"สมชัย" หอบหลักฐานเดินบัญชี 200 หน้า ยันเงินกองทุนอยู่ครบ 2.2 ล้าน
"สมชัย" หอบหลักฐานเดินบัญชี 200 หน้า ยันเงินกองทุนอยู่ครบ 2.2 ล้าน แจ้งความกลับ "ณัฐวุฒิ" ข้อหาแจ้งความเท็จ-หมิ่นประมาท
(23 ก.ย. 2569) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. พร้อมด้วย นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความ และหนึ่งในกรรมการมูลนิธิ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม และติดตามความคืบหน้าคดีความ
ขณะที่บรรยากาศที่ สน.ทองหล่อ วันนี้ได้นำแผงรั้วเหล็กมากั้นไว้ เว้นประตูทางเข้า สน. เพื่อวางมาตรการป้องกันไม่ให้ทั้ง 2 ฝ่ายเผชิญหน้า หรือ ปะทะกัน โดยจัดกำลัง 20 นาย และจัดห้องแยกสอบสวนไว้
กระทั่ง 13.30 น. นายสมชัย ขับรถยนต์มาถึง ก่อนจะสังเกตเห็นขาตั้งไมโครโฟนของสื่อ ที่เคยปรากฏในภาพที่สัมภาษณ์นายณัฐวุฒิ จึงสอบถามว่า สื่อมารอสัมภาษณ์ใคร
ก่อนจะน้องนักข่าวสำนักหนึ่ง ว่า มารอสัมภาษณ์ใคร ทำข่าวตนเองด้วยหรือไม่ ซึ่งนักข่าวบอกว่า ไม่ทราบ ทราบเพียงว่าเค้าให้มาสัมภาษณ์ทนายคนหนึ่ง และไม่ทราบว่าสัมภาษณ์เรื่องอะไร เพราะมีนักข่าวมาสัมภาษณ์คนเดียวกัน
จากนั้น นายสมชัย ก็เปิดภาพในเฟซบุ๊ก เพื่อเปรียบเทียบภาพที่สื่อสัมภาษณ์ นายณัฐวุฒิ ก่อนจะเดินไปเซลฟี่หน้าขาตั้งไมค์
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. พร้อมด้วย นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความ และหนึ่งในกรรมการมูลนิธิ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม และติดตามความคืบหน้าคดีความ
โดยวันนี้นำหลักฐานรายการเดินบัญชี (Statement) ยืนยันความบริสุทธิ์ของกองทุนพลเมืองเพื่อการเลือกตั้งที่โปร่งใสและเป็นธรรม
นายสมชัย เปิดเผยว่า การเดินทางมา สน.ทองหล่อ ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลัก 2 ประการ ได้แก่ ประการแรก คือการเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมในคดีที่ตน และคณะกรรมการได้แจ้งความดำเนินคดีกับ นายนันทวุฒิ วงศ์เนียม ในข้อหาแจ้งความเท็จและหมิ่นประมาท สืบเนื่องจากนายนันทวุฒิได้เข้าแจ้งความก่อนหน้านี้ โดยกล่าวหาว่ากรรมการกองทุนมีการยักยอกเงิน บริหารงานผิดกฎหมาย และแอบอ้างว่าตนถอนเงินกองทุนไปใช้ส่วนตัวและบำเรอหญิงสาว ซึ่งเป็นการสร้างข้อมูลเท็จต่อสังคม และเจตนาให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญา
ด้าน นายนรเศรษฐ์ ทนายความ ได้โชว์เอกสารรับรองรายการเดินบัญชีจากธนาคารกรุงเทพ พร้อมชี้แจงว่า อาจารย์สมชายไม่ได้เป็นกรรมการมูลนิธิ และไม่มีอำนาจสั่งจ่ายเงิน โดยอำนาจเบิกจ่ายเป็นของคณะกรรมการ สำหรับเงินในกองทุนมี 2 บัญชี ได้แก่ บัญชีธนาคารกรุงเทพ ยอดเงินฝากรวม 1,809,098 บาท และบัญชีของมูลนิธิองค์กรกลาง อีกประมาณ 400,000 บาท รวมยอดเงินทั้งหมดประมาณ 2,200,000 บาท
จากการตรวจสอบสเตทเมนท์กว่า 200 หน้า ตั้งแต่วันเริ่มเปิดบัญชีจนถึงปัจจุบัน พบว่ามียอดถอนออกเป็น 0 บาท ไม่เคยมีการถอนเงินออกไปใช้แม้แต่บาทเดียว ดังนั้น คำกล่าวหาที่ว่านายสมชายเบิกเงินออกไปจนหมดจึงเป็นความเท็จทั้งสิ้น
