โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

OpenAI เปิด GPT-6 Sol–GPT-6 Luna แบ่งงาน AI ตามความซับซ้อนและต้นทุน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

OpenAI เปิดรายละเอียดโมเดล GPT-6 Sol และ GPT-6 Luna โดยแบ่งบทบาทตามลักษณะงานและต้นทุนการใช้งาน GPT-6 Sol ถูกวางไว้สำหรับงานซับซ้อน โดยเฉพาะการเขียนโค้ดและระบบAI ที่ใช้เครื่องมือทำงานต่อเนื่องหลายขั้นตอน ขณะที่ GPT-6 Luna เน้นงานเฉพาะทางที่ต้องประมวลผลจำนวนมากในต้นทุนต่ำ

การแบ่งระดับโมเดลครั้งนี้ทำให้โจทย์ขององค์กรไม่ได้อยู่เพียงการเลือก AI ที่มีความสามารถสูงสุด แต่รวมถึงการจัดงานแต่ละประเภทให้เหมาะกับต้นทุน เพราะราคาของ GPT-6 Sol และ GPT-6 Luna ต่างกันถึง 20 เท่า ทั้งในส่วนข้อมูลนำเข้าและผลลัพธ์ที่สร้างผ่าน API

GPT-6 Sol เจาะงานโค้ดและ AI Agent

เอกสาร OpenAI Docs ระบุว่า GPT-6 Sol ออกแบบมาเพื่อรองรับงานเขียนโค้ดที่ซับซ้อน และเวิร์กโฟลว์แบบ agent ซึ่ง AI ต้องดำเนินงานหลายขั้นตอน รวมถึงเรียกใช้เครื่องมือระหว่างทำงานOpenAI วางตำแหน่ง GPT-6 Sol เป็นทางเลือกที่สมดุลระหว่างความสามารถกับต้นทุนในตระกูล GPT-6

ราคา GPT-6 Sol ผ่าน API อยู่ที่ 2 ดอลลาร์ต่อข้อมูลนำเข้า 1 ล้านโทเคน และ 10 ดอลลาร์ต่อผลลัพธ์ 1 ล้านโทเคน โดยรองรับหน้าต่างบริบทสูงสุด 1.05 ล้านโทเคน และสร้างผลลัพธ์ได้สูงสุด 128,000 โทเคน

GPT-6 Luna รับงานปริมาณมากในต้นทุนต่ำ

ส่วน GPT-6 Luna ถูกวางตำแหน่งเป็นโมเดลที่มีประสิทธิภาพด้านต้นทุนสำหรับงานเฉพาะทางปริมาณมาก ราคา API อยู่ที่ 0.10 ดอลลาร์ต่อข้อมูลนำเข้า 1 ล้านโทเคน และ 0.50 ดอลลาร์ต่อผลลัพธ์ 1 ล้านโทเคน หรือคิดเป็นหนึ่งในยี่สิบของราคา GPT-6 Sol ในทั้งสองส่วน

แม้ราคาแตกต่างกัน GPT-6 Luna มีหน้าต่างบริบทสูงสุด 1.05 ล้านโทเคน และสร้างผลลัพธ์ได้สูงสุด 128,000 โทเคนเช่นเดียวกับ GPT-6 Sol ทั้งสองโมเดลรองรับข้อมูลนำเข้าประเภทข้อความและภาพ ส่งผลลัพธ์เป็นข้อความ และใช้งานร่วมกับเครื่องมือ เช่น การค้นเว็บ การค้นไฟล์ และการเรียกใช้ฟังก์ชันได้ตามรายละเอียดในหน้ารวมโมเดลของ OpenAI

ต้นทุนต่อชิ้นงานเป็นโจทย์สำคัญขององค์กร

ส่วนต่างราคาทำให้การเลือกโมเดลมีผลโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายของธุรกิจ โดยเฉพาะระบบที่ต้องประมวลผลคำขอจำนวนมาก ตัวอย่างเช่น องค์กรอาจทดสอบ GPT-6 Luna กับงานที่กำหนดรูปแบบและเกณฑ์ตรวจคำตอบได้ชัดเจน แล้วใช้ GPT-6 Sol กับงานที่ต้องแก้ปัญหาซับซ้อนหรือดำเนินการหลายขั้นตอน

อย่างไรก็ตาม ราคาต่อโทเคนที่ต่ำกว่าไม่ได้ยืนยันว่าต้นทุนต่อชิ้นงานจะต่ำกว่าเสมอไป หากโมเดลต้องทำงานซ้ำหรือมีผลลัพธ์ที่ต้องให้คนแก้ไขมากขึ้น องค์กรจึงต้องวัดทั้งคุณภาพ ความเร็ว ปริมาณโทเคนที่ใช้ และอัตรางานที่สำเร็จจริง ก่อนตัดสินใจแบ่งงานระหว่าง GPT-6 Sol กับ GPT-6 Luna ข้อเสนอเรื่องการนำไปใช้ดังกล่าวเป็นการวิเคราะห์จากตำแหน่งผลิตภัณฑ์และราคาที่ OpenAI เผยแพร่ ไม่ใช่ผลทดสอบเปรียบเทียบประสิทธิภาพของทั้งสองโมเดล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...