โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘แอร์บัส’ ตั้งเป้าปี’73 ผลิตเครื่องบินรองรับ SAF 100%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 24 เม.ย. 2568 เวลา 06.18 น. • เผยแพร่ 24 เม.ย. 2568 เวลา 06.18 น.
จูลี่ คิทเชอร์

ธุรกิจการบินคือ พลังขับเคลื่อนที่สำคัญของโลก อุตสาหกรรมนี้ สร้างงานและความเจริญรุ่งเรือง ขับเคลื่อนหนึ่งในสามของมูลค่าการค้าทั่วโลก และสนับสนุนการจ้างงานกว่า 86.5 ล้านตำแหน่งทั่วโลก

“จูลี่ คิทเชอร์” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความยั่งยืนของแอร์บัส กล่าวในงาน Airbus Industry Outreach ที่จัดขึ้นในประเทศไทย เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2568 ที่ผ่านมาว่า ธุรกิจการบินได้เชื่อมโยงผู้คนจากหลากหลายพรมแดนและวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน

ปีที่ผ่านมามีผู้โดยสารทางอากาศทั่วโลกถึง 5 พันล้านคน เฉพาะในประเทศไทยอุตสาหกรรมการบินมีการจ้างงานถึงประมาณ 133,500 คน โดยก่อนช่วงโควิดอุตสาหกรรมนี้มีสัดส่วนมากกว่า 7% ของ GDP ประเทศ

สร้างความแข็งแกร่งในไทย

โดยนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนประเทศไทยมากกว่า 80% เดินทางมาโดยทางอากาศ สำหรับการเดินทางในระยะทางที่ห่างไกลการเดินทางทางอากาศเป็นวิธีการคมนาคมทางเดียวที่มีความเป็นไปได้ และเหมาะสมที่สุดในภูมิภาคนี้

จากความสำคัญของธุรกิจการบินต่อชุมชน และผู้คนในภูมิภาคนี้ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการลดการปล่อยคาร์บอนจากการบินจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ด้วยการลดการปล่อยมลพิษ และรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ทั้งนี้ แอร์บัสสามารถส่งต่อพลังแห่งการเดินทางทางอากาศที่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกนี้ให้กับคนรุ่นต่อไป พร้อมมุ่งมั่นที่จะสร้างความแข็งแกร่งในประเทศไทยต่อไป รวมถึงการสร้างความร่วมมือใหม่ ๆ ในด้านความยั่งยืน

เดินหน้าพันธกิจความยั่งยืน

“จูลี่” บอกด้วยว่า ปี 2567 เป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ของโลก และยังเป็นปีแรกที่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกทั้งปีสูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียส จากระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นเพดานระดับอุณหภูมิที่กำหนดไว้ในข้อตกลงปารีส บางส่วนของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ได้กำลังเผชิญกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างชัดเจนแล้ว

ในส่วนของแอร์บัสนั้นยืนยันว่าจะไม่ละทิ้งพันธกิจด้านความยั่งยืน เพราะเป็นหัวใจสำคัญสำหรับเป้าหมายเพื่อการบุกเบิกอุตสาหกรรมการบินและอวกาศที่ยั่งยืน เพื่อโลกที่ปลอดภัยและเป็นหนึ่งเดียวกัน

“เราทราบดีว่า การบรรลุเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ในอุตสาหกรรมนี้เป็นเรื่องที่มีความท้าทาย เราไม่สามารถทำสิ่งนี้ได้เพียงลำพัง จำเป็นต้องสร้างความร่วมมือในแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยมลพิษสุทธิเป็นศูนย์”

พร้อมบอกด้วยว่า รู้สึกยินดีที่ได้เห็นว่าพันธมิตรในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ต่างมีความเชื่อมั่นเช่นเดียวกัน

ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการลดคาร์บอนในอุตสาหกรรมการบินของภูมิภาคนี้ และเป็นภาคีของโครงการชดเชยและการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ภาคการบินระหว่างประเทศอีกด้วย

มุ่งเป้าปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์

“จูลี่” ระบุว่า 5 ปีที่แล้ว อุตสาหกรรมการบินถูกมองว่าเป็นอุตสาหกรรมที่ยากต่อการลดการปล่อยคาร์บอน แต่อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกในปัจจุบันได้รวมพลังกัน เพื่อกำหนดเส้นทางที่ชัดเจน สู่การบรรลุการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593

โดยแนวทางคือ การใช้เครื่องบินที่มีประสิทธิภาพในการใช้เชื้อเพลิง การปรับปรุงการจัดการการจราจรทางอากาศและการดำเนินงาน และเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน หรือ SAF เพื่อร่วมกันช่วยลดการปล่อยคาร์บอนส่วนใหญ่ก่อนจะถึงปี 2593

อย่างไรก็ตาม จะยังคงมีการปล่อยคาร์บอนที่เรียกว่า “การปล่อยคาร์บอนส่วนที่เหลือ” ในปี 2593 วิธีการกำจัดคาร์บอนจึงเข้ามามีบทบาทสำหรับการปล่อยคาร์บอนส่วนที่เหลือนี้ มีวิธีธรรมชาติในการกำจัดคาร์บอนจากชั้นบรรยากาศ เช่น การปลูกป่า หรือการใช้นวัตกรรมทางเทคโนโลยี เช่น เทคโนโลยี Direct Air Capture ซึ่งสามารถดักจับก๊าซ CO2 ได้โดยตรงจากชั้นบรรยากาศ และกักเก็บไว้ใต้ดินได้อย่างปลอดภัย