ทั้งนี้ นายสมชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า คำกล่าวหาดังกล่าวเข้าข่ายหมิ่นประมาททำให้ตนและบุคคลที่ถูกพาดพิงได้รับความเสียหาย โดยตนเตรียมรวบรวมหลักฐานเพื่อฟ้องร้องตรงต่อศาลทั้งทางแพ่งและอาญา เพื่อเรียกค่าเสียหายจากผู้กล่าวหา คาดว่าจะสามารถยื่นฟ้องได้ไม่เกินช่วงกลางเดือนหน้า
สำหรับวัตถุประสงค์ประการที่สอง คือการติดตามความคืบหน้าคดีทำร้ายร่างกายที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ณ สน.ทองหล่อ ซึ่งพนักงานสอบสวนรวบรวมสำนวนเสร็จสิ้นแล้ว และเตรียมส่งต่อพนักงานอัยการ โดยทางทีมทนายความจะยื่นคำร้องขอให้อัยการบรรยายพฤติการณ์ของจำเลยลงในคำฟ้องเป็นพิเศษ เนื่องจากผู้ต้องหาเคยประกอบอาชีพเป็นอัยการและทนายความ มีความรู้ทางกฎหมายเป็นอย่างดี แต่กลับมาก่อเหตุในสถานที่ราชการ และไม่มีท่าทีสำนึกผิด จึงขอให้ศาลพิจารณาลงโทษขั้นสูงสุดโดยไม่รอลงอาญา เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป
นอกจากนี้ นายสมชัย ได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ ที่จัดกำลังดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด และระบุว่าหากผู้ต้องหาซึ่งอยู่ระหว่างการประกันตัว มาก่อเหตุวุ่นวายหรือแสดงพฤติกรรมข่มขู่คุกคามอีก ก็อาจเป็นเหตุให้ตำรวจยื่นเรื่องขอถอนประกันตัวได้ทันที
จากนั้น ประมาณบ่าย 2 โมง นายณัฐวุฒิได้เดินทางมาถึงที่ สน.ทองหล่อ ก่อนที่จะพยายามเดินเข้าไปด้านใน แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กันเอาไว้ และเชิญให้ขึ้นไปด้านบนชั้นสาม ซึ่งตอนแรกนายณัฐวุฒิไม่ยอมบอกเพียงว่าจะมาแจ้งความ และใช้สิทธิ์ของตนเอง ทางเจ้าหน้าที่จึงปล่อยให้เดินเข้าไปก่อนที่นายณัฐวุฒิจะเดินออกมา เพราะไม่เจอตัวนายสมชัย
จากนั้นนายสมชายก็ออกมาพูดด้านหน้า สน. และอ้างว่าคดีฉ้อโกง ได้โอนไปที่กองปราบปรามแล้ว ก่อนย้ำเรื่องคดีทำร้ายร่างกาย ว่าตนเองไม่ได้ทำ และจะดำเนินคดีความกลับ โดยยังอ้างว่าแฮนด์จักรยานมาจั๊กจี้เอว ทำให้เกิดอาการกระตุก
ทั้งนี้มีรายงานว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการจัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่เนื่องจากว่า นายสมชัย ได้มีการโพสต์ข้อความว่าเดินทางมาที่ สน.ทองหล่อ ในเวลา 13:30 น. จึงได้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ประมาณ 20 นายคอยดูแลความเรียบร้อย และป้องกันการเผชิญหน้ากันของทั้งสองฝ่าย และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ อย่างไรก็ตามตามกำหนดเวลาเดิมนายณัฐวุฒิได้นัดหมายว่าจะจะเข้ามาในพื้นที่ สน.ทองหล่อ ประมาณ 10:00 น. แต่หลังจากที่ นายสมชัยโพสต์ข้อความ จึงได้มีการเปลี่ยนเวลาเป็น 13:00 น.
แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้มีการเผชิญหน้ากันแต่อย่างใดเนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการแยกห้องสอบสวน