‘คนแต่ง’ต้องมีสิทธิ์?
ส่งหนังสือแล้ว 3 ฉบับ เป็นประจำทุกเดือน!
นี่..แสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของคุณวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ กับการเข้ายื่นหนังสือถึงนายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ อธิบดีกรมสรรพากร
เพื่อจี้ให้ใช้อำนาจตามประมวลรัษฎากร มาตรา 12 ในการสั่งยึด อายัด ทรัพย์สิน และฟ้องล้มละลายแก่นายทักษิณ ชินวัตร..
เพื่อชำระหนี้ภาษีค้างจ่ายตามคำพิพากษาศาลฎีกากว่า 17,630 ล้านบาท!
ต้องบอกเลย..ไม่ใช่การสร้างภาพ-สร้างกระแส-หาแสงเพียงครั้งคราว หากแต่เป็นความเพียรพยายามแบบ “กัดไม่ปล่อย” กันเลยก็ว่าได้!
และการที่คุณวัชระได้อ้างถึงการทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 50 นั้น สะท้อนให้เห็นว่าเขาไม่ได้ทำไปด้วยอคติทางการเมืองส่วนตัว..
หากแต่เป็นการทำหน้าที่ของ “พลเมือง (ดี)” ที่ปกป้องทรัพย์สินของรัฐ ไม่ให้คดีความนี้ต้องเผชิญความเสี่ยงในการขาดอายุความ (10 ปี) ซึ่งจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้มหาศาล!
นับเป็นแบบอย่างที่สมควรได้รับเสียงปรบมือและคำชื่นชมจากสังคม แม้ว่าการลุกขึ้นมาทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาและกัดไม่ปล่อยของคุณวัชระ จะสำเร็จหรือไม่ก็ตาม..
แต่อย่างน้อย..ก็ทำให้สังคมพอจะมีความหวังอยู่บ้างทั้งในด้าน “ความเท่าเทียมในการบังคับใช้กฎหมาย” และ “การรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ”!
การทวงคืนเงินภาษี 1.7 หมื่นล้านบาท ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลข แต่มันคือการกอบกู้ “ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย” และบรรทัดฐานความยุติธรรมที่เท่าเทียมกันของคนในชาติ!
และ 7 วันที่คุณวัชระ “ขีดเส้นตาย” ก็หวังว่า “อธิบดีกรมสรรพากร” จะได้ปฏิบัติหน้าที่ราชการตามตำแหน่งอย่างตรงไป-ตรงมา และสามารถให้คำตอบแก่สาธารณชนได้อย่างชัดเจน..
แต่ถ้าอยากให้เรื่องไปถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็สุดแท้แต่ปรารถนาของหัวใจเถิด!
ครับ..พูดเรื่องกฎมง-กฎหมาย ย้อนหลังไป 2-3 ปีก่อน เชื่อว่าหลายๆ ท่านยังคงจำภาพการตั้งโต๊ะแถลงข่าวทั้งน้ำตาด้วยความอึดอัดขัดข้องใจต่อระบบทุนนิยมและส่วนแบ่งไม่เป็นธรรม
พร้อมกับประโยค.. “จะสู้ด้วยชีวิต เอาชีวิตผมไปเท่านั้น ที่จะทำให้ผมหยุดร้องเพลงของตัวเองได้” กันได้นะ!
ซึ่งวันสองวันที่ผ่านมา เจ้าของน้ำตาและถ้อยวาจา คุณเวสป้า-อิทธิพล เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา ศิลปิน-นักร้องคนดังก็ได้ออกมาประกาศให้สังคมได้ทราบ..
ว่าตัวเองชนะคดีลิขสิทธิ์เพลงในชั้นศาลอุทธรณ์ทั้ง 2 คดีกับอดีตต้นสังกัด-อาร์เอสอย่างเป็นทางการ!
นั่นแสดงว่า..ศาลมองเห็นถึงวิถีปฏิบัติและความเป็นธรรมที่คนแต่งเพลงควรได้รับ เป็นการตอกย้ำให้เห็นว่า..
ผลงานที่กลั่นออกมาจากวิญญาณของผู้ประพันธ์นั้นมีคุณค่าและสิทธิ์ที่ควรได้รับการคุ้มครองอย่างแท้จริง!
ก็ต้องขอแสดงความยินดี ที่สามารถทวงคืนความเป็นธรรมให้ตัวเองได้สำเร็จ แม้คดีจะยังไม่ถึงที่สุด ยังรอลุ้นต่อในชั้นศาลฎีกา
แต่ดูเหมือนคุณเวสป้าจะมีความเชื่อมั่น ว่าศาลสุดท้ายจะไม่เปลี่ยนแปลง!
อย่างไรก็ตาม นอกจากจะแสดงความยินดีแล้ว ก็ยังใคร่ขอชื่นชมและยกย่องในน้ำใจที่งดงาม กับการที่คุณเวสป้าได้ประกาศเจตนารมณ์ที่ชัดเจน..
ไม่ได้มีความคิดที่จะหวงแหนบทเพลงอันเกิดจากสมอง-ทรัพย์สินทางปัญญาของตัวเอง!
โดยยินดีให้พี่น้องศิลปิน ตลอดจนประชาชนทั่วไปสามารถนำเพลงที่เขาแต่งไปร้อง เพื่อทำมาหากิน เลี้ยงปาก-เลี้ยงท้องได้ฟรี ไม่ต้องกังวลเรื่องลิขสิทธิ์อีกต่อไป!
และนี่..ไม่ใช่เพียงแค่ชัยชนะทางกฎหมายของบุคคลคนหนึ่ง แต่คือหมุดหมายสำคัญและเป็นแสงสว่างให้กับบรรดานักแต่งเพลงและศิลปิน เบื้องหลังคนอื่นๆ ในประเทศไทย..
ให้กล้าที่จะลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิ์อันชอบธรรมของตนเอง และพร้อมจะสู้กับนายทุนด้วยอุดมการณ์แข็งกล้า..
เพลงของตัวเองแต่ง (กรู) ต้องร้องได้สิ..(วะ)!.
สันต์ สะตอแมน