มากยิ่งขึ้น

อนิเมะประจำซีซัน

การฉายอนิเมะในทุกปีจะถูกแบ่งฉายออกเป็น 4 ซีซันตามฤดูกาลของประเทศญี่ปุ่น โดยแต่ละซีซันจะมีระยะเวลาประมาณ 3 เดือน จำนวนตอนอนิเมะที่ฉายรายสัปดาห์ต่อเนื่องในช่วงเวลานั้นก็จะตกอยู่ที่ประมาณ 12 ตอนโดยประมาณ และแต่ละซีซันในสมัยนี้มีอนิเมะเข้าใหม่สูงถึง 30-50 เรื่องต่อซีซันกันเลยทีเดียว โดยเราจะสามารถแบ่งซีซันของอนิเมะได้ตามนี้

  • อนิเมะฤดูหนาว (Winter season) เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม – มีนาคม
  • อนิเมะฤดูใบไม้ผลิ (Spring season) เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน – มิถุนายน
  • อนิเมะฤดูร้อน (Summer season) เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม – กันยายน
  • อนิเมะฤดูใบไม้ร่วง (Fall season) เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม – ธันวาคม

ช่องทางการดูอนิเมะแบบถูกลิขสิทธิ์

ในสมัยก่อนการซื้อลิขสิทธิ์อนิเมะมาวางจำหน่ายจะมีฉายผ่านช่องทางทีวีและขายแผ่นเท่านั้น ทำให้การซื้อมาดูต้องไปซื้อแผ่นของแต่ละเรื่องและตามเก็บสะสมให้ครบ ซึ่งแตกต่างจะสมัยนี้ที่เป็นยุคของ ‘สตรีมมิ่ง’ เพียงแค่มีอินเทอร์เน็ตก็สามารถเข้าดูได้ทุกที่ทุกเวลา ผ่านเงื่อนไขของแต่ละเจ้าที่ให้บริการไม่ว่าจะเป็นการรับชมโฆษณาเพื่อดูฟรี หรือการสมัครรายเดือนเพื่อรับชมเนื้อหา

การดูเถื่อน, ช่องทางธรรมชาติ, แฟนซับ

ในเมื่อมีการดูแบบถูกลิขสิทธิ์แล้ว ก็ต้องมีการดูแบบ ‘ผิดลิขสิทธิ์’ เช่นเดียวกัน ช่องทางเหล่านี้จะถูกเรียกได้หลายชื่อ และชื่อที่คิดว่าน่าจะคุ้นเคยกันดีที่สุดก็คือ ‘การดูเถื่อน’ นั่นเอง โดยในสมัยก่อนที่อนิเมะไม่มีช่องทางให้ดูแพร่หลายเช่นทุกวันนี้ ก็จะมีเพจเฟซบุ๊คหรือเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่นำอนิเมะต้นฉบับมาใส่ซับภาษาไทยให้ได้ดูกันแบบฟรี ๆ แต่เนื่องจากเป็นการกระทำที่ ‘ผิดลิขสิทธิ์’ และยังส่งผลต่อเจ้าที่นำเข้ามาอย่างถูกกฏหมาย เพราะงั้นถ้าสามารถหลีกเลี่ยงช่องทางพวกนี้ได้ก็จะเป็นการดี และดูผ่านช่องทางสตรีมมิ่งทั่วไปเพื่อเป็นการสนับสนุนให้มีการพัฒนาในวงการนี้ต่อไป

ช่องสตรีมมิ่งอนิเมะแบบถูกลิขสิทธิ์

Bilibili

เรียกได้ว่าเป็นแอพสตรีมมิ่งยืนหนึ่งในด้านอนิเมะโดยเฉพาะ หลังจากการเปิดตัวครั้งแรกในไทยเมื่อปี 2020 ก็มีการพูดถึงอย่างต่อเนื่องในเรื่องของ ‘จำนวนอนิเมะ’ จากการซื้อลิขสิทธิ์จำนวนมากด้วยการทุ่มทุนจากประเทศจีน ถึงแม้กระแสช่วงแรก ๆ ตอนเข้ามาเปิดที่ไทยจะมีแต่เสียงบ่นเรื่องซับไทยไม่รู้เรื่องเท่าที่ควร แต่ทาง Bilibili ก็ได้มีการพัฒนาขึ้นมาอย่างต่อเนื่องจนทุกวันนี้เรียกได้ว่าดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

นอกจากนั้นในแต่ละซีซัน Bilibili แทบจะเรียกได้ว่าเป็นอันดับหนึ่งในการถือลิขสิทธิ์ในการฉายอนิเมะ ‘จำนวนเยอะที่สุด’ ในแต่ละซีซันเสมอ (เฉลี่ย 15+ เรื่องต่อซีซัน) มีทั้งอนิเมะที่สามารถหาดูได้ช่องทางอื่นหรืออนิเมะแบบ Exclusive ที่ดูได้แค่ทาง Bilibili ทางเดียวอีกด้วย ที่สำคัญที่สุดคือ เราสามารถดูฟรีได้หลายเรื่องมาก ๆ ในแอพนี้ ซึ่งอาจจะมีโฆษณามากวนใจบางจังหวะ แต่ถ้าใครไม่ชอบอยากสมัครสมาชิกเป็นรายเดือน ค่าบริการก็ยังถูกแสนถูก ด้วยราคา 69 บาทต่อเดือนเท่านั้น ดังนั้นถ้าถามผมว่าแอพไหนยืนหนึ่งด้านอนิเมะที่คุ้มค่าที่สุด ยังไงตอนนี้ก็ต้องยกให้ Bilibili นี่แหละนะ

