โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Sinners รีวิว ชนชั้น ดนตรี และการต่อสู้

LSA Thailand

อัพเดต 23 เม.ย. 2568 เวลา 02.39 น. • เผยแพร่ 23 เม.ย. 2568 เวลา 05.00 น. • Lifestyle Asia Thailand
Sinners

Sinners คุณอาจจะถูกสับขาหลอกไม่มากก็น้อย! ตอนที่คุณเห็นตัวอย่างว่าเป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นประกอบแวมไพร์ ที่เรามักจะคุ้นตาในโลกแห่งฮอลลีวูด ต้องเดือดแน่นอน แต่เนื้อหานั้นมีความนุ่มลุ่มลึก และซ่อนเนื้อหามากมายที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน แต่ที่แน่ๆ คุณดูหนังเรื่องนี้จบคุณต้องอยากนำ Score ของหนังมารีรันแล้วรีรันอีก

Relate article

Tron: Ares การกลับมาในครั้งที่ 3 ของหนังไซไฟคลาสสิกของ Disney

The Hunger Games: Sunrise on the Reaping ย้อนเรื่องราวพาเน็ม 24 ปีก่อนภาคหลัก

คนดำ vs คนขาว, เพลงบลูส์ vs เพลงคันทรี และมนุษย์ vs แวมไพร์

Spoiler Alert!!! เล็ก ๆ น้อย ๆ

Lifestyle Asia rating: 5/5

ประเภท: สยองขวัญ ระทึกขวัญ ผจญภัย ที่พูดถึงเรื่องราวความลึกลับที่คุณอาจไม่ได้นึกถึงด้วยซ้ำ

นักแสดงนำ:

  • Michael B. Jordan รับบท Smoke และ Stack
  • Hailee Steinfeld รับบท Mary
  • Tenaj L. Jackson รับบท Beatrice
  • Miles Caton รับบท Sammie Moore
  • Jack O’Connell รับบท Remmick
  • David Maldonado รับบท Hogwood

ผู้กำกับ: Ryan Coogler

เวลา: 2 ชั่วโมง 17 นาที

ดูได้ที่ไหน: ทุกโรงภาพยนตร์

ดูได้เมื่อไหร่: 17 เมษายน 2025

Photo Credit: Courtesy of Warner Bros. – © Warner Bros. via IMDB

สิ่งที่เราชอบ

ถ้าว่ากันตามตรง Sinners อาจไม่ใช่ที่ถูกจริตทุกคน เพราะตัวภาพยนตร์เองมีการซ่อนสัญญะ และต้องใช้การตีความพอสมควร และก็มีความสยดสยอง รวมถึงดราม่า ที่นัวเข้ามามากมาย ทำให้เห็นถึงฝีมือผู้กำกับอย่าง ไรอัน คูเกลอร์ (Ryan Coogler) ไม่ควรจะอยู่แค่ในภาพยนตร์แฟรนไชส์ (ไม่ใช่ไม่ดี) เป็นหนังที่ใช้องค์ประกอบจากดนตรี ความเป็นหนังแวมไพร์ และการพูดถึงประเด็นทางสีผิวในยุคนั้น แล้วที่สำคัญ เป็นภาพยนตร์ที่เป็นต้นฉบับจริง ๆ ทำให้เนื้อเรื่องมีความสดใหม่ในแง่การประเด็นที่หนังหลายเรื่องนำเสนอ จนได้มาเป็นแบบฉบับของตนเองนั้นเอง

บอกได้คำเดียว เราแนะนำให้คุณไปดู ยิ่งการแสดงของ พี่ไมเคิล บี จอร์แดน ที่แยกร่างเป็นสองคนช่างดีนักแล

สิ่งที่เราไม่ค่อยชอบ

จริง ๆ หนังเรื่องนี้ประเด็นไม่ใช่ไม่ชอบ น่าจะเป็นทางประเด็นว่าถ้าคุณไม่อินกับพวกประเด็นชนชั้นหรือคุณคิดว่าตัวอย่างหนังกำลังหลอกคุณว่าเป็นหนังแวมไพร์เดือดทะลุองศาแล้วล่ะก็ คุณก็อาจจะไม่ชอบหนังเรื่องไปเลย แถมบางทีการต้องมานั่งตีความสัญลักษณ์อะไรในหนังมากมาย คุณก็อาจจะไม่ได้อินอะไรขนาดนั้น แต่ถ้าประเด็นที่กล่าวมา ถ้าคุณชอบคุณก็จะชอบการจับประเด็นของผู้กำกับคนนี้อย่างแน่นอน

Photo Credit: Courtesy of Warner Bros. – © Warner Bros. via IMDB

เรื่องย่อ

ในปี 1932 หลังจากทำงานให้กับ Al Capone ในชิคาโกเป็นเวลาหลายปี ทหารผ่านศึกสงครามโลกครั้งที่ 1 Smoke and Stack ก็กลับมายังบ้านเกิดของพวกเขาในมิสซิสซิปปีเดลต้า พร้อมกับเงินที่ขโมยมา พวกเขาซื้อโรงเลื่อยจากเจ้าของที่ดินที่เหยียดผิวเพื่อก่อตั้งร้านขายเหล้าสำหรับชุมชนคนผิวสีในท้องถิ่น

ในขณะเดียวกัน แวมไพร์ไอริชชื่อ Remmick ซึ่งหลบหนีจากนักล่าแวมไพร์ชาวโชกทอว์ มาถึงบริเวณเดียวกันและเปลี่ยนสมาชิกคูคลักซ์แคลนสองคนให้กลายเป็นแวมไพร์ โดยในคืนเปิดร้านขายเหล้า ดนตรีอันไพเราะของ Sammie ลูกพี่ลูกน้องของพวกเขา เรียกวิญญาณทั้งในอดีตและอนาคตออกมาโดยไม่รู้ตัวเพื่อเข้าร่วมกับฝูงชนที่หลงใหล

Remmick มองเห็นพรสวรรค์เหนือธรรมชาติของ Sammie จึงเสนอความเป็นอมตะและอิสรภาพจากการเหยียดผิวผ่านแวมไพร์ให้กับเขา เพื่อแลกกับการใช้ความสามารถของเขาในการเรียกวิญญาณของชุมชนที่สาบสูญของ Remmick….

แน่นอนเราจะหยุดไว้ประมาณนี้ให้คุณได้ไปลุยกันในโรงภาพยนตร์

Photo Credit: Courtesy of Warner Bros. – © Warner Bros. via IMDB

การขายวิญญาณให้ซาตาน?

เรามักจะได้ยินเรื่องที่นักดนตรีที่มีชื่อเสียง ที่เก่งตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วก็เสียชีวิตในวัยก่อนวัยอันควร อย่างเช่น จีมี เฮนดริกซ์ (Jimi Hendrix) หรือ เคิร์ท โคเบน (Curt Cobain) ว่ากันว่าคนเหล่านี้ได้ขายวิญญาณให้ซาตานในการให้พวกเขาได้เล่นดนตรีในแบบที่โลกจดจำ ซึ่งจะเอามาเชื่อมโยงกับในหนังที่ตัวละคร Sammie ที่เฉิดฉายในตอนเล่นกีต้าร์และดนตรีบลูส์ ที่เฉิดฉายของเขาตั้งแต่เล่นโชว์ขณะเดินทาง จนกระทั่งคืนในบาร์โรงเลื่อย ที่เขาได้โชว์ศักยภาพ จนนำมาที่เราได้เห็นฉากดนตรีทุกยุคมารวมกัน และทำให้ เหล่าน่าล่าแวมไพร์อยากจะมอบความเป็นอมตะให้ ก็เปรียบดั่งเหมือนการขายวิญญาณให้ซาตานอย่างไรอย่างนั้น

ตัวละครตัวนี้ใช้เพลงสไตล์นี้ในการดำเนินชีวิตที่ปูมหลังของเขาไม่สวยงามในฐานะเป็นลูกของบาทหลวงในไร่ฝ้ายที่ต้องทำงานตากแดดทั้งวันในยุคที่คนผิวดำไม่ได้มีทางเลือกมากนักในยุคนั้น

แวมไพร์สีเลือด

หน้าหนังอาจไม่ได้หลอกเราในเรื่องแวมไพร์ แต่แค่ไม่ได้พูดอะไรหมด แถมแวมไพร์ก็จะออกมาในหนังก็ไปครึ่งเรื่องแล้ว ถึงกระนั้น ก็ยังคุ้มค่าที่จะรอคอย เพราะฉากเลือดการต่อสู้ที่เกิดขึ้นในหนังใช้คำว่า น่าสยดสยองได้เลย แต่แวมไพร์ในเรื่องมันจะออกแนวเหมือนมนุษย์ที่พูดจาได้ปกติ ซึ่งก็ไม่รู้จะเอายังไง มันจะมากินเราไหม หรือไปทางแวมไพร์ที่ไม่ใช่คนเลย ก็ดูเหมือนจะเป็นปัญหาเล็ก ๆ นิดนึง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

แล้วการพูดถึงประเด็นสีผิวที่ในช่วงท้ายที่ถือว่าดีมาก ๆ ในช่วงท้ายเรื่องที่ใครกำลังรอฉากแอ็คชั่นมันใช้อาวุธ คุณต้องรอถึงท้ายเรื่อง แล้วคุณจะรู้สึกดีมากมาย

อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia

Hero & Featured Photo Credit: Courtesy of Warner Bros. – © Warner Bros. via IMDB

Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...