โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

4 บริษัทประกันภัยระทึก ? หลังอาคาร สตง. ถล่มจากแผ่นดินไหว

Share2Trade

อัพเดต 01 เม.ย. 2568 เวลา 04.48 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. 2568 เวลา 07.00 น. • Share2Trade

“ธรณีพิโรธ” แผ่นดินไหวในเมียนมา สะเทือนมายังประเทศไทย จนทำให้ที่ทำการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ ที่กำลังก่อสร้างพังถล่มลงมาทันที

4 บริษัทประกันภัยระทึก_S2T (เว็บ) copy.jpg

อาคารที่ทำการ สตง. แห่งใหม่ อยู่ระหว่างก่อสร้างด้วยงบประมาณ 2,136 ล้านบาท บนถนนกำแพงเพชร 2 ใกล้ตลาดนัดส่วนจตุจักร ส่งผลให้มีคนงานเสียชีวิต และสูญหายอีกจำนวนมาก

โดยกิจการร่วมค้าไอทีดี-ซีอาร์อีซี ซึ่งประกอบด้วย บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD และบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะผู้รับเหมาโครงการดังกล่าว

ITD ได้รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า กิจการร่วมค้า ไอทีดี-ซีอาร์อีซี ได้ทำประกันภัยเต็มมูลค่างานตามสัญญา จำนวน 2,136 ล้านบาท และครอบคลุมอุบัติเหตุอันเนื่องมาจากภัยธรรมชาติ รวมถึงการคุ้มครองความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอกอีกจำนวน 100 ล้านบาท

ล่าสุดความเห็นนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า การพังถล่มของอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ส่งผลให้เกิดการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจำนวนมาก (วงเงินประกันมูลค่าโครงการอยู่ที่ 2,136 ล้านบาท)

ตามรายงานของในประเทศ มีบริษัทประกัน 4 รายที่ต้องรับผิดชอบ คือ 1. TIPH (บมจ.ทิพยประกันภัย) 40% โดยผู้ถือหุ้นใหญ่ คือ PTT 13.46%, KTB 10%, 2. BKIH (บมจ.กรุงเทพประกันภัย) 25% โดยผู้ถือหุ้นใหญ่ คือ BBL 9.99%, BLA 2.01% และตระกูลโสภณพนิช,

  • INSURE (บมจ.อินทรประกันภัย) 25% โดยผู้ถือหุ้นใหญ่ คือ คุณเจริญ สิริวัฒนภักดี ผ่าน Thai Group Holding 62.55%, 4. บริษัทวิริยะประกันภัย 10% ถือหุ้นในบริษัทจดทะเบียนหลายแห่ง เช่น THRE (3.17%), BDMS (4.27%), SIRI (6.86%), TQM (3.10%), XPG (9.02%), PF (7.5%), BAREIT (1.94%), IIG (4.6%)

ส่วนกรณีกระแสข่าวที่ว่า หากโครงการสำนักงานสตง.ก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน จะส่งผลกระทบต่อการรับประกันนั้น ในทางทฤษฎี ทางนายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า หากโครงการก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน เช่น วัสดุที่ไม่ได้มาตรฐาน บริษัทประกันภัยจะไม่คุ้มครอง แต่การจะบอกว่าไม่ได้มาตรฐาน รวมทั้งข้อยกเว้นต่างๆ บริษัทประกันภัยไม่สามารถวินิจฉัยได้เอง ต้องใช้การประเมินจากสภาวิชาชีพต่างๆ และหน่วยงานภาครัฐ

ด้าน ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย คาดว่ามูลค่าการชดเชยความเสียหายของบริษัทประกันภัยต่อเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้น่าจะต่ำกว่า 100,000 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าโควิดที่ราว 150,000 ล้านบาท

ขณะที่ INSUREรายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า บริษัทรับประกันภัยการก่อสร้างอาคารดังกล่าว ร่วมกับบริษัทประกันภัยอื่น ๆ โดยบริษัทมีสัดส่วนการรับประกันภัยอยู่ที่ 25% ของมูลค่าความคุ้มครองตามสัญญาประกันภัย