Muse Thailand (Youtube)

อีกหนึ่งช่องทางในการ ‘รับชมอนิเมะฟรี’ ผ่านช่องยูทูบแบบไม่เสียค่าใช้จ่ายสักบาท แถมยังอัพเดตตรงกับช่องทางสตรีมมิ่งอื่น ๆ อีกด้วย ถึงแม้ในเรื่องของความชัดอาจจะยังสู้ช่องสตรีมมิ่งไม่ได้ หรืออาจจะยังไม่มีพากย์ไทยในบางเรื่อง ทว่าด้วยความที่มีอนิเมะถือลิขสิทธิ์ในครอบครองที่ค่อนข้างเยอะ จึงทำให้ช่อง Muse Thailand ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีในการเริ่มต้นดูอนิเมะได้เลย

Muse Thailand ถือเป็นเจ้าหลักในการถือลิขสิทธิ์อนิเมะ ทำการแปลซับไทยลงทั้งทางช่องตัวเอง และยังทำข้อตกลงสัญญาในการแปลซับไทยให้ช่องสตรีมมิ่งอื่นเอาไปลงได้อีกด้วย เพราะงั้นถ้าใครสังเกตเห็นสัญลักษณ์ Muse ในอนิเมะที่สตรีมมิ่งอื่นก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะเป็นการทำสัญญากันนั่นเอง แถมยังรับประกันการแปลแบบคุณภาพได้อีกด้วย จากประสบการณ์อันยาวนานตั้งแต่ช่อง 9 การ์ตูน (ยุคหลัง), DEX, ROSE, TIGA

Ani-One Thailand (Youtube)

ช่องทางในการ ‘รับชมอนิเมะฟรี’ ผ่านทางยูทูบเช่นเดียวกับ Muse Thailand เพียงแต่ว่าถ้าเทียบโดยตรงถึงจำนวนอนิเมะนั้นอาจจะยังสู้ช่อง Muse ไม่ได้ แต่ทาง Ani-One ก็ได้ทำการเข็นอนิเมะ Exclusive เฉพาะที่ไม่ค่อยมีฉายที่ช่องทางไหนเอามาลงช่องทางตัวเองได้ ตอนนี้จึงถือว่าเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเลือกรับชมแบบฟรี ๆ ผ่านทางยูทูบได้เลย

Netflix

สตรีมมิ่งเจ้าดังที่เรียกได้ว่าแทบทุกคนน่าจะรู้จัก ซึ่งทาง Netflix ได้มีการนำเอาอนิเมะมาลงค่อนข้างเยอะจนเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในเนื้อหาหลักแล้วก็ว่าได้ ขนมาทั้งอนิเมะเก่า อนิเมะใหม่ อนิเมะพากย์ไทย แถมบางเรื่องยังช่วยออกทุนสร้างเพื่อให้กลายเป็น Exclusive เฉพาะช่องของตัวเองอีกด้วย ยิ่งถ้าใครเป็นสายเสพหนังแนวอื่นนอกจากอนิเมะแล้ว บอกได้เลยว่าสมัคร Netflix แอพเดียวคือคุ้ม แต่ก็อาจจะติดนิดนึงตรงเรื่องของค่าบริการรายเดือนที่ค่อนข้างแพงเอาเรื่อง เมื่อเทียบกับสตรีมมิ่งเจ้าอื่น ๆ

Crunchyroll

แอพส้มชื่อดังจากทางฝั่งอเมริกา ผู้ซื้อลิขสิทธิ์อนิเมะแบบบ้าคลั่งเช่นเดียวกับ Bilibili แถมบางเรื่องในแต่ละซีซันที่มีคนรอดูมาก ๆ พี่แกก็ยังสามารถซื้อลิขสิทธิ์ไปลงฉายเฉพาะในแอพตัวเองได้อีกด้วย ทว่าสำหรับแอพส้มนี้ยังไม่ค่อยดังเท่าไหร่ในไทย สาเหตุหลักมาจากเรื่องของซับที่ใช้ ai ในการแปลจนอ่านไม่รู้เรื่อง ทำให้หลายคนยังไม่เปิดใจให้แอพนี้กันสักเท่าไหร่ แม้จะมีอนิเมะเยอะแค่ไหนก็ตาม เพราะงั้นต้องรอดูท่าทีกันต่อไปว่าหลังจากนี้จะพัฒนาขึ้นหรือคงไว้ตามเดิม

iQIYI

อีกหนึ่งสตรีมมิ่งจากประเทศจีน เช่นเดียวกับ Bilibili ที่ถือลิขสิทธิ์อนิเมะเยอะระดับนึง อาจจะไม่ได้เยอะเท่าหลายเจ้าด้านบน แต่ก็เรียกได้ว่ามีแต่เรื่องน่าสนใจในแอพนี้ ยิ่งถ้าใครเป็นสายดูอนิเมะจีนหรือซีรีส์จีนแล้วล่ะก็ แอพนี้ยิ่งเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมาก แถมช่วงหลัง ๆ นี้ในส่วนของอนิเมะได้มีการเน้นไปที่อนิเมะพากย์ไทยอีกด้วย

