Debt Stress Syndrome หนี้สินทำพิษ จากชีวิตติดแกลม
จากข่าวอันโด่งดังของดาราที่ใช้จ่ายเกินตัวจนต้องหยิบยืมคนรอบข้าง สร้างความเดือดร้อนใจให้เจ้าของทรัพย์ เป็นเรื่องที่สะท้อนให้เห็นว่า ในสังคมปัจจุบันที่เต็มไปด้วยการเปรียบเทียบและการแสดงออกถึงฐานะทางสังคมผ่านรูปแบบต่างๆ เพื่อแสวงหาโอกาสต่างๆ ในการทำงานและการอยู่รอด ทำให้การใช้จ่ายเพื่อความสวยงาม และการเสริมสร้างภาพลักษณ์กลายเป็นสิ่งที่สำคัญในชีวิตของหลายคน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อเสื้อผ้าแบรนด์ดัง การไปเที่ยวตามสถานที่หรูหรา หรือการแต่งตัวให้ดูดีเพื่อตอบสนองความต้องการในใจที่อยากให้ตัวเองดูดีในสายตาผู้อื่น
หารู้ไม่ว่าสิ่งที่เราคิดว่าเป็นความสุขจากการเสริมสร้างภาพลักษณ์กลับสร้างปัญหาตามมาอย่างไม่น่าเชื่อถ้าไม่รู้เท่าทัน หลายคนสร้างหนี้สินที่ไม่มีที่สิ้นสุด จนกลายเป็นเหตุแห่งทุกข์ที่กระทบต่อสุขภาพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
Debt Stress Syndrome หรือโรคเครียดจากหนี้สิน เกิดจากความกังวลเรื่องการเงินเป็นเวลานาน ส่งผลต่อสุขภาพโดยรวม ซึ่งเป็นผลกระทบเชิงลบต่อสุขภาพทั้งทางร่างกาย จิตใจ และความสัมพันธ์
อาการทางกายที่มักพบได้คือ สมาธิสั้น นอนไม่หลับ ปัญหาทางการเงินสามอันดับแรกที่ทำให้ผู้คนนอนไม่หลับ ได้แก่ หนี้ (57%) การวางแผนเกษียณอายุ (22%) และเงินออมไม่เพียงพอ (55%) นอกจากนี้ ยังส่งผลถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการกิน ซึ่งอาการเหล่านี้ทำให้เกิดอาการที่มักเรียกกันในวงการแพทย์ว่า “กลุ่มอาการเครียดจากหนี้” นักวิจัยได้บันทึกผลกระทบต่อสุขภาพจากหนี้ไว้ และไม่น่าแปลกใจที่ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าการมีปัญหาด้านการเงินสามารถเพิ่มระดับความเครียดและส่งผลต่อสุขภาพได้
หากคนไข้มีปัญหาทางการเงินมาหลายเดือนหรือหลายปี ความเครียดในระดับนี้มักเกี่ยวข้องกับความดันโลหิตสูง ระดับคอเลสเตอรอลสูง โรคเบาหวาน และโรคอ้วน เพราะการกดดันตัวเองมากเกินไปอาจทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง ซึ่งอาจทำให้คุณเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น
นอกจากสุขภาพกายแล้ว ความเครียดจากหนี้ยังส่งผลต่อสุขภาพจิตและอารมณ์ของเราอีกด้วย ในปี 2014 ทีมนักวิจัยชาวฟินแลนด์ได้ทำการศึกษาวิจัย ซึ่งแสดงให้เห็นว่า บุคคลที่ต้องรับมือกับหนี้มักประสบกับภาวะซึมเศร้ามากกว่าผู้ที่ไม่มีหนี้สิน นอกจากนี้ ผลการศึกษาวิจัยในปี 2012 จากมหาวิทยาลัยนอตติงแฮม ยังแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างหนี้สินและความเครียด โดยการศึกษาดังกล่าวพบว่าผู้ที่ประสบปัญหาทางการเงินมีแนวโน้มที่จะประสบปัญหาสุขภาพจิต เช่น ภาวะซึมเศร้า ความคิดฆ่าตัวตาย และความวิตกกังวล มากกว่า 2 เท่า สิ่งนี้ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์และการทำงานอย่างเลี่ยงไม่ได้
โดยผู้ตอบแบบสำรวจของ Forbes Advisor ร้อยละ 60 รายงานว่า ความเครียดด้านการเงินนำไปสู่ความขัดแย้ง และยังส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงาน เนื่องจากบุคคลอาจประสบปัญหาสมาธิสั้น ความเหนื่อยล้า และปัญหาสุขภาพอื่นๆ ซึ่งอาจนำไปสู่การลงโทษทางวินัยหรือการสูญเสียงานหรือกระทบความสัมพันธ์ในครอบครัวได้
