‘ชาย เอี่ยมศิริ’ เปิดใจหลังถูกเขี่ยพ้นเก้าอี้ ‘ดีดีการบินไทย’ ยอมรับรู้สึกไม่เป็นธรรม
"ชาย เอี่ยมศิริ" เปิดใจหลังบอร์ดการบินไทยมีมติปลดพ้นเก้าอี้ "ดีดีการบินไทย" ยอมรับรู้สึกไม่เป็นธรรม ลั่นทำงานมานานถึง 41 ปีจากนี้จะได้มีเวลาพักผ่อนและใช้เวลากับครอบครัวมากขึ้น ปัดฝากข้อความถึงคนมารับไม้ต่อ
นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริษัทว่า ที่ประชุมได้รับรายงานสถานการณ์วิกฤตน้ำท่วมและผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของบริษัท พร้อมรายงานสรุปสถานการณ์และข้อเสนอแนะต่าง ๆ ก่อนที่คณะกรรมการบริษัทจะมีมติให้ผมพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โดยมีผลตั้งแต่วันนี้ (2 ตุลาคม 2569) เป็นต้นไป แต่ยังคงมีสถานะเป็นกรรมการบริษัท เพื่อรอการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
"ผมไม่ได้อยู่ในช่วงการประชุมของกรรมการที่ไม่ใช่ฝ่ายบริหาร เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารเพียงคนเดียว จึงไม่ได้อยู่ในห้องประชุมในช่วงที่มีการพิจารณามติดังกล่าว และทราบมติภายหลัง โดยประธานกรรมการบริษัทเป็นผู้แจ้งมติให้ทราบ ทั้งนี้ การสอบสวนจะพิจารณาข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ยังไม่มีการแจ้งรายละเอียดว่าคณะกรรมการจะสอบสวนในประเด็นใดบ้าง รวมถึงยังไม่ทราบว่าใครจะได้รับมอบหมายให้เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง" นายชาย กล่าว
ทั้งนี้ จากที่ประเมินเบื้องต้นในฐานะผู้บริหารสูงสุดขององค์กร อาจเป็นเพราะคณะกรรมการต้องการให้พ้นจากหน้าที่ เพื่อเปิดทางให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นอิสระ โดยประเด็นที่อาจมีการพิจารณา เช่น เหตุใดสถานการณ์จึงปล่อยให้บานปลาย เหตุใดจึงไม่สามารถลดผลกระทบได้ตามแผน และเหตุใดแผนรับมือวิกฤตของบริษัทจึงไม่สามารถ Activate หรือเริ่มใช้งานได้ตามที่ควรจะเป็น
"ผมไม่ทราบเหตุผลโดยตรงจากกรรมการบริษัท แต่เชื่อว่าในมุมมองของคณะกรรมการ เหตุการณ์ความเสียหายและผลกระทบต่อชื่อเสียงของบริษัท รวมถึงการดำเนินงานและการให้บริการลูกค้า ได้เกิดขึ้นไปแล้ว ขณะที่การแก้ไขสถานการณ์จนกลับเข้าสู่ภาวะปกติเป็นหน้าที่ของประธานเจ้าหน้าที่บริหารอยู่แล้ว ส่วนกรณีการสอบสวนบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ยังไม่มีการแจ้งว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนบุคคลใดเพิ่มเติม โดยมติที่ได้รับทราบในขณะนี้พุ่งมาที่ผมเพียงคนเดียว และเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทที่จะพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป รวมถึงจะสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องหรือไม่" นายชาย กล่าว
นายชาย กล่าวว่า หากมองในฐานะผู้ที่ถูกตรวจสอบและเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง ย่อมรู้สึกว่าอาจไม่เป็นธรรม เพราะผมและทีมงานได้พยายามแก้ไขสถานการณ์มาอย่างต่อเนื่อง แต่หากมองในมุมของคณะกรรมการบริษัท การให้ตนพ้นจากหน้าที่ระหว่างการสอบสวนก็สามารถอธิบายได้ว่าเป็นมาตรการเพื่อความโปร่งใสและหลักธรรมาภิบาล รวมถึงป้องกันไม่ให้ผู้ที่อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบเข้าไปเกี่ยวข้องกับพยานหลักฐานหรือกระบวนการตรวจสอบ
สำหรับการบริหารจัดการสถานการณ์หลังเกิดวิกฤต ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ บริษัทได้ย้ายฝ่ายบริหารมายังศูนย์ปฏิบัติการเพื่อบริหารสถานการณ์ โดยผมเข้ามาปฏิบัติงานที่ศูนย์ดังกล่าวตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา และเรียกผู้บริหารเข้ามาร่วมปฏิบัติงาน แม้ขณะนี้ยังมาไม่ครบทั้งหมด เนื่องจากผู้บริหารบางรายอยู่ระหว่างการลา ส่วนผู้บริหารที่รับผิดชอบโดยตรงด้านภาคพื้นและคลังสินค้าที่ยังไม่ได้เข้ามาปฏิบัติงาน อยู่ระหว่างการลาพักร้อน โดยการพิจารณาว่าจะมีการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของบุคคลใดเพิ่มเติมหรือไม่นั้น เป็นอำนาจของคณะกรรมการบริษัท
ทั้งนี้ สถานะของผมการดำเนินการครั้งนี้เป็นการให้พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ก่อนครบกำหนดสัญญา ไม่ใช่การเลิกจ้างหรือไล่ออกจากบริษัท โดยผมยังคงสถานะเป็นกรรมการบริษัทตามที่ได้รับแจ้ง แต่มองว่ากรรมการบริษัทเป็นโดยตำแหน่ง ดังนั้น จะไม่เข้าร่วมการประชุมบอร์ดในช่วงที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ โดยได้ขอลาประชุมตามตำแหน่ง
"เขายังไม่ได้ไล่ผมออกจริง ๆ ผมก็เคยเสนอไปว่า หากท่านสบายใจ ให้ผมพ้นจากตำแหน่งเลยก็ได้ และดำเนินการตามกฎหมายแรงงาน เพราะผมยังมีสัญญาจ้างถึงวันที่ 31 ม.ค.2570" นายชาย กล่าว
นายชาย ยืนยันว่า ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีการติดต่อจากบริษัทเพื่อขอให้ลาออกหรือพ้นจากตำแหน่ง โดยส่วนตัวทราบเรื่องจากข่าวต่าง ๆ ในช่วงก่อนเดินเข้าห้องประชุม เนื่องจากไม่ได้อยู่ในห้องประชุมขณะคณะกรรมการพิจารณาเรื่องนี้ และมติได้ออกมาก่อนที่ผมจะเดินทางมาถึงห้องประชุม
ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับปัจจัยทางการเมือง ส่วนตัวมองว่าเรื่องการเมืองมีทั้งการเมืองภายในและการเมืองภายนอกองค์กร ประเทศไทยไม่มีที่ไหนไม่มีการเมือง แต่ไม่ขอระบุว่าเหตุการณ์ครั้งนี้มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ และไม่กล้าสรุปว่าปัจจัยทางการเมืองภายในเป็นสาเหตุหลักของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ เนื่องจากมีหลายปัจจัยและยังไม่มีข้อมูลที่ยืนยันได้
"ตลอดระยะเวลาการทำงานที่ผ่านมา ผมทำงานกับบริษัทมานานถึง 41 ปี และดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารมาเป็นเวลา 6 ปี โดยขอขอบคุณพนักงานของบริษัททุกคนที่ร่วมกันทำงานและแก้ไขสถานการณ์