โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดสถิติเงินฝากคนไทย ปี 67 รวม 16.32 ล้านล้านบาท เผยกลุ่มอายุไหนมีเงินฝากมากสุด

Khaosod

อัพเดต 26 มี.ค. 2568 เวลา 07.14 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. 2568 เวลา 07.01 น.
เปิดสถิติเงินฝากคนไทย ปี 67 รวม 16.32 ล้านล้านบาท เผยกลุ่มอายุไหนมีเงินฝากมากสุด

สคฝ. เปิดสถิติเงินฝากคนไทย ปี 67 รวม 16.32 ล้านล้านบาท โตในกลุ่มเงินฝากน้อยกว่า 5 หมื่น เผยกลุ่มอายุไหนที่มีเงินฝากมากที่สุด

วันที่ 26 มี.ค.2568 นายมหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.) เปิดเผยว่า สคฝ.จัดทำรายงานสถิติเงินฝากที่ได้รับการคุ้มครอง ณ สิ้นปี 2567 รวมทั้งสิ้น 99.25 ล้านราย คิดเป็นอัตราเติบโต 4.75% หรือเพิ่ม 4.50 ล้านรายจำนวนเงินฝากรวม 16.32 ล้านล้านบาท คิดเป็นอัตราเติบโต 1.4% หรือ 2.2 แสนล้านบาท

นายมหัทธนะ กล่าวว่าทั้งนี้ ปัจจุบันผู้ฝากที่ได้รับความคุ้มครองเต็มจำนวน ภายใต้วงเงินคุ้มครองไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อ 1 รายผู้ฝากต่อ 1 สถาบันการเงินอยู่ที่ 97.46 ล้านราย คิดเป็นอัตราส่วน 98.2% ของผู้ฝากที่ได้รับความคุ้มครองทั้งระบบ สะท้อนอันดับความสามารถในการคุ้มครองผู้ฝากส่วนใหญ่ของประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 2 ในเอเชียและอันดับที่ 31 ของโลก

นายมหัทธนะ กล่าวว่า ส่วนอัตราการเติบโตของเงินฝากในกลุ่มผู้ฝากที่เงินฝากน้อยกว่า 50,000 บาท มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นสูงที่สุดถึง 4.84% ซึ่งปัจจัยการเพิ่มขึ้นของเงินฝากในผู้ฝากกลุ่มนี้มีผลมาจากโครงการเงินช่วยเหลือภาครัฐ ทำให้อัตราเงินฝากในเดือนกันยายน 2567 พุ่งขึ้นถึง 6.83% สูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปีในช่วงเดือนเดียวกัน ที่ 2.50%

นายมหัทธนะ กล่าวว่าขณะที่ผู้ฝากกลุ่มที่มีเงินฝากมากกว่า 100 ล้านบาท มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นรองลงมาอยู่ที่ 2.70% ซึ่งคาดว่าเป็นการเพิ่มขึ้นในบัญชีประเภทเงินฝากประจำ เป็นผลมาจากอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงการนำเงินมาพักเพื่อรอความชัดเจนของสภาพเศรษฐกิจ จึงส่งผลให้อัตราการเติบโตของเงินฝากกลุ่มนี้ยังคงเป็นบวกเมื่อเทียบกับปี 2566

นายมหัทธนะ กล่าวว่าอย่างไรก็ดี จากข้อมูลปี 2566 ค่าเฉลี่ยเงินฝากคนไทย อยู่ที่ 1.98 บาทต่อบัญชี เป็นจำนวนเงินลดลงจากปีก่อนที่ 2.03 แสนบาทต่อบัญชี หรือคิดเป็น -2.49% ส่วนคนไทยส่วนใหญ่มีเงิน 3,164 บาทต่อบัญชี ซึ่งลดลงจากตัวเลขปีก่อนหน้า ที่อยู่ที่ 3,533 บาทต่อบัญชี คิดเป็นลดลง -10.44%

สำหรับกลุ่มอายุผู้ที่มีจำนวนบัญชีเงินฝากมากที่สุดคือ ช่วงอายุ 31-40 ปี ส่วนกลุ่มอายุที่มีเงินฝากมากที่สุดคือ ช่วงอายุ 51-60 และ 61-70

นายมหัทธนะ กล่าวว่าสำหรับแนวโน้มการเติบโตของเงินฝากในปี 2568 นี้คาดว่าจะอยู่ระหว่าง 1 – 3% สอดคล้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้นอย่างช้าๆ เนื่องจากยังมีปัจจัยกระทบที่ไม่แน่นอนจากทั้งภายในและนอกประเทศ ส่วนด้านการบริหารเงินกองทุนคุ้มครองเงินฝาก ในปี 2567 อัตราผลตอบแทนการลงทุน อยู่ที่ 2.17% ส่วนปี 2568 สคฝ. ตั้งเป้า อัตราผลตอบแทนการลงทุน ที่ 2.2%

"ทั้งนี้ สคฝ.มีความพร้อมในการเป็นองค์กรคุ้มครองเงินฝากที่น่าเชื่อถือและทันสมัย สร้างความมั่นใจให้ผู้ฝากและประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ DPA จึงได้ปรับกลยุทธ์การดำเนินงานภายใต้แนวคิด "READY & Prompt" มุ่งสู่ยุทธศาสตร์ระยะที่ 4 (ปี 2566 – 2570) “DPA พร้อม”

โดยเน้นการพัฒนาศักยภาพองค์กร ทั้งในด้านการจ่ายเงินคุ้มครอง และการชำระบัญชีและบริหารสินทรัพย์ เพื่อให้ผู้ฝากเงินได้รับการคุ้มครองอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด" นายมหัทธนะ กล่าว

นายมหัทธนะ กล่าวว่ารวมทั้ง สคฝ.ตั้งเป้าการจ่ายเงินคุ้มครองให้กับผู้ฝากส่วนใหญ่ภายใน 7 วันทำการสำหรับผู้ฝากที่ผูกบัญชีพร้อมเพย์ กับหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน โดยจากผลศึกษาและเก็บข้อมูลสถิติในช่วง 10 ปี ตั้งแต่ปี 2557 – 2566 ของสมาคมสถาบันประกันเงินฝากระหว่างประเทศพบว่าค่าเฉลี่ยของจำนวนวันในการจ่ายเงินคุ้มครองให้กับผู้ฝากสามารถทำได้เร็วขึ้นจาก 28 วันเหลือเพียง 14 วัน

และพบว่ามีเหตุการณ์สถาบันการเงินถูกเพิกถอนใบอนุญาตรวม 13 สถาบันการเงิน ที่สถาบันประกันเงินฝากในต่างประเทศดำเนินการจ่ายเงินคุ้มครองให้กับผู้ฝากส่วนใหญ่ได้ภายใน 7 วันทำการ ทั้งนี้คำว่าผู้ฝากส่วนใหญ่นั้นจะต้องครอบคลุมผู้ฝากไม่ต่ำกว่า 75%

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดสถิติเงินฝากคนไทย ปี 67 รวม 16.32 ล้านล้านบาท เผยกลุ่มอายุไหนมีเงินฝากมากสุด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...