โดย บริษัทขอเรียนว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อสถานะทางการเงินหรือการดำเนินธุรกิจของบริษัท บริษัทมีการดำรงเงินกองทุนที่เพียงพอและแข็งแกร่ง เนื่องจากบริษัทมีการบริหารจัดการความเสี่ยงโดยจัดทำประกันภัยต่อกับผู้รับประกันภัยต่อที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ตามนโยบายการประกันภัยต่อของบริษัท

เช่นเดียวกันกับ BKIHที่ระบุว่า บริษัท ได้รับประกันภัยโครงการก่อสร้างดังกล่าวในสัดส่วนเพียง 25%นอกจากนี้ บริษัท ยังได้จัดทำสัญญาประกันภัยต่อเพื่อความเสียหายส่วนเกิน สำหรับความเสียหายจากภัยพิบัติหรือมหันภัย Excess of Loss (XOL) ไว้อีกด้วย

ดังนั้น บริษัทฯ ขอยืนยันว่าแม้จะมีการจ่ายค่าสินไหมทดแทนในกรณีนี้ บริษัทยังคงมีความมั่นคงทางการเงิน และไม่ได้รับผลกระทบต่อฐานะทางการเงินและการดำเนินงานของบริษัทแต่อย่างใด

ขณะที่ TIPHระบุว่า โครงการก่อสร้างนี้ได้มีการทำประกันภัยไว้กับบริษัทผู้รับประกันภัยร่วมจำนวน 4 บริษัท

ได้แก่ ทิพยประกันภัย 40%บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในสัดส่วน 25% บริษัท อินทรประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในสัดส่วน 25%และบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในสัดส่วน 10%

โดยการร่วมรับประกันภัยในโครงการก่อสร้างอาคาร สตง. ดังกล่าว มีทุนประกันภัยแบ่งเป็น 3 หมวด ประกอบด้วย 1. มูลค่างานก่อสร้างตามสัญญา 2,136 ล้านบาท 2. ทรัพย์สินเดิมของผู้ว่าจ้าง 5 ล้านบาท และ 3. ความรับผิดต่อบุคคคลภายนอก 30 ล้านบาทต่อครั้ง และ 100 ล้านบาท ตลอดระยะเวลาเอาประกันภัย โดยมีเงื่อนไขความรับผิดส่วนแรกที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบเอง 20%ของความเสียหายสำหรับแต่ละเหตุการณ์

ร่วมรับประกันภัยในสัดส่วน 40%ของทิพยประกันภัยตามที่กล่าวถึง ทิพยประกันภัยได้มีการจัดทำประกันภัยภัยต่อในสัดส่วน 95%ของทุนเอาประกันภัย กับบริษัทประกันภัยต่อชั้นนำของโลกที่มีระดับความแข็งแกร่งทางการเงิน (Credit Rating) ไม่ต่ำกว่า A

นอกจากนี้ ทิพยประกันภัยยังได้จัดทำสัญญาประกันภัยต่อเพื่อความเสียหายส่วนเกิน สำหรับความเสียหายจากภัยพิบัติหรือมหันตภัย Excess of Loss (XOL) ไว้อีกด้วย

ดังนั้น บริษัทฯ ยืนยันว่า แม้จะมีการจ่ายค่าสินไหมทดแทนในกรณีนี้ทิพยประกันภัยยังคงมีความมันคงทางการเงิน และไม่มีผลกระทบต่อฐานะทางการเงินของทิพยประกันภัยอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม ในการพิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในกรณีอาคาร สตง. นั้น จะต้องพิจารณาถึงมูลค่าของ

อาคาร ณ เวลาที่เกิดเหตุ ซึ่งโดยทั่วไปจะมีการพิจารณาว่าอาคารดังกล่าว ได้มีการดำเนินการก่อสร้างไปแล้วเป็นร้อยละเท่าไรของมูลค่าโครงการทั้งหมด

เช่น หากการก่อสร้างแล้วเสร็จ 50%ความเสียหายที่จะได้รับ ความคุ้มครองตามสัญญาประกันภัยก็จะเป็นเพียง 50%ของทุนเอาประกันภัยเท่านั้น ทั้งนี้ มูลค่าของ โครงการนี้ ณ วันเวลาที่เกิดเหตุจะถูกประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญต่อไป

4 บริษัทประกันภัยระทึก_S2T (เพจ) copy2.jpg
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...