โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

Debt Stress Syndrome หนี้สินทำพิษ จากชีวิตติดแกลม

การเงินธนาคาร

อัพเดต 21 เม.ย. 2568 เวลา 09.59 น. • เผยแพร่ 20 เม.ย. 2568 เวลา 11.00 น.

จากข่าวอันโด่งดังของดาราที่ใช้จ่ายเกินตัวจนต้องหยิบยืมคนรอบข้าง สร้างความเดือดร้อนใจให้เจ้าของทรัพย์ เป็นเรื่องที่สะท้อนให้เห็นว่า ในสังคมปัจจุบันที่เต็มไปด้วยการเปรียบเทียบและการแสดงออกถึงฐานะทางสังคมผ่านรูปแบบต่างๆ เพื่อแสวงหาโอกาสต่างๆ ในการทำงานและการอยู่รอด ทำให้การใช้จ่ายเพื่อความสวยงาม และการเสริมสร้างภาพลักษณ์กลายเป็นสิ่งที่สำคัญในชีวิตของหลายคน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อเสื้อผ้าแบรนด์ดัง การไปเที่ยวตามสถานที่หรูหรา หรือการแต่งตัวให้ดูดีเพื่อตอบสนองความต้องการในใจที่อยากให้ตัวเองดูดีในสายตาผู้อื่น

หารู้ไม่ว่าสิ่งที่เราคิดว่าเป็นความสุขจากการเสริมสร้างภาพลักษณ์กลับสร้างปัญหาตามมาอย่างไม่น่าเชื่อถ้าไม่รู้เท่าทัน หลายคนสร้างหนี้สินที่ไม่มีที่สิ้นสุด จนกลายเป็นเหตุแห่งทุกข์ที่กระทบต่อสุขภาพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

Debt Stress Syndrome หรือโรคเครียดจากหนี้สิน เกิดจากความกังวลเรื่องการเงินเป็นเวลานาน ส่งผลต่อสุขภาพโดยรวม ซึ่งเป็นผลกระทบเชิงลบต่อสุขภาพทั้งทางร่างกาย จิตใจ และความสัมพันธ์

อาการทางกายที่มักพบได้คือ สมาธิสั้น นอนไม่หลับ ปัญหาทางการเงินสามอันดับแรกที่ทำให้ผู้คนนอนไม่หลับ ได้แก่ หนี้ (57%) การวางแผนเกษียณอายุ (22%) และเงินออมไม่เพียงพอ (55%) นอกจากนี้ ยังส่งผลถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการกิน ซึ่งอาการเหล่านี้ทำให้เกิดอาการที่มักเรียกกันในวงการแพทย์ว่า “กลุ่มอาการเครียดจากหนี้” นักวิจัยได้บันทึกผลกระทบต่อสุขภาพจากหนี้ไว้ และไม่น่าแปลกใจที่ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าการมีปัญหาด้านการเงินสามารถเพิ่มระดับความเครียดและส่งผลต่อสุขภาพได้

หากคนไข้มีปัญหาทางการเงินมาหลายเดือนหรือหลายปี ความเครียดในระดับนี้มักเกี่ยวข้องกับความดันโลหิตสูง ระดับคอเลสเตอรอลสูง โรคเบาหวาน และโรคอ้วน เพราะการกดดันตัวเองมากเกินไปอาจทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง ซึ่งอาจทำให้คุณเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น

นอกจากสุขภาพกายแล้ว ความเครียดจากหนี้ยังส่งผลต่อสุขภาพจิตและอารมณ์ของเราอีกด้วย ในปี 2014 ทีมนักวิจัยชาวฟินแลนด์ได้ทำการศึกษาวิจัย ซึ่งแสดงให้เห็นว่า บุคคลที่ต้องรับมือกับหนี้มักประสบกับภาวะซึมเศร้ามากกว่าผู้ที่ไม่มีหนี้สิน นอกจากนี้ ผลการศึกษาวิจัยในปี 2012 จากมหาวิทยาลัยนอตติงแฮม ยังแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างหนี้สินและความเครียด โดยการศึกษาดังกล่าวพบว่าผู้ที่ประสบปัญหาทางการเงินมีแนวโน้มที่จะประสบปัญหาสุขภาพจิต เช่น ภาวะซึมเศร้า ความคิดฆ่าตัวตาย และความวิตกกังวล มากกว่า 2 เท่า สิ่งนี้ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์และการทำงานอย่างเลี่ยงไม่ได้

โดยผู้ตอบแบบสำรวจของ Forbes Advisor ร้อยละ 60 รายงานว่า ความเครียดด้านการเงินนำไปสู่ความขัดแย้ง และยังส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงาน เนื่องจากบุคคลอาจประสบปัญหาสมาธิสั้น ความเหนื่อยล้า และปัญหาสุขภาพอื่นๆ ซึ่งอาจนำไปสู่การลงโทษทางวินัยหรือการสูญเสียงานหรือกระทบความสัมพันธ์ในครอบครัวได้

แนวทางแก้ไข

1.เผชิญหน้ากับปัญหา หากคุณกำลังประสบกับความเครียดจากหนี้สิน ขั้นตอนแรกในการหาทางแก้ไขคือ การยอมรับปัญหาทางการเงินของคุณอย่างตรงไปตรงมา เพราะถ้าคุณยังคงเพิกเฉยต่อปัญหาทางการเงินที่ทวีความรุนแรงขึ้น คุณจะยิ่งสร้างสถานการณ์ที่ตึงเครียดมากขึ้น ซื่อสัตย์กับตัวเองในแง่ของจำนวนเงินที่คุณเป็นหนี้และกับใคร ความซื่อสัตย์นี้ไม่เพียงใช้ได้กับตัวคุณเองเท่านั้น แต่ยังใช้ได้กับคู่ครอง ครอบครัวของคุณ และคนใกล้ชิดของคุณอีกด้วย

หากคุณไม่ซื่อสัตย์กับคู่ครองและครอบครัวของคุณเกี่ยวกับนิสัยการใช้จ่ายและสถานการณ์ทางการเงินปัจจุบันของคุณ สิ่งนี้อาจทำให้เกิดความตึงเครียดในความสัมพันธ์ของคุณ ซึ่งจะยิ่งเพิ่มความเครียดให้กับคุณ ตรวจดูเอกสารทางการเงิน และเริ่มรวบรวมรายชื่อเจ้าหนี้ทั้งหมด และจำนวนเงินที่เป็นหนี้พวกเขาแต่ละคน หายใจเข้าลึกๆ แล้วคุณจะรู้ว่าคุณเพิ่งก้าวไปสู่การชำระหนี้และคลายความเครียดได้เป็นครั้งแรกเมื่อทราบปัญหา

2.วางแผนชำระหนี้ การวางแผนชำระหนี้จะช่วยบรรเทาภาระทางจิตใจและอารมณ์ ขณะเดียวกันก็ช่วยให้คุณมีความหวังและแรงบันดาลใจในการเป็นอิสระทางการเงิน เมื่อมีแผนแล้ว คุณจะรู้สึกโล่งใจขึ้นมากเมื่อรู้ว่ามีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ สิ่งแรกที่ควรทำคือ จัดลำดับความสำคัญของหนี้ของคุณตามลำดับความสำคัญ โดยวางกลยุทธ์ เช่น ชำระเงินขั้นต่ำสำหรับหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุด และเพิ่มการชำระเงินให้สูงสุดสำหรับหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงที่สุด เป็นต้น

ซึ่งเดี๋ยวนี้มีช่องทางให้คำปรึกษาของธนาคารแห่งประเทศไทย “หมอหนี้เพื่อประชาชน” เป็นบริการที่ช่วยเหลือลูกหนี้ที่ต้องการคำปรึกษาเรื่องการแก้ปัญหาหนี้ โดยเฉพาะคนที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นแก้หนี้อย่างไรดี หรือต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง หรือจะเจรจากับเจ้าหนี้อย่างไรให้สำเร็จ สามารถลงทะเบียนทางออนไลน์ที่ https://app.bot.or.th/doctordebt/