นอกจากนี้ ในอนาคตไฮโดรเจนจะเข้ามามีบทบาทร่วมกับ SAF ในการเป็นเชื้อเพลิงการบินคาร์บอนต่ำสำหรับอนาคต

การปรับปรุงประสิทธิภาพเหล่านี้เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากต่อความสามารถในการแข่งขันของแอร์บัสตลอดมา ด้วยเหตุผลว่าเครื่องบินที่ใช้เชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้สายการบินต่าง ๆ ที่เป็นลูกค้ามีความสามารถในการแข่งขันมากยิ่งขึ้น

“สายการบินในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกนั้น กำลังทดแทนเครื่องบินเก่า ด้วยเครื่องบินรุ่นใหม่ โดยขณะนี้วิศวกรของเรากำลังวางรากฐานทางเทคโนโลยีสำหรับเครื่องบินทางเดินเดียวรุ่นใหม่ ที่คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงครึ่งหลังของทศวรรษ 2570 ซึ่งเครื่องบินรุ่นใหม่นี้จะมาพร้อมกับปีกที่ออกแบบใหม่ตามหลักอากาศพลศาสตร์ ให้ยาวขึ้น บางลง และเบากว่าในทุกรุ่นที่มีมา เพื่อให้บินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”

และอาจจะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ที่เรียกว่า “Open Fan” ซึ่งมองเห็นใบพัดที่หมุนอยู่ได้ชัดเจน โดยทำงานร่วมกับ CFM ผู้ผลิตเครื่องยนต์ที่เป็นพันธมิตร เพื่อทดสอบเทคโนโลยีเครื่องยนต์ใหม่นี้ บนเครื่องบินต้นแบบภายในช่วงปลายทศวรรษ 2570 นี้

นอกจากนี้ ยังเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า อากาศยานที่ขับเคลื่อนด้วยไฮโดรเจนจะเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของอนาคต ในการลดคาร์บอนในภาคการบิน

AIRBUS

ตั้งเป้าปี’73 บินด้วย SAF 100%

ในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า เครื่องบินพาณิชย์จะยังคงขับเคลื่อนด้วยน้ำมันที่เคยใช้ ในแบบดั้งเดิมที่เป็นน้ำมันก๊าด (Kerosene) หรือจะเป็นเชื้อเพลิงเหลวที่ผลิตจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน ซึ่งปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่า และสามารถใช้กับโครงสร้างพื้นฐานการจัดจำหน่ายน้ำมันอากาศยานที่มีในปัจจุบันได้ ซึ่งหมายถึงเชื้อเพลิง SAF

“SAF ผลิตจากของที่ทิ้งแล้ว เช่น น้ำมันทำอาหารที่ใช้แล้ว และเศษชีวมวลต่าง ๆ เช่น เศษซากจากพืชผลทางการเกษตร สิ่งสำคัญคือเชื้อเพลิงเหล่านี้จะต้องได้รับการรับรองว่ามีความยั่งยืน โดย CORSIA ซึ่งเป็นโครงการชดเชยคาร์บอนในระดับนานาชาติ”

โดยเชื้อเพลิง SAF สามารถลดการปล่อยคาร์บอนได้ โดยเฉลี่ย 80% ตลอดวงจรชีวิตของเชื้อเพลิง นับตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการใช้งาน ปัจจุบัน SAF สามารถใช้ขับเคลื่อนเครื่องบินแอร์บัสได้ โดยผสมกับน้ำมันก๊าดในสัดส่วน 50% และกำลังดำเนินงาน เพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องบินของแอร์บัสจะสามารถบินด้วย SAF ได้ สูงสุดถึง 100% ภายในปี 2573

ไทยก้าวสู่ผู้ผลิต SAF ให้กับโลก

“จูลี่ คิทเชอร์” บอกอีกว่า ประเทศไทยมีศักยภาพอย่างยิ่งในการเป็นผู้ผลิต SAF โดยสามารถใช้วัตถุดิบที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกากน้ำตาล เศษวัสดุทางการเกษตร เช่น ฟางข้าว แกลบ ซังและใบข้าวโพด ตลอดจนมูลสัตว์ โดยขณะนี้มีโครงการหลายแห่งที่อยู่ระหว่างการพัฒนา เพื่อผลิต SAF จากน้ำมันพืชใช้แล้ว

ทั้งนี้ “แอร์บัส” มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่จะได้ทำงานร่วมกับทางรัฐบาลและผู้ผลิต SAF ในประเทศไทย เพื่อช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมนี้อย่างยั่งยืน

พร้อมขอเน้นย้ำถึงความท้าทายที่สำคัญ 2 ประการของอุตสาหกรรมการบิน ประการแรกคือ การสนับสนุนเทคโนโลยี SAF ใหม่ ๆ ให้สามารถก้าวผ่านช่วงเริ่มต้นของการพัฒนา และมุ่งมั่นในการสนับสนุนโครงการ SAF ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงในประเทศไทยด้วย

ประการที่สองคือ การศึกษาทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับวัตถุดิบหลากหลายประเภทที่มีอยู่ในประเทศ ทั้งในแง่ปริมาณ คุณภาพ และความยั่งยืนในระยะยาว

โดยมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า ประเทศไทยสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิต SAF ให้กับโลกในอนาคตได้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘แอร์บัส’ ตั้งเป้าปี’73 ผลิตเครื่องบินรองรับ SAF 100%

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...