วิจัยเตือน ‘คนรุ่นใหม่’ ก่อเหตุรุนแรงไร้อุดมการณ์ ส่อเป็นภัยคุกคามสุดโต่งแบบใหม่
ซิดนีย์, 28 ก.ย. (ซินหัว) — วันจันทร์ (28 ก.ย.) แถลงการณ์จากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ของออสเตรเลียเตือนว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ก่อเหตุหรือขู่ใช้ความรุนแรงโดยไร้แรงจูงใจทางอุดมการณ์ ศาสนา หรือการเมืองที่ชัดเจน กำลังก่อภัยคุกคามจากลัทธิสุดโต่งรูปแบบใหม่
ผลการทบทวนรายงานวิจัยซึ่งนำโดยเอเดรียน เชอร์นีย์ ศาสตราจารย์ด้านอาชญาวิทยาประจำมหาวิทยาลัยฯ ได้ศึกษาสภาวะลัทธิสุญนิยมสุดโต่ง (NVE) ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งแตกต่างจากลัทธิสุดโต่งที่นิยมความรุนแรงในอดีตที่มักมีรากฐานจากการบ่มเพาะแนวคิดสุดโต่งทางอุดมการณ์ ทว่าปัจจุบันกลับพบกรณีที่ความรุนแรงกลายมาเป็นสิ่งดึงดูดใจหลัก
ลัทธิสุญนิยมสุดโต่งแตกต่างจากแนวคิดสุดโต่งนิยมความรุนแรงแบบดั้งเดิมที่ขับเคลื่อนด้วยการเมืองหรือศาสนา โดยอาจมุ่งเน้นไปที่การสร้างความวุ่นวายและความล่มสลาย ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากชุมชนออนไลน์และวัฒนธรรมย่อยอันเป็นอันตรายที่มองว่าความรุนแรงเป็นเรื่องปกติและมีการยกย่องความรุนแรง ทั้งยังอาจเป็นช่องทางให้บุคคลได้รับการยอมรับจากคนในกลุ่มดังกล่าว
เชอร์นีย์กล่าวว่าการแยกตัวจากสังคม ความต้องการค้นหาตัวตนและการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม ประกอบกับความรู้สึกโดดเดี่ยว ไม่เป็นมิตร และดูถูกผู้อื่น อาจทำให้คนรุ่นใหม่กลุ่มเปราะบางตกเป็นเป้าหมายได้ง่ายขึ้น ขณะที่หลายกรณีเชื่อมโยงกับบาดแผลทางจิตใจ การทารุณกรรม การกลั่นแกล้ง หรือปัญหาความสัมพันธ์ภายในครอบครัว
รายงานระบุว่าลัทธิสุญนิยมสุดโต่งก่อให้เกิดความท้าทายต่อการรับมือในปัจจุบัน เนื่องจากกรอบการต่อต้านและระบุตัวคนกลุ่มเสี่ยงมักต้องมีหลักฐานที่บ่งชี้ถึงอุดมการณ์สุดโต่งก่อนจึงจะสามารถเข้าแทรกแซงได้ นักวิจัยจึงแนะนำให้พิจารณาสัญญาณเตือนทางพฤติกรรม การแสดงออกทางออนไลน์ และความหลงใหลในความรุนแรง ควบคู่กับตัวบ่งชี้การบ่มเพาะแนวคิดสุดโต่งแบบดั้งเดิม พร้อมเรียกร้องให้มีการประสานงานมากขึ้นระหว่างหน่วยงานด้านกระบวนการยุติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชน การคุ้มครองเด็ก การศึกษา และการบังคับใช้กฎหมาย