3.ตระหนักรู้พฤติกรรมการใช้จ่ายและเปลี่ยนแปลง สร้างวินัยการใช้จ่ายใหม่ ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น ต้องยอมรับว่าการใช้จ่ายเกินตัวเป็นส่วนหนึ่งของ “ราคะจริต” ในทางพุทธศาสนา คือ ความยึดมั่นในสิ่งที่เราอยากได้ อยากมี หรืออยากเป็น ซึ่งในหลายกรณีความต้องการเหล่านี้เกิดจากการที่เราต้องการตอบสนองความต้องการภายในที่เกิดจากความเห็นแก่ตัวหรือกิเลส โดยเฉพาะในเรื่องของความสวยงาม การเสริมภาพลักษณ์ การสร้างฐานะทางสังคมที่ทำให้เรารู้สึกมีค่าในสายตาผู้อื่น ซึ่งไม่ยั่งยืน กลับมาสร้างคุณค่าในตัวคุณเองมากกว่าการใช้เงินซื้อจะทำให้เกิดมุมมองใหม่ของชีวิตที่มีความสุขขึ้นแบบไม่ต้องพยายาม

4.ดูแลตัวเอง เมื่อเรารู้สึกวิตกกังวลหรือวิตกกังวล เรามักจะละเลยความต้องการส่วนตัวและทุ่มเทเวลาและพลังงานทั้งหมดไปกับการหาทางแก้ไขปัญหา แม้ว่าการหาทางแก้ไขปัญหาจะเป็นส่วนสำคัญในการเอาชนะความเครียดจากหนี้สิน แต่สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือเราต้องไม่ละเลยสุขภาพของเราเอง พักผ่อน อยู่กับลมหายใจในปัจจุบัน ฝึกกระบวนการ Mindfulness แบบที่ชอบ มีทางเลือกอื่นๆ มากมายที่คุณทำได้โดยไม่เสียเงิน เช่น นั่งสมาธิทุกเช้า แช่น้ำอุ่นในคืนวันอาทิตย์ เดินเล่นหลังอาหารเย็น จะช่วยให้ลดระดับความเครียดได้อย่างมาก

เมื่อคุณดูแลตัวเอง สร้างวินัยใหม่ คุณจะประหลาดใจที่การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพียงไม่กี่อย่างสามารถทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นได้มากขนาดนี้

หมอขอให้ผู้อ่านทุกท่านมี Financial Wellbeing สุขภาวะการเงินที่ดี ต่อจากนี้และตลอดไปค่ะ

พญ.กอบกาญจน์ ชุณหสวัสดิกุล

แพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์ป้องกัน ประสบการณ์ 22 ปี ในด้านการแพทย์บูรณาการ ส่งเสริมสุขภาพ ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำงานหลายสาขาวิชาการแพทย์ทางเลือกทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญสหสาขา ทั้งการแพทย์แผนจีน การแพทย์แผนไทย โฮมีโอพาธีย์ นวดบำบัด ศิลปะบำบัด ดนตรีบำบัด วิทยาศาสตร์การกีฬา และกายภาพบำบัด รวมถึงวิทยากรด้าน อาหารเป็นยา Nutrition wellness สอนเชฟในการทำอาหารสุขภาพ

Work Experience

2566-2568 หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจเวลเนส บริษัท โรงพยาบาลวิมุต โฮลดิ้ง จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ป้องกัน

2558-ปัจจุบัน ผู้ก่อตั้ง BALAVI ศูนย์การแพทย์บูรณาการและการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งและ โรคเรื้อรัง

Training

  • Training in advanced life support operations Faculty of Medicine Siriraj Hospital
  • Training from Boromarajonani National Institute for Drug Addiction Treatment and Rehabilitation
  • Course for Senior Executives in Public Health (NSS), Mahidol
  • THON’s Executive Program THG SASIN Chulalongkorn University
  • Completed hospital management course CEO48, Mahidol University.
  • Micro MBA, Chula Business Administration & Faculty of Commerce and Accountancy, Chulalongkorn University
  • Advance training course in Acupuncture and Traditional Chinese Medicine, China, 2006 The American Board Certified in Nutrition Wellness, (CNW), USA, 2017
  • Training in Anthroposophy Training (IPMT program) course from Switzerland, 2010-2019
  • Pressel Massage training, 2014
  • Regenerative medicine: new approach in hormonal treatment Symposium (WOSAAM), 2016
  • Advanced Nutrition for wellness, IFNW, Thailand, 2017
  • Integrative Functional Nutrition/Functional Foods for Chronic Disease Module 2, USA
  • Integrative Functional Nutrition/Functional Foods for Chronic Disease Module 1, USA, 2018
  • Thai Traditional Therapeutic Massage and Thai Traditional Pharmacy Accredited and Certified by The Union of Thai Traditional Medicine Society, Ministry of Public Health
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...