โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชาวบ้าน 7 จังหวัด จากชุมชนเขตพื้นที่ป่า-หมู่เกาะ ยื่นฟ้องศาลปกครองสูงสุด

Khaosod

อัพเดต 11 ก.พ. 2568 เวลา 09.58 น. • เผยแพร่ 11 ก.พ. 2568 เวลา 09.02 น.
ชาวบ้าน 7 จังหวัด จากชุมชนเขตพื้นที่ป่า-หมู่เกาะ ยื่นฟ้องศาลปกครองสูงสุด

ชาวบ้าน 7 จังหวัด จากชุมชนเขตพื้นที่ป่า-หมู่เกาะ ยื่นฟ้องศาลปกครองสูงสุด ขอให้เพิกถอน พ.ร.ฎ.ป่าอนุรักษ์ ที่กระทบต่อสิทธิชุมชน

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 11 ก.พ.2568 ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาโครงการอนุรักษ์และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติภายในอุทยานแห่งชาติตามมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 พ.ศ.2567 และพระราชกฤษฎีกาโครงการอนุรักษ์และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่าตามมาตรา 121 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 พ.ศ.2567

รวมทั้งประกาศและระเบียบของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชที่เกี่ยวข้อง จาก 25 ชุมชนในจังหวัดราชบุรี เพชรบุรี สตูล ตรัง พัทลุง สุราษฎร์ธานี และระยอง ซึ่งเป็นชุมชนที่อยู่ในพื้นที่

-อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน

-อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

-อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา

-อุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า

-อุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น

-อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด

-เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด

รวมตัวกันกว่า 150 คน ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุดเพื่อขอให้เพิกถอนกฎหมายดังกล่าว และให้คณะรัฐมนตรีกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดำเนินการออกกฎหมายดังกล่าวใหม่โดยจัดให้มีการรับฟังความเห็นของชุมชนในทุกพื้นที่ โดยกฎหมายที่ร่างขึ้นใหม่ต้องไม่มีผลไปจำกัดสิทธิของชุมชนตามรัฐธรรมนูญ

การฟ้องคดีในครั้งนี้ ชุมชนผู้ฟ้องคดีทั้งหมดเห็นว่า การออกกฎหมายดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายและส่งผลกระทบต่อสิทธิชุมชนในประเด็นหลัก คือ

1.ความไม่ชอบด้วยกฎหมายในเรื่องกระบวนการขั้นตอนในการตราพระราชกฤษฎีกาทั้งสองฉบับที่ไม่ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนที่เป็นผู้มีส่วนได้เสียมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น ซึ่งขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ

2.ความไม่ชอบด้วยกฎหมายในทางเนื้อหา เป็นการออกกฎหมายลำดับรองเกินกว่าที่พระราชบัญญัติซึ่งเป็นกฎหมายแม่ได้ให้อำนาจไว้ กล่าวคือ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มาตรา 64 และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 121 เป็นบทบัญญัติที่อยู่ในบทเฉพาะกาลของพระราชบัญญัติทั้งสอง ที่ตราขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาประชาชนที่ไม่มีที่ทำกินซึ่งอยู่อาศัยหรือทำกินในเขตอุทยานหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

เนื่องจากกฎหมายทั้งสองมาตรานี้ถูกตราขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหากรณีประชาชนและชุมชนที่อาศัยหรือทำกินในพื้นที่อุทยานและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ดังนั้น การตรากฎหมายลำดับรองต้องดำเนินการให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย มุ่งรับรองสิทธิให้กับประชาชนและชุมชน

โดยไม่ไปจำกัดสิทธิของประชาชนและชุมชนอันจะนำไปสู่ปัญหาใหม่ ซึ่งขัดกับเจตนารมณ์ของบทบัญญัติทั้งสองมาตรานี้ ไม่ว่าจะเป็นการจำกัดสิทธิในการอยู่อาศัยหรือทำกินของประชาชนไว้เพียงคนละไม่เกิน 20 ไร่ หรือครัวเรือนละไม่เกิน 40 ไร่

การกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ที่มีสิทธิอยู่อาศัยหรือทำกินในพื้นที่อุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าในลักษณะที่เป็นการจำกัดสิทธิและสร้างภาระแก่ประชาชนจนเกินสมควร กำหนดการสิ้นสุดการอยู่อาศัยหรือทำกินในพื้นที่โครงการในลักษณะที่จำกัดสิทธิของประชาชน และไม่สอดคล้องกับจารีตประเพณีของชุมชนท้องถิ่นในบางพื้นที่

ซึ่งมีผลเป็นการละเมิดสิทธิของประชาชนในบางพื้นที่โดยไม่มีการแยกแยะให้ชัดเจน ซึ่งอาจส่งผลกระทบให้เกิดการล่มสลายของชุมชนดั้งเดิมภายใน 20 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับชนเผ่าพื้นเมือง เช่น ชนเผ่ากะเหรี่ยงที่อยู่อาศัยมาก่อนประกาศเขตป่าอาจจะต้องสูญสิ้นเผ่าพันธ์ไปหากพระราชกฤษฎีกาทั้งสองฉบับนี้ใช้บังคับต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชาวบ้าน 7 จังหวัด จากชุมชนเขตพื้นที่ป่า-หมู่เกาะ ยื่นฟ้องศาลปกครองสูงสุด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...