แนวทางแก้ไข
1.เผชิญหน้ากับปัญหา หากคุณกำลังประสบกับความเครียดจากหนี้สิน ขั้นตอนแรกในการหาทางแก้ไขคือ การยอมรับปัญหาทางการเงินของคุณอย่างตรงไปตรงมา เพราะถ้าคุณยังคงเพิกเฉยต่อปัญหาทางการเงินที่ทวีความรุนแรงขึ้น คุณจะยิ่งสร้างสถานการณ์ที่ตึงเครียดมากขึ้น ซื่อสัตย์กับตัวเองในแง่ของจำนวนเงินที่คุณเป็นหนี้และกับใคร ความซื่อสัตย์นี้ไม่เพียงใช้ได้กับตัวคุณเองเท่านั้น แต่ยังใช้ได้กับคู่ครอง ครอบครัวของคุณ และคนใกล้ชิดของคุณอีกด้วย
หากคุณไม่ซื่อสัตย์กับคู่ครองและครอบครัวของคุณเกี่ยวกับนิสัยการใช้จ่ายและสถานการณ์ทางการเงินปัจจุบันของคุณ สิ่งนี้อาจทำให้เกิดความตึงเครียดในความสัมพันธ์ของคุณ ซึ่งจะยิ่งเพิ่มความเครียดให้กับคุณ ตรวจดูเอกสารทางการเงิน และเริ่มรวบรวมรายชื่อเจ้าหนี้ทั้งหมด และจำนวนเงินที่เป็นหนี้พวกเขาแต่ละคน หายใจเข้าลึกๆ แล้วคุณจะรู้ว่าคุณเพิ่งก้าวไปสู่การชำระหนี้และคลายความเครียดได้เป็นครั้งแรกเมื่อทราบปัญหา
2.วางแผนชำระหนี้ การวางแผนชำระหนี้จะช่วยบรรเทาภาระทางจิตใจและอารมณ์ ขณะเดียวกันก็ช่วยให้คุณมีความหวังและแรงบันดาลใจในการเป็นอิสระทางการเงิน เมื่อมีแผนแล้ว คุณจะรู้สึกโล่งใจขึ้นมากเมื่อรู้ว่ามีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ สิ่งแรกที่ควรทำคือ จัดลำดับความสำคัญของหนี้ของคุณตามลำดับความสำคัญ โดยวางกลยุทธ์ เช่น ชำระเงินขั้นต่ำสำหรับหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุด และเพิ่มการชำระเงินให้สูงสุดสำหรับหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงที่สุด เป็นต้น
ซึ่งเดี๋ยวนี้มีช่องทางให้คำปรึกษาของธนาคารแห่งประเทศไทย “หมอหนี้เพื่อประชาชน” เป็นบริการที่ช่วยเหลือลูกหนี้ที่ต้องการคำปรึกษาเรื่องการแก้ปัญหาหนี้ โดยเฉพาะคนที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นแก้หนี้อย่างไรดี หรือต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง หรือจะเจรจากับเจ้าหนี้อย่างไรให้สำเร็จ สามารถลงทะเบียนทางออนไลน์ที่ https://app.bot.or.th/doctordebt/
3.ตระหนักรู้พฤติกรรมการใช้จ่ายและเปลี่ยนแปลง สร้างวินัยการใช้จ่ายใหม่ ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น ต้องยอมรับว่าการใช้จ่ายเกินตัวเป็นส่วนหนึ่งของ “ราคะจริต” ในทางพุทธศาสนา คือ ความยึดมั่นในสิ่งที่เราอยากได้ อยากมี หรืออยากเป็น ซึ่งในหลายกรณีความต้องการเหล่านี้เกิดจากการที่เราต้องการตอบสนองความต้องการภายในที่เกิดจากความเห็นแก่ตัวหรือกิเลส โดยเฉพาะในเรื่องของความสวยงาม การเสริมภาพลักษณ์ การสร้างฐานะทางสังคมที่ทำให้เรารู้สึกมีค่าในสายตาผู้อื่น ซึ่งไม่ยั่งยืน กลับมาสร้างคุณค่าในตัวคุณเองมากกว่าการใช้เงินซื้อจะทำให้เกิดมุมมองใหม่ของชีวิตที่มีความสุขขึ้นแบบไม่ต้องพยายาม
