โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

INET เปิดกลยุทธ์บุก Cloud Service ปักหมุดสร้าง "INET-IDC4" สู่ศูนย์กลางข้อมูลแห่งอนาคต

Wealthy Thai

อัพเดต 01 เม.ย. 2568 เวลา 10.32 น. • เผยแพร่ 21 มี.ค. 2568 เวลา 06.21 น.

บมจ.อินเทอร์เน็ตประเทศไทย หรือ INETชูกลยุทธ์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลเติบโตยั่งยืน เตรียมลงทุนโครงการศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลแห่งใหม่ “INET-IDC4” รองรับสูงสุดถึง 300,000-600,000 VMIรับดีมานด์องค์กรขนาดกลางและขนาดย่อม หลังคาดการณ์ปี 2568 จำนวน VMIแตะ 120,000 VMIพร้อมมุ่งให้บริการ Cloud Service & Digital Platform ในฐานะผู้นำการให้บริการสัญชาติไทย เผยมูลค่าตลาด Data Centerและ Cloud Service ในประเทศไทยปี 2568 มีมูลค่ากว่า 72.7 พันล้านบาท เติบโต 24% จากปีก่อน
นายวัลล์ชัย เวชชีวะดำรงค์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ INET ผู้ให้บริการ Local Cloud Service และ Digital Platform Service เปิดเผยว่า ภูมิทัศน์ของดิจิทัลและเทคโนโลยีทั่วโลกกำลังถูกพัฒนาต่อยอดขึ้นไปอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ตลาด Data Center และ Cloud Service ทั่วโลกในปี 2568คาดการณ์ว่าจะมีมูลค่ากว่า 27.19ล้านล้านบาท เติบโต 20%ส่วนในประเทศไทยคาดการณ์จะมีมูลค่ากว่า 72.7 พันล้านบาท เติบโต 24% จากปีก่อน โดยปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตมาจากเทคโนโลยีเกิดใหม่ ทั้งปัญญาประดิษฐ์ (AI), ระบบแมชชีน เลิร์นนิง (Machine Learning), และ Internet of Things (IoT) ทำให้เกิดความต้องการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ที่มีประสิทธิภาพสูงในการประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาล ตลอดจนความต้องการด้านความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลที่สูงขึ้น
บริษัทฯ ตอกย้ำการเป็นผู้นำการให้บริการ Local Cloud Service โดยมุ่งให้บริการด้าน Cloud Service & Digital Platform ครอบคลุมทั้งการให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure as a Service) บริการแพลตฟอร์ม (Platform as a Service) โดยขับเคลื่อนนวัตกรรมผ่านการร่วมทุนบริษัทในเครือ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของภาคธุรกิจ รวมถึงผนึกพันธมิตรทางกลยุทธ์ เพื่อขับเคลื่อนอนาคตของอุตสาหกรรมไอที นอกจากนี้บริษัทฯ มุ่งสร้างนวัตกรรมและเทคโนโลยีของตนเอง เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทวางแผนขยายฐานลูกค้าที่เป็นองค์กรขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่มีสัดส่วนใหญ่ที่สุดของตลาด มีแนวโน้มมาใช้ผู้ให้บริการคลาวด์ภายในประเทศเพิ่มขึ้น ซึ่งตั้งเป้าหมายมีจำนวนลูกค้าแตะ 10,000 ราย หรือเติบโตขึ้นเกือบ 100% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และคาดการณ์จำนวน VMIอยู่ที่ 120,000 VMI หรือเติบโตกว่า 86%เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
โดยปัจจุบันศูนย์ปฏิบัติการข้อมูล “INET-IDC จำนวน 3 แห่ง ประกอบด้วย กรุงเทพฯ 2 แห่ง (INET-IDC1, INET-IDC2) และสระบุรี 1 แห่ง (INET-IDC3)สามารถรองรับการให้บริการสูงสุดที่ 140,000 VMIเนื่องจากศูนย์ที่กรุงเทพฯ มีข้อจำกัดที่กำลังไฟฟ้า ดังนั้น เพื่อให้การให้บริการเป็นไปอย่างต่อเนื่อง รองรับการเติบโตในอนาคต บริษัทจึงจำเป็นต้องลงทุนโครงการศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลแห่งใหม่ INET Data Center แห่งที่ 4 (INET-IDC4) ที่มีขีดความสามารถรองรับการให้บริการได้ถึง 300,000-600,000 VMIรองรับการเติบโตในอนาคตของตลาด Data Centerและ Cloud Service
นายวัลล์ชัย กล่าวว่า กลยุทธ์ที่สำคัญนี้จะช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและเสริมสร้างความมั่นคงทางเทคโนโลยี และเติบโตอย่างก้าวกระโดดในระยะยาว ซึ่งบริษัทฯ เตรียมความพร้อมทางการเงิน เสนอขายหุ้นกู้ครั้งที่ 2/2568 จำนวน 2 ชุด ประกอบด้วย หุ้นกู้ชุดที่ 1 (INET26OA) มีอายุ 1 ปี 6 เดือน กำหนดไถ่ถอนในปี 2569 อัตราดอกเบี้ยคงที่ [5.20-5.35]% ต่อปี โดยจ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน ขณะที่หุ้นกู้ชุดที่ 2 (INET277B) มีอายุ 2 ปี 3 เดือน กำหนดไถ่ถอนในปี 2570 อัตราดอกเบี้ยคงที่ [5.55-5.75]% ต่อปี และจ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือนเช่นกัน หุ้นกู้ทั้งสองชุดมีราคาเสนอขายหน่วยละ 1,000 บาท จองซื้อขั้นต่ำที่ 100,000 บาท และเพิ่มขึ้นได้ครั้งละ 100,000 บาท เปิดจองซื้อหุ้นกู้ตั้งแต่วันที่ 1-3 เมษายน 2568 ผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ 6 แห่ง ได้แก่ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล. เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บล. เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน), บล. ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บล. บลูเบลล์ และ บล. พาย จำกัด (มหาชน)
การออกและเสนอขายหุ้นกู้ครั้งที่ 2/2568 เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการพัฒนา โดยบริษัทฯ จะนำไปลงทุนโครงการก่อสร้าง INET Data Center แห่งที่ 4 (INET-IDC4) และใช้สำหรับลงทุนในโครงการ Digital Platformทั้งยังเป็นเงินทุนหมุนเวียนประกอบกิจการภายในบริษัทฯ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการดำเนินงานของบริษัทฯ ที่มุ่งเน้นการสร้างความมั่นคงทางการเงินและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน และยังเป็นโอกาสให้นักลงทุนได้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของประเทศ โดยเฉพาะธุรกิจ Data Center ที่ไม่เพียงแต่เป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล แต่ยังเป็นโอกาสในการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้กับประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...