Prime Video

บริการสตรีมมิ่งวิดีโอออนไลน์ของ Amazon ที่ให้บริการผ่านหลากหลายส่วนไม่ว่าจะเป็นภาพยนต์ ทีวีซีรีส์เกาหลี ซีรีส์อเมริกา ซีรีส์ญี่ปุ่น รวมถึงอนิเมะเช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่าถ้าเทียบกับอีกหลากหลายเจ้าแล้ว อาจจะไม่ได้มีอนิเมะจำนวนมากขนาดนั้น แต่บอกได้เลยว่าแต่ละเรื่องที่คัดมาลงในแอพนี้ ล้วนเรื่องคุณภาพทั้งนั้น และยิ่งเรื่องที่เป็น Exclusive ที่มักจะเอาเข้ามาซีซันละ 1-2 เรื่องเท่านั้น บอกได้เลยว่าเรื่องคุณภาพแบบคัดแล้วจริง ๆ

TrueID

เป็นช่องทางที่รวบรวม ‘อนิเมะพากย์ไทย’ ไว้เยอะที่สุดช่องทางหนึ่ง บางเรื่องที่ออกใหม่ ๆ และถูกทำเป็นเสียงพากย์ไทยตามมามักจะลงที่ TrueID ก่อนเป็น Exclusive ก่อนจะไปลงตามหลังในสตรีมมิ่งเจ้าอื่นหลังจากนั้นอีกหลายเดือน อีกทั้งยังสามารถดูฟรีได้อีกด้วย (แต่ติดโฆษณานะ)

Disney+ Hotstars

สตรีมมิ่งวิดีโอออนไลน์จาก The Walt Disney Company ที่โดยปกติจะเน้นเนื้อหาไปในทางมาร์เวล สตาร์วอร์ และการ์ตูนดิสนีย์เป็นหลัก แต่หลังจากเริ่มเข้ามาเปิดตัวในประเทศไทยก็ได้ทำการเน้นเนื้อหาไปในทางอนิเมะมากยิ่งขึ้น รวมถึงการซื้ออนิเมะบางเรื่องให้เข้าฉายแค่ที่เดียวเป็น Exclusive อีกด้วย แอบคล้าย ๆ Prime Video อยู่บ้างแต่จะแตกต่างกันในส่วนของเรื่องอนิเมะที่แต่ละเจ้านำมาฉาย

Flixer

แอพนี้เหมาะสำหรับสาวกมาร์สไรเดอร์ กันดั้ม รวมไปถึงโคนัน ซึ่งแอพนี้ได้รวบรวมมาให้หมดแล้ว แต่เพราะเน้นไปที่คอนเทนต์เฉพาะทางอย่างเดียวเลยทำให้เนื้อหาของอนิเมะอาจจะยังไม่หลากหลายเท่าที่ควร แต่ถ้าใครที่เป็นสาวกของเรื่องเหล่านี้และอยากดูยาว ๆ แบบเต็มอิ่ม บอกเลยว่ามีให้ดูเฉพาะที่นี่ที่เดียวเท่านั้น

แอพอื่นที่มีอนิเมะถูกลิขสิทธิ์

  • Laftel : ช่องทางดูอนิเมะใหม่ แต่มีแค่ในแอพมือถือเท่านั้น
  • HBO MAX : ส่วนมากเน้นไปทางอนิเมะฝรั่งมากกว่า แต่ก็มีอนิเมะญี่ปุ่นบางเรื่อง
  • DEXclub (Youtube) : เน้นมาร์สไรเดอร์และกันดั้ม คล้าย ๆ Flixer แต่ดูได้ผ่านช่องยูทูบ
  • Cartoon Club Channel (Youtube) : รวมการ์ตูนเก่า ๆ ทั้งพากย์ไทยและซับไทยจากทางช่อง Cartoon Club
  • GundamInfo (Youtube) : เน้นซีรีส์กันดั้มโดยเฉพาะ
  • AIS Play : สมัยก่อนเคยเป็นพาร์ตเนอร์กับทาง Aniplus แต่ภายหลังได้มีการยกเลิกทำให้ไม่ค่อยเหลืออนิเมะให้ดูเท่าไหร่
  • WeTV, iFlix : ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่อนิเมะจีนมากกว่า แต่ก็มีอนิเมะญี่ปุ่นประปรายบ้าง
  • POPS : ส่วนมากมีแต่อนิเมะที่จบไปแล้วมากกว่า และเทไปทางพากย์ไทย
  • Viu : โด่งดังในเรื่องของซีรีส์เกาหลี แต่เคยลงอนิเมะบ้างเล็กน้อย
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...