โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไม G ต้องนำหน้าด้วย? : ไขประวัติศาสตร์คำย่อของ “LGBT” สะท้อนอำนาจในขบวนการความหลากหลายทางเพศ

Bangkok Pride

เผยแพร่ 30 มี.ค. 2568 เวลา 11.13 น. • ณตภณ ดิษฐบรรจง
ทำไม G ต้องนำหน้าด้วย? : ไขประวัติศาสตร์คำย่อของ “LGBT” สะท้อนอำนาจในขบวนการความหลากหลายทางเพศ

ปัจจุบันคำว่า LGBT กลายเป็นคำเรียกรวมกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ทั้งในสื่อ สถาบันรัฐ องค์กรสิทธิมนุษยชน และขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม แต่หากย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ของขบวนการนี้ คำที่ใช้กันในยุคแรกเริ่มโดยเฉพาะในโลกตะวันตกคือ GLBT ซึ่งเป็นลำดับตัวอักษรที่วาง “Gay” (เกย์-ที่มีเพศกำเนิดเป็นชาย) ไว้ก่อน “Lesbian” (เลสเบี้ยน-ที่มีเพศกำเนิดเป็นหญิง) แล้วเอาเข้าจริงๆ แล้วทำไมถึงเรียงลำดับแบบนี้ แล้วมันสะท้อนถึงอะไร? และทำไมจึงมีการเปลี่ยนแปลง? เดี๋ยวมาไขคำตอบกัน

GLBT: จุดเริ่มต้นของการรวมตัว

ในช่วงทศวรรษ 1980–1990 กลุ่มเคลื่อนไหวที่นำโดยเกย์มีบทบาทอย่างมากในประเด็นสิทธิและสาธารณสุข โดยเฉพาะในยุคที่ HIV/AIDS ระบาดอย่างหนักในชุมชนเกย์ที่อาศัยอยู่ในสหรัฐฯ องค์กรอย่าง ACT UP (AIDS Coalition to Unleash Power) และ GMHC (Gay Men’s Health Crisis) ใช้คำว่า GLBT เพื่อรวมกลุ่มของชุมชนบุคคลเพศหลากหลายเข้าไว้ด้วยกัน โดยที่ “G” หรือเกย์เป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อนประเด็น (Schulman, 2021) ทำให้ในช่วงเวลาดังกล่าว คำว่า “Gay” ถูกใช้เป็นคำครอบจักรวาลเพื่อหมายถึงทุกคนที่รักเพศเดียวกัน ซึ่งทำให้บทบาทของผู้หญิงรักหญิง ไบเซ็กชวล และคนข้ามเพศกลับถูกลดทอนและมองไม่เห็น

การเปลี่ยนผ่านสู่ LGBT: การจัดลำดับใหม่ที่ไม่ใช่แค่เรื่องภาษา

อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายทศวรรษ 1990 นักเคลื่อนไหวเฟมินิสต์และเลสเบี้ยนเริ่มออกมาวิจารณ์การจัดลำดับที่ให้เกย์ชายเป็นผู้นำ เช่น Jewelle Gomez และกลุ่มเฟมินิสต์หลายกลุ่ม ได้ชี้ให้เห็นว่าลำดับตัวอักษร “GLBT” สะท้อนวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่ (patriarchy) ที่แฝงอยู่ภายในขบวนการเอง (Stein & Plummer, 1994)

ต่อมาในปี 1999 องค์กร GLAAD (Gay & Lesbian Alliance Against Defamation) ซึ่งเป็นองค์กรหลักด้านสื่อเพื่อความหลากหลายในสหรัฐอเมริกา ประกาศเปลี่ยนไปใช้คำว่า LGBT อย่างเป็นทางการ เพื่อให้ความสำคัญกับเสียงของผู้หญิง และลดการรวมศูนย์อำนาจไว้ที่กลุ่มเกย์ชาย (GLAAD, 1999) ทำให้หลังจากนั้น องค์กรสิทธิมนุษยชนอื่น ๆ เช่น Human Rights Campaign (HRC) และหน่วยงานของสหประชาชาติบางแห่ง (เช่น UNHCR) ก็เริ่มเปลี่ยนมาใช้คำว่า LGBT เป็นมาตรฐานในการสื่อสารแทน (Stryker, 2008)

มากกว่าคำย่อ: การเมืองของอัตลักษณ์และความเท่าเทียม

จริงๆ แล้วการเปลี่ยนจาก GLBT มาเป็น LGBT ไม่ใช่แค่เรื่องของความเหมาะสมทางภาษา แต่คือการต่อสู้ในเชิงอำนาจของอัตลักษณ์ทางเพศในขบวนการเอง การจัดลำดับตัวอักษรใหม่เป็นการ “เรียกร้องให้เห็น” (Visibility politics) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเคลื่อนไหวในยุคต่อๆ มา

Susan Stryker นักประวัติศาสตร์คนข้ามเพศชี้ว่า การเรียงลำดับของตัวอักษรเหล่านี้คือหนึ่งในรูปแบบของ “การออกแบบประวัติศาสตร์ร่วม” ที่ไม่ใช่แค่การรวมกลุ่ม แต่เป็นการต่อรองว่าใครจะถูกมองเห็นหรือถูกทำให้ล่องหนในขบวนการ (Stryker, 2008)

LGBTQIAN+: การขยายคำและการเปิดพื้นที่

ในทศวรรษ 2010 เป็นต้นมา เราเริ่มเห็นคำว่า LGBTQIAN+ ปรากฏมากขึ้น โดยเพิ่มตัวอักษร Q (Queer), I (Intersex), A (Asexual), N (Non-binary) และเครื่องหมาย + เพื่อเปิดพื้นที่ให้กับอัตลักษณ์อื่นๆ ที่ไม่ได้ถูกรวมในกลุ่มสี่ตัวอักษรหลัก คำนี้จึงสะท้อนเจตนารมณ์ของขบวนการรุ่นใหม่ที่เน้นความหลากหลาย การไม่จัดลำดับคุณค่าระหว่างอัตลักษณ์ และการเปิดกว้างต่อความซับซ้อนของมนุษย์

อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนจาก GLBT → LGBT ไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นการต่อสู้ในขบวนการเองเพื่อให้ความหลากหลายทางเพศได้รับการมองเห็นอย่างเท่าเทียม การเปลี่ยนแปลงลำดับนี้เกิดขึ้นจากแรงผลักของนักเคลื่อนไหวหญิงรักหญิงและเฟมินิสต์ ที่ยืนยันว่าแม้แต่ภายในขบวนการเพื่อสิทธิเสรีภาพ ก็ยังมีอคติแฝงอยู่ และจำเป็นต้องตั้งคำถามกับมันเสมอ

อ้างอิง (References)

  • GLAAD. (1999). GLAAD Media Reference Guide. Retrieved from https://www.glaad.org/reference
  • Schulman, S. (2021). Let the Record Show: A Political History of ACT UP New York, 1987-1993. Farrar, Straus and Giroux.
  • Stryker, S. (2008). Transgender History. Seal Press.
  • Stein, A., & Plummer, K. (1994). I Can’t Even Think Straight: “Queer” Theory and the Missing Sexual Revolution in Sociology. Sociological Theory, 12(2), 178–187.
  • Seidman, S. (2002). Beyond the Closet: The Transformation of Gay and Lesbian Life. Routledge.
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...