4.ดูแลตัวเอง เมื่อเรารู้สึกวิตกกังวลหรือวิตกกังวล เรามักจะละเลยความต้องการส่วนตัวและทุ่มเทเวลาและพลังงานทั้งหมดไปกับการหาทางแก้ไขปัญหา แม้ว่าการหาทางแก้ไขปัญหาจะเป็นส่วนสำคัญในการเอาชนะความเครียดจากหนี้สิน แต่สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือเราต้องไม่ละเลยสุขภาพของเราเอง พักผ่อน อยู่กับลมหายใจในปัจจุบัน ฝึกกระบวนการ Mindfulness แบบที่ชอบ มีทางเลือกอื่นๆ มากมายที่คุณทำได้โดยไม่เสียเงิน เช่น นั่งสมาธิทุกเช้า แช่น้ำอุ่นในคืนวันอาทิตย์ เดินเล่นหลังอาหารเย็น จะช่วยให้ลดระดับความเครียดได้อย่างมาก
เมื่อคุณดูแลตัวเอง สร้างวินัยใหม่ คุณจะประหลาดใจที่การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพียงไม่กี่อย่างสามารถทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นได้มากขนาดนี้
หมอขอให้ผู้อ่านทุกท่านมี Financial Wellbeing สุขภาวะการเงินที่ดี ต่อจากนี้และตลอดไปค่ะ
พญ.กอบกาญจน์ ชุณหสวัสดิกุล
แพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์ป้องกัน ประสบการณ์ 22 ปี ในด้านการแพทย์บูรณาการ ส่งเสริมสุขภาพ ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำงานหลายสาขาวิชาการแพทย์ทางเลือกทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญสหสาขา ทั้งการแพทย์แผนจีน การแพทย์แผนไทย โฮมีโอพาธีย์ นวดบำบัด ศิลปะบำบัด ดนตรีบำบัด วิทยาศาสตร์การกีฬา และกายภาพบำบัด รวมถึงวิทยากรด้าน อาหารเป็นยา Nutrition wellness สอนเชฟในการทำอาหารสุขภาพ
Work Experience
2566-2568 หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจเวลเนส บริษัท โรงพยาบาลวิมุต โฮลดิ้ง จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ป้องกัน
2558-ปัจจุบัน ผู้ก่อตั้ง BALAVI ศูนย์การแพทย์บูรณาการและการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งและ โรคเรื้อรัง
Training
- Training in advanced life support operations Faculty of Medicine Siriraj Hospital
- Training from Boromarajonani National Institute for Drug Addiction Treatment and Rehabilitation
- Course for Senior Executives in Public Health (NSS), Mahidol
- THON’s Executive Program THG SASIN Chulalongkorn University
- Completed hospital management course CEO48, Mahidol University.
- Micro MBA, Chula Business Administration & Faculty of Commerce and Accountancy, Chulalongkorn University
- Advance training course in Acupuncture and Traditional Chinese Medicine, China, 2006 The American Board Certified in Nutrition Wellness, (CNW), USA, 2017
- Training in Anthroposophy Training (IPMT program) course from Switzerland, 2010-2019
- Pressel Massage training, 2014
- Regenerative medicine: new approach in hormonal treatment Symposium (WOSAAM), 2016
- Advanced Nutrition for wellness, IFNW, Thailand, 2017
- Integrative Functional Nutrition/Functional Foods for Chronic Disease Module 2, USA
- Integrative Functional Nutrition/Functional Foods for Chronic Disease Module 1, USA, 2018
- Thai Traditional Therapeutic Massage and Thai Traditional Pharmacy Accredited and Certified by The Union of Thai Traditional Medicine Society, Ministry of Public Health