โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กสม.ชี้ พ่อแม่-ครู ทำคอนเทนต์ ละเมิดสิทธิเด็ก หวั่นโดนบูลลี่ คุกคาม ถูกนำข้อมูลไปใช้ทางเพศ

Khaosod

อัพเดต 11 เม.ย. 2568 เวลา 08.18 น. • เผยแพร่ 11 เม.ย. 2568 เวลา 07.44 น.

กสม.ชี้ พ่อแม่-ครู ทำคอนเทนต์ ละเมิดสิทธิเด็ก หวั่นโดนบูลลี่ คุกคาม ถูกนำข้อมูลไปใช้ทางเพศ ทำให้อับอาย กลายเป็นคนหวาดกลัวการเข้าสังคม

วันที่ 11 เม.ย. 2568นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมกสม.มีการพิจารณาเรื่องร้องเรียน เมื่อปี 2567 กรณีข้าราชการครูมีพฤติกรรมนำเด็กนักเรียนไปทำเนื้อหา หรือคอนเทนต์บนโลกออนไลน์ โดยไม่ปกปิดอัตลักษณ์อันเป็นการละเมิดสิทธิเด็กโดยได้ศึกษาข้อเท็จจริง หลักกฎหมาย พันธกรณีระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน และเอกสารงานวิจัย ความเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิทธิเด็ก หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม รับฟังความเห็นจากครูและผู้ปกครองแล้ว

โดยเห็นว่า การนำเด็กไปทำคอนเทนต์เป็นปัญหาใหม่ในไทยที่มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยมีพ่อ แม่ ผู้ปกครอง และครู เป็นผู้ผลิต และเผยแพร่ เป็นการแสวงหาผลประโยชน์ทั้งทางตรงทางอ้อม ข้อมูล เนื้อหาบางส่วนไม่เหมาะสม เช่น เด็กอยู่ในลักษณะเปลือย กึ่งเปลือย ร้องไห้ หวาดกลัว วิตกกังวล วาจาไม่สุภาพ กิริยาท่าทาง พฤติกรรมก้าวร้าว เป็นต้น

นายวสันต์ กล่าวต่อว่า บางครั้งการทำคอนเทนต์เด็กในพื้นที่สถานศึกษาบางส่วนไม่ได้รับการยินยอม ทั้งหมด ทำให้เด็กถูกละเมิดสิทธิ ถูกวิจารณ์วิจารณ์ไม่สร้างสรรค์ ถูกติดตาม ถูกข่มขู่คุกคาม อาจถูกนำข้อมูลไปใช้ในทางเพศ โดยพวกใคร่เด็ก ถูกกลั่นแกล้งออนไลน์ รู้สึกอับอาย วิตกกังวล หวาดกลัวการเข้าสังคม อาจนำไปสู่การก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์

นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กสม.

นายวสันต์ กล่าวอีกว่า เพื่อเป็นการปกป้องป้องกันการนำเด็กไปทำคอนเทนต์แสวงหาผลประโยชน์ ที่จะสร้างผลกระทบต่อเด็กในระยะยาว ที่ประชุม กสม.วันที่ 9 เม.ย. 2568 จึงมีมติให้มีข้อเสนอแนะแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนกรณีการนำเด็กไปทำคอนเทนต์เสนอไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

1.ให้กระทรวงศึกษาธิการกำหนดแนวทางการป้องกันไม่ให้บุคลากรทางการศึกษานำเด็กไปทำคอนเทนต์ไว้ในแผนงานหรือนโยบายของกระทรวงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะคอนเทนต์ในลักษณะที่ไม่เหมาะสม ละเมิดสิทธิเด็ก และไม่คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็ก รวมทั้งจัดแผนปฏิบัติการ การดำเนินการเพื่อขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้มีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม

2.ให้สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กรมส่งเสริมการเรียนรู้ หน่วยงานทางการศึกษา และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง กำหนดให้โรงเรียนหรือสถานศึกษาที่อยู่ในสังกัดมีนโยบายคุ้มครองเด็กของโรงเรียนหรือสถานศึกษา

ป้องกันและแก้ไขปัญหาการนำเด็กไปทำคอนเทนต์ ให้มีแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้และรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล การใช้อินเทอร์เน็ต เทคโนโลยีดิจิทัล และสื่อสังคมออนไลน์ของครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เหมาะสม มาตรฐานเดียวกัน และให้เพิ่มเนื้อหาในหลักสูตร รายวิชา หรือกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จัดอบรม สร้างความรู้ความเข้าใจด้านสิทธิเด็กแก่ทุกฝ่าย

3.ให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชครูและบุคลากรทางการศึกษา กำชับ ประชาสัมพันธ์ สร้างความตระหนักและความรู้ความเข้าใจ การประพฤติปฏิบัติตนตามประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

การประพฤติปฏิบัติตนตามข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2556 เพิ่มมาตรการกำกับดูแลการประพฤติปฏิบัติของครูและผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา การกำหนดบทลงโทษ หรือการเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพทางการศึกษา เพื่อมุ่งป้องกันและแก้ไขปัญหาการนำเด็กไปทำคอนเทนต์

4.ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เพิ่มเนื้อหา แผนงาน โครงการ และกิจกรรมในหลักสูตรการจัดการเรียนการสอนระดับอุดมศึกษาของคณะศึกษาศาสตร์ คณะครุศาสตร์ และการจัดการเรียนการสอนเพื่อผลิตผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ ในประเด็นสิทธิเด็ก โดยเฉพาะทางดิจิทัลออนไลน์

5.ให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมในสังกัดจัดอบรม ประชาสัมพันธ์ ผลิตสื่อ คู่มือ หรือแนวปฏิบัติสร้างความตระหนักรู้ความเข้าใจให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายเด็ก พ่อ แม่ และผู้ปกครอง เกี่ยวกับการนำเด็กไปทำคอนเทนต์ ละเมิดสิทธิเด็ก

6.ให้กระทรวงพัฒนาสังคมฯ ประสานความร่วมมือกับกระทรวงยุติธรรม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พัฒนาศักยภาพการช่วยเหลือคุ้มครองเด็กให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่มีหน้าที่และอำนาจ ในด้านการแจ้งเหตุ การร้องเรียน การให้คำปรึกษาแนะนำ การให้ความช่วยเหลือ การประสานส่งต่อ และการดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กสม.ชี้ พ่อแม่-ครู ทำคอนเทนต์ ละเมิดสิทธิเด็ก หวั่นโดนบูลลี่ คุกคาม ถูกนำข้อมูลไปใช้ทางเพศ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...