24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 22 กันยายน 2569
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 22 กันยายน 2569
>> ฝนตกถนนลื่น รถ 6 ล้อรับ-ส่งคนงาน เสียหลักไถลตกข้างทาง เทกระจาดเจ็บระนาว 11 ราย จ.ชลบุรี
06.30 น. ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา รับแจ้งอุบัติเหตุรถบรรทุก 6 ล้อรับส่งคนงานเสียหลักพลิกคว่ำ มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย เหตุเกิดบนถนนสายหลวงแผ่นดินหมายเลข 36 (กระทิงลาย-ระยอง) ขาเข้าพัทยา ช่วงหลัก กม.3+600 หมู่ 3 ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยฯ รีบรุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุ บริเวณร่องถนนด้านซ้าย พบรถบรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้อ อีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน มหาสารคาม พลิกคว่ำอยู่ในสภาพได้รับความเสียหายอย่างหนัก
ตรวจสอบพบผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งอาการสาหัส และบาดเจ็บเล็กน้อย รวม 11 ราย เป็นชาย 9 ราย และหญิง 2 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ พร้อมทีมแพทย์เร่งให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้น ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ก่อนลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงอย่างเร่งด่วน
สอบถาม ชายไทย อายุ 56 ปี คนขับรถ ให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุกำลังขับรถโดยสารรับส่งคนงานจาก จ.ระยอง เพื่อไปส่งที่บริษัท ในพื้นที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี โดยขับอยู่ในช่องทางกลาง เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุมีฝนตกโปรยปรายตลอดเวลา ส่งผลให้ถนนลื่น รถเกิดเสียหลักเซไถลไปทางขวา ขณะเดียวกันมีรถกระบะวิ่งอยู่ในช่องทางด้านขวา จึงหักพวงมาลัยกลับมาทางซ้ายเพื่อหลีกเลี่ยงการชน ก่อนรถจะเสียหลักพลิกคว่ำตกลงข้างทางดังกล่าว
>> รวบ "เสือ" พร้อมยึดไอซ์และปืนไทยประดิษฐ์ สารภาพซื้อจากเพื่อนหลักร้อย
11.13 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายป้องกันปราบปราม สน.แสมดำ ร่วมกันจับกุมนายเสือ (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี พร้อมด้วยของกลาง คือ อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (ปืนปากกา) จำนวน 1 กระบอก, ยาไอซ์ น้ำหนักรวมถุง ปริมาณ 0.42 กรัม, กระเป๋าสะพายข้างสีเทา จำนวน 1 ใบ และ ใบรับรองผลการตรวจ รพ.นครธนฯ2 จำนวน 1 ใบ
โดยจับกุมได้ที่บริเวณร้านค้าไม่มีเลขที่ กลางซอยเทียนทะเล 20 แจ้งข้อหา “มีอาวุธปืนไว้ในการครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนกฎหมาย”
พฤติการณ์กล่าวคือ วานนี้ (21 ก.ย. 2569) เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุม ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีการมั่วสุมเสพยาเสพติด บริเวณร้านค้าไม่มีเลขที่ กลางซอยเทียนทะเล 20 แยก6/2 กรุงเทพฯ เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมจึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พบนายเสือ ยืนอยู่เจ้าหน้าที่จึงตรวจค้น พบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (ปืนปากกา) จำนวน 1 กระบอก ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพายสีเทาวางอยู่ข้างตัวในขณะตรวจค้น และยาไอซ์บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส ชนิดกดปิดรูดเปิด ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพายสีเทาวางอยู่ข้างตัวในขณะตรวจค้น
นายเสือ ยอมรับว่าอาวุธปืนและยาไอซ์ดังกล่าวเป็นของตนเองจริง โดยยาไอซ์ซื้อมาจากเพื่อนใน ราคา 100 บาท และอาวุธปืนดังกล่าวซื้อมาจากเพื่อน ในราคา 150 บาท และรับว่าตนเองพึ่งเสพยาบ้ามาจำนวน 2 เม็ด เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมจึงได้เชิญตัวไปตรวจสารเสพติดที่ รพ.นครธน 2 พบว่ามีสารเสพติดในร่างกายจริง จึงควบคุมตัวพร้อมด้วยของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.แสมดำ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> "ป๋อง สุพรรณ" เซียนพระ เข้าให้ปากคำตำรวจ แจงทุกข้อมูลมูลนิธิหวันโชติ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์
12.40 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน “ป๋อง สุพรรณ” หรือนายเสมอ เซียนพระ เดินทางเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม ในฐานะพยาน หลังมีชื่อเป็นหนึ่งในกรรมการจัดตั้งมูลนิธิหวันโชติ ซึ่งนายอติโชติ ทันประเสริฐ หรืออดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ เป็นผู้จัดตั้ง
โดย ป๋อง สุพรรณ เปิดเผยว่า ได้นำเอกสารเกี่ยวกับการทำบุญและการสร้างพระรุ่นต่าง ๆ มาให้ตำรวจ โดยที่ผ่านมาเคยช่วยประสานงาน ดูแบบพระ และประชาสัมพันธ์ รวมถึงจัดพิธีต่าง ๆ ด้วยความศรัทธา โดยไม่เคยรับเงินหรือเรียกร้องผลตอบแทน ยืนยันว่า “ทำเอาบุญ ไม่ได้ทำเอาเงิน” ส่วนการเป็นกรรมการจัดตั้งมูลนิธิ ยอมรับว่าเกิดจากอดีตเจ้าอาวาสขอให้เข้าร่วม จึงรับหน้าที่ด้วยความศรัทธา เพราะเห็นว่าเป็นมูลนิธิที่มีประโยชน์ แต่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเบิกจ่ายเงิน ซึ่งเป็นอำนาจของอดีตเจ้าอาวาส เลขานุการ และกรรมการที่ได้รับมอบหมาย
พร้อมระบุว่า เท่าที่ทราบมีเงินโอนเข้ามูลนิธิประมาณ 20 ล้านบาท และเงินยังอยู่ โดยบางส่วนถูกนำไปซื้อเครื่องมือแพทย์และข้าวสารช่วยเหลือชาวบ้าน พร้อมยอมรับว่าตั้งแต่จัดตั้งมูลนิธิมายังไม่เคยมีการเรียกประชุมกรรมการ หลังทราบข่าวเกี่ยวกับอดีตเจ้าอาวาส ยอมรับว่ารู้สึกเสียใจและพูดไม่ออก โดยก่อนหน้านี้ไม่ได้ออกมาให้ข่าว เพราะไม่ต้องการให้ศาสนาเสื่อมเสีย พร้อมระบุว่า หากใครทำผิดก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการ และตนเองเป็นเพียงลูกศิษย์ที่เข้าวัดทำบุญและกราบไหว้อดีตเจ้าอาวาสมานาน
ป๋อง สุพรรณ กล่าวด้วยว่า ส่วนตัวไม่รู้จัก “สีกาเอ๋” เป็นการส่วนตัว เพียงเคยเห็นหน้า และไม่ค่อยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องภายในวัด โดยจะเข้าไปกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นหลัก พร้อมยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้สร้าง “เหรียญเหนือดวง” และประเด็นเรื่องการถวายทองจะออกมาชี้แจงในภายหลัง โดยยืนยันว่าไม่มีอะไรต้องปิดบัง
>> ครม. ไฟเขียว “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เพิ่มเติม” ดูแลกลุ่มเปราะบาง–พยุงกำลังซื้อ เริ่ม 1 ต.ค. – 30 พ.ย. 2569
12.57 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน การประชุม ครม. (22 ก.ย.69) เห็นชอบการปรับลดกรอบวงเงินที่เคยได้รับอนุมัติสำหรับดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” และอนุมัติโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (เพิ่มเติม)” ตามที่กระทรวงการคลัง เสนอ เพื่อช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบาง บรรเทาภาระค่าครองชีพ รักษากำลังซื้อของประชาชน และช่วยผู้ประกอบการรายย่อยให้สามารถประกอบอาชีพและดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังมีแนวโน้มยืดเยื้อ
สำหรับโครงการเพิ่มวงเงินเพิ่มเติมฯ จะเพิ่มวงเงินให้แก่ผู้ผ่านโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 69 ที่ผ่านคุณสมบัติก่อนวันที่ 1 ต.ค. 69 อีก 700 บาท/คน/เดือน จากเดิม 300 บาท/คน/เดือน รวมเป็น 1,000 บาท/คน/เดือน ในเดือน ต.ค. 69
โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม)” เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. – 30 พ.ย. 69 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ 1) ผู้ได้รับสิทธิตามโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” อยู่ในปัจจุบัน และ 2) ผู้ไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 69 ทั้งกลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 65 เดิม และกลุ่มที่ลงทะเบียนใหม่
สำหรับการใช้สิทธิ ภาครัฐสนับสนุนเงินในอัตรา 60% ไม่เกิน 200 บาท/คน/วัน และไม่เกิน 1,000 บาทตลอดระยะเวลาโครงการ ประชาชนสามารถใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” กับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. – 30 พ.ย. 69 หรือผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) โดยสามารถกดยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ตั้งแต่วันที่ 1 – 15 ต.ค. 69
>> งัดบ้านร้างเจอโครงกระดูก คาดอาจเป็น ‘คุณครูสอนวิทย์ฯ’ หลังเงียบหายนาน 10 ปี ตร.ยังรอเทียบผลการพิสูจน์ดีเอ็นเอกับญาติ จ.ฉะเชิงเทรา
13.00 น. ร.ต.ท.เชษฐญาณิน เนียมเกราะเพ็ชร รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองฉะเชิงเทรา รับแจ้ง พบโครงกระดูกผู้เสียชีวิต ภายในบ้านหลังหนึ่ง ข้างสถานีขนส่งฉะเชิงเทรา ถ.สิริโสธร ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.พงศ์สัณห์ มีศรี ผกก. ร.ต.อ.นิพนธ์ ศิริเจริญ รอง สว.ป. ชุดสืบสวน ตำรวจ พฐ.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา และแพทย์นิติเวช รพ.พุทธโสธร ร่วมตรวจสอบ
โดยที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นบ้านปูน 2 ชั้น มีสภาพเป็นบ้านร้าง ไม่มีคนอยู่อาศัยมานานจนต้นไม้ข้างบ้าน เลื้อยพันปกคลุมโดยรอบ เจ้าหน้าที่งัดประตูเข้าไปภายใน ตรวจสอบห้องนอนชั้นล่าง พบโครงกระดูกมนุษย์กองอยู่ที่พื้นห้อง สภาพกระดูกแห้ง ไม่สามารถระบุรายละเอียดเกี่ยวกับเพศ อายุ หรือสาเหตุการเสียชีวิตได้
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ พร้อมเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน และนำชิ้นส่วนกระดูกที่พบ ส่งสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ พิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล (DNA) เพื่อยืนยันว่าผู้เสียชีวิตเป็นใคร และสืบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป
สอบสวน เพื่อนบ้านให้การว่า บ้านหลังดังกล่าวเป็นของ นางสาวไพรินทร์ อายุ 70 ปี ข้าราชการครูบำนาญ อดีตครูสอนวิชาวิทยาศาสตร์ โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่เมืองฉะเชิงเทรา อาศัยอยู่คนเดียว แต่ก็ไม่เห็นหน้ากันมานานกว่า 10 ปี จึงคิดว่าไปอยู่กับลูกหลานแล้ว
อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังไม่ฟันธงว่าเป็นกระดูกของใคร เบื้องต้น ต้องติดต่อญาติของ นางสาวไพรินทร์ มาสอบสวน พร้อมกับเทียบผลการพิสูจน์ดีเอ็นเอ ร่วมกับทางญาติเสียก่อน
>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยศุภาหาร 3 อาสาสมัครใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบก่อนจะลุกลาม
13.29 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ไม่มีเลขที่ ซอยศุภาหาร 3 ถนนเอกชัย แขวงบางบอนเหนือ เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวหลังคากระเบื้อง ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในบ้าน เพลิงลุกไหม้เสียหายพัดลมตั้งพื้น โต๊ะเครื่องแป้ง ตู้เสื้อผ้า ที่นอน หลังคา และลุกลามฝาผนัง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 10 ตารางเมตร
อาสาสมัครใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายควันและความร้อน ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่พัดลมตั้งพื้น ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางบอน
>> พบร่างชายชรา อายุ 91 ปี คาดเสียชีวิตจากเหตุไฟฟ้าช็อตคาบ้านพัก จ.สุพรรณบุรี
14.30 น. อาสาสมัครมูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรีเขตพื้นที่อำเภอหนองหญ้าไซ ได้รับแจ้งเหตุ พบผู้เสียชีวิตภายในบ้าน บริเวณ บ้านหนองอีพัง พื้นที่ ม.12 ต.ทัพหลวง อ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี
ที่เกิดเหตุ บริเวณชั้นล่างของบ้าน พบร่างของ ผู้ชาย อายุ 91 ปี ลักษณะนอนเสียชีวิตอยู่ภายในบริเวณบ้าน จากการตรวจสอบเบื้องต้น คาดว่าสาเหตุเกิดจาก ปลั๊กไฟหล่นลงไปในน้ำ ทำให้กระแสไฟฟ้ารั่วไหล และผู้เสียชีวิตเดินไปเหยียบบริเวณดังกล่าว จึงถูกกระแสไฟฟ้าช็อตจนเสียชีวิต โดยคาดว่าเสียชีวิตมาแล้ว กว่า 3 ชั่วโมง ก่อนจะมีผู้มาพบ
ต่อมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ รับคำสั่งจากพนักงานสอบสวนและแพทย์เวร ดำเนินการเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิต เพื่อนำส่ง โรงพยาบาลหนองหญ้าไซ สำหรับชันสูตรพลิกศพตามขั้นตอน และได้ รับคำร้องขอนำร่างผู้เสียชีวิต ส่ง วัดทัพหลวง เพื่อทำพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป
>> จ.อยุธยา แจ้ง 6 อำเภอ ยกของขึ้นที่สูง หลัง "เขื่อนเจ้าพระยา" เพิ่มการระบายน้ำเป็น 1,500 ลบ.ม./วินาที
15.00 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งเตือนเขื่อนเจ้าพระยา จะระบายน้ำเพิ่มขึ้นเป็น 1,500 ลบ.ม./วินาที ทำให้ระดับน้ำจะสูงขึ้นประมาณ 0.75-1.25 เมตร ส่งผลให้พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา/คลอง/พื้นที่นอกคันกั้นน้ำได้รับผลกระทบในพื้นที่ อ.เสนา อ.ผักไห่ อ.บางบาล อ.พระนครศรีอยุธยา อ.บางปะอิน อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ยกของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายรถ ดูแลกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และให้ติดตามข่าวสารจากทางราชการในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
ปภ. จึงได้ร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ AIS True และ NT ส่งข้อความแจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำเพิ่ม ริมแม่น้ำเจ้าพระยา อ.เสนา อ.ผักไห่ อ.บางบาล อ.พระนครศรีอยุธยา อ.บางปะอิน อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา
>> ผอ.เขตพระนคร ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุแก๊สดันน้ำขึ้นผิวถนนแยกประชาเกษม เร่งแก้ไขและป้องกันปัญหาระยะยาว
15.55 น. นายสยามรัฐ เรืองนาม ผู้อำนวยการเขตพระนคร พร้อมคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีได้รับแจ้งจากประชาชนว่า พบแก๊สดันน้ำขึ้นมาบริเวณผิวถนน บริเวณแยกประชาเกษม ถนนผดุงกรุงเกษม เพื่อเร่งตรวจสอบหาสาเหตุและดำเนินการแก้ไข
จากการตรวจสอบร่วมกับสำนักการระบายน้ำ สำนักการโยธา สถานีดับเพลิงและกู้ภัยเขาทอง และการประปานครหลวง พบว่า บริเวณดังกล่าวเดิมมีฝาปิดท่อระบายน้ำเสียของสำนักการระบายน้ำ ซึ่งบนฝาท่อมีช่องสำหรับระบายอากาศหลายจุด ต่อมามีการปรับปรุงผิวจราจรโดยราดยางแอสฟัลต์ปิดทับฝาท่อ ทำให้ช่องระบายอากาศถูกปิดกั้น ส่งผลให้แก๊สที่สะสมอยู่ภายในท่อระบายน้ำเสียเกิดแรงดัน และดันน้ำที่ขังอยู่บนพื้นผิวถนนให้ผุดขึ้นมา
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดช่องระบายอากาศ โดยใช้ชะแลงงัดผิวแอสฟัลต์บริเวณจุดดังกล่าว เพื่อให้แก๊สสามารถระบายออกได้ ส่งผลให้แรงดันภายในท่อลดลงและกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
ทั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำในระยะยาว ได้มอบหมายให้ฝ่ายโยธา สำนักงานเขตพระนคร ร่วมกับผู้แทนสำนักการระบายน้ำและสำนักการโยธา หาแนวทางปรับปรุงและแก้ไขบริเวณดังกล่าวอย่างเหมาะสม เพื่อให้ระบบระบายอากาศของท่อสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความปลอดภัยแก่ประชาชนผู้ใช้เส้นทางต่อไป
>> กองทัพเรือ ระดมค้นหาลูกเรือประมงสูญหาย 6 คน ใช้ SARMap วางแผน พร้อมส่งนักประดาน้ำสำรวจภายในเรือทันทีที่คลื่นลมเอื้ออำนวย
16.49 น. พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองทัพเรือ โดยทัพเรือภาคที่ 1 ได้รับแจ้งเหตุเรือประมง “ส.กาญจนาวารี 888” อับปางกลางทะเล บริเวณแบริ่ง 194 องศา ระยะประมาณ 40 ไมล์ทะเล จากยอดเขาแหลมปู่เจ้า อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยเรือลำดังกล่าวมีลูกเรือรวม 22 คน
ภายหลังรับแจ้งเหตุ เรือประมงที่อยู่ใกล้เคียงได้เข้าช่วยเหลือลูกเรือขึ้นจากน้ำได้ 15 คน ขณะที่ทัพเรือภาคที่ 1 สั่งการให้เรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่ง ต.112 ออกเรือเข้าสู่พื้นที่ พร้อมส่งเฮลิคอปเตอร์แบบซีฮอว์ก (Seahawk) และกำลังพลจากหน่วยสงครามพิเศษทางเรือ เข้าสนับสนุนภารกิจค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยเร่งด่วน
กองทัพเรือยังได้ประสานศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) นำระบบ SARMap มาใช้สนับสนุนการวางแผนค้นหาและช่วยเหลือ โดยวิเคราะห์ตำบลที่เกิดเหตุ กระแสลม กระแสน้ำ และระยะเวลาที่ผ่านไป เพื่อคาดการณ์ทิศทางการลอยของผู้สูญหาย และกำหนดพื้นที่ค้นหาให้แม่นยำ ครอบคลุม และสอดคล้องกับสถานการณ์ในทะเลมากที่สุด
เมื่อเรือ ต.112 เดินทางถึงพื้นที่เกิดเหตุ ได้ประสานเรือประมงในบริเวณใกล้เคียงเพื่อรวบรวมข้อมูลและกำหนดตำบลที่เรืออับปาง โดยมีข้อมูลว่าอาจมีลูกเรือบางส่วนติดค้างอยู่ภายในตัวเรือ ซึ่งอยู่ในลักษณะพลิกคว่ำและหัวเรือปริ่มน้ำ อย่างไรก็ตาม สภาพคลื่นลมแรงและอากาศแปรปรวนยังเป็นอุปสรรคต่อการค้นหาและการปฏิบัติงานใต้น้ำ ทั้งนี้ ได้เตรียมทีมนักประดาน้ำ สำหรับลงสำรวจภายในตัวเรือที่จม เพื่อค้นหาผู้ที่อาจติดค้างอยู่ โดยจะเข้าดำเนินการทันทีที่สภาพคลื่นลมและทัศนวิสัยเอื้ออำนวย เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด
จากการตรวจสอบสถานการณ์ล่าสุด ลูกเรือทั้งหมด 22 คน ได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัย 15 คน พบผู้เสียชีวิต 1 คน และยังมีผู้สูญหายอีก 6 คน กองทัพเรือและ ศรชล. ยังคงบูรณาการกำลังจากทุกภาคส่วน ดำเนินการค้นหาทั้งทางอากาศ ทางผิวน้ำ และใต้น้ำ พร้อมประสานเครือข่ายเรือประมงในพื้นที่ร่วมเฝ้าตรวจและสนับสนุนข้อมูลอย่างต่อเนื่อง
>> เพลิงไหม้ภายในห้องพัก บนคอนโดมิเนียม ย่านซอยรัชดาภิเษก 18 ประชาชนดำเนินการใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ
17.03 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยรัชดาภิเษก 18 ถนนรัชดาภิเษก แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 8 ชั้น ประกอบกิจการให้เช่าพักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่อาคารดี ชั้น 8 ภายในห้องพัก เพลิงลุกไหม้เสียหายที่นอน เครื่องปรับอากาศ หลอดไฟ และลุกลามฝ้าเพดาน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 5 ตารางเมตร ประชาชนใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายควันและความร้อน ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ ไม่สามารถตรวจสอบได้ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยห้วยขวาง
>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเวียดนาม
17.29 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 4.5 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของ ประเทศเวียดนาม ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของ อ. โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ประมาณ 263 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> จังหวัดลพบุรี ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี ยึดของกลางยา "ไอซ์" ล็อตใหญ่ 200 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท ซุกซ่อนในรถตู้ทึบ
17.30 น. ณ สถานีตำรวจภูธรท่าหิน นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี มอบหมายให้ นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พล.ต.ต.ยรรยง สันติปรีชาวัฒน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี มอบหมาย พ.ต.อ.ภูการวิก โชติกเสถียร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี บูรณาการหน่วยงานทุกภาคส่วน
แถลงการตรวจยึด ไอซ์ (เมทแอเฟตามีน) น้ำหนักรวม 200 กิโลกรัม มูลค่ารวมกว่า 20,000,000 บาท ซุกซ่อนอยู่ในรถกระบะตู้ทึบ บรรจุอยู่ในกล่องลังจำนวน 8 กล่อง กล่องละ 25 ถุง ถุงละ 1 กิโลกรัม และตรวจยึดรถกระบะ สีขาว จำนวน 1 คัน ในพื้นที่ตำบลบางขันหมาก อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี
การเปิดปฏิบัติการครั้งนี้ สืบเนื่องจากชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.ลพบุรี ได้รับแจ้งเบาะแสสำคัญจากสาย มีรถยนต์กระบะตู้ทึบต้องสงสัยขับมาจอดทิ้งไว้บริเวณหน้าบ้านพักในพื้นที่ตำบลบางขันหมากต่อเนื่องมานานกว่า 3 วันแล้ว สร้างความผิดสังเกตให้กับคนในพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงประสานกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าวอย่างละเอียด
จากการตรวจสอบภายในห้องบรรทุกตู้ทึบ พบกล่องกระดาษสีน้ำตาลจำนวน 8 กล่อง เมื่อเปิดตรวจสอบปรากฏว่าภายในมีการซุกซ่อนยาเสพติดประเภทไอซ์ห่อหุ้มไว้อย่างแน่นหนา จำนวนรวม 200 ถุง น้ำหนักรวมประมาณ 200 กิโลกรัม ตีเป็นมูลค่าการซื้อขาย กว่า 20 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดทันที พร้อมประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าเก็บพยานวัตถุและลายนิ้วมือแฝงเพื่อขยายผล
>> เหตุเพลิงไหม้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ระหว่างซอยประเสริฐมนูกิจ 14-16 เสียหายวอดทั้งคัน
17.56 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ไม่มีเลขที่ ระหว่างซอยประเสริฐมนูกิจ 14-16 ถนนประเสริฐมนูกิจ แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า สีขาว หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด อาสาสมัครใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายความร้อน
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่แบตเตอรี่ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยลาดพร้าว
>> โจรแสบย่องงัดร้านชำ กวาดเหล้า-บุหรี่ 40 ซอง เงินเกือบหมื่น ไม่เว้นหมอนผ้าห่ม
18.00 น. ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก นายออ (นามสมมุติ) อายุ 56 ปี เจ้าของร้านค้าขายของชำ บริเวณใกล้วัดหนองปรือ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังถูกคนร้ายบุกงัดร้านในช่วงกลางดึก ก่อนรื้อค้นข้าวของและกวาดทรัพย์สิน ทั้งสุรา บุหรี่ และเงินสดเกือบ 10,000 บาท หลบหนีไป โดยหลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ พร้อมมอบภาพจากกล้องวงจรปิดไว้เป็นหลักฐาน
สอบถาม นายออ เจ้าของร้าน พาผู้สื่อข่าวตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พร้อมเปิดเผยว่า เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. วันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา หลังกลับมาถึงร้านพบว่าข้าวของภายในถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย เมื่อสำรวจทรัพย์สินจึงพบว่า สินค้าหายไปหลายรายการ ทั้งสุราหลายยี่ห้อรวมประมาณ 11 ขวด บุหรี่ประมาณ 40 ซอง และเงินสดเกือบ 10,000 บาท นอกจากนี้ คนร้ายยังขโมยหมอนและผ้าห่มของทางร้านไปด้วย
โดยกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพคนร้ายไว้ได้อย่างชัดเจน พบเป็นชายรูปร่างสูงประมาณ 160-165 เซนติเมตร สวมเสื้อคลุมแขนยาวและกางเกงขายาว โดยไม่ได้ปิดบังใบหน้า เข้ามารื้อค้นภายในร้านและกวาดเอาทรัพย์สินไปหลายรายการ ลักษณะคล้ายกับเดินเลือกซื้อสินค้าภายในร้านสะดวกซื้อ ก่อนหลบหนีไป โดยไม่ทราบว่าเจ้าของร้านจะกลับมาตรวจพบในภายหลัง
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองปรือ ได้ลงบันทึกประจำวัน พร้อมประสานชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและหาเบาะแสของคนร้าย เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> ดส.ขยายผลคดีคู่รักนักบิน ขนไอซ์ 240 กก. ลากต่อเจออีก 900 กก. รวบหนุ่ม 40 รับจ้าง “นายหมอ” เที่ยวละหมื่น
18.31 น. ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กก.ดส.บช.น. ขยายผลจากคดีจับกุมคู่รักที่ถูกกล่าวหาว่าลำเลียงไอซ์ประมาณ 240 กิโลกรัม จาก จ.ลพบุรี ไปซุกซ่อนในบ้านพักกรุงเทพฯ ก่อนพบเส้นทางเครือข่ายลักลอบขนยาเสพติดจากภาคอีสานตอนบนเข้าพื้นที่ภาคกลาง โดยใช้รถตู้เป็นพาหนะ กระทั่งวันที่ 21 ก.ย. 69 เวลาประมาณ 21.00 น. เจ้าหน้าที่ติดตามรถต้องสงสัยในพื้นที่ ต.บางขันหมาก อ.เมือง จ.ลพบุรี ก่อนเข้าตรวจค้น พบ นายสอ (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี พร้อมไอซ์ซุกในกระสอบ 18 กระสอบ รวม 900 ถุง น้ำหนักประมาณ 900 กิโลกรัม พร้อมรถโตโยต้าและโทรศัพท์มือถือ
จากการสอบถาม นายสอ อ้างว่าได้รับคำสั่งจากบุคคลที่เรียกว่า “นายหมอ” ให้ขนยาไปเก็บไว้ที่บ้านพักไม่มีเลขที่ในพื้นที่ ต.บางขันหมาก ก่อนกระจายให้ลูกค้า โดยรับค่าจ้างครั้งละ 10,000 บาท และอ้างว่าเคยรับงานลักษณะดังกล่าวมาแล้ว 2 ครั้ง เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาครอบครองยาไอซ์เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน
ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน บช.ปส.ดำเนินคดี พร้อมเร่งขยายผลหาผู้สั่งการ จุดพักยา และผู้รับยา โดยเฉพาะบุคคลที่ถูกกล่าวถึงว่าเป็น “นายหมอ” ทั้งนี้ ความเชื่อมโยงระหว่างคดีไอซ์ 240 กิโลกรัมกับของกลาง 900 กิโลกรัมยังอยู่ระหว่างการสืบสวน และผู้ต้องหายังถือเป็นผู้ถูกกล่าวหาตามกระบวนการยุติธรรม
>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ใกล้เคียงโรงเรียนอิสลามลำไทร เพลิงลุกไหม้โรงจอดรถเสียหายทั้งหมด
01.55 น.สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ หมู่ 5 ถนนลำไทร แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านคอนกรีต 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย เหตุเกิดที่บริเวณโรงจอดรถ ลักษณะโครงสร้างไม้หลังคากระเบื้อง ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในโรงจอดรถ เพลิงลุกไหม้โรงจอดรถเสียหายทั้งหมด พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 10 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟต่อพ่วง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยหนองจอก
>> แผ่นดินไหว ขนาด 3.8 ภายในพื้นที่ประเทศเวียดนาม
02.45 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 3.8 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเวียดนาม ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของ อ. โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ประมาณ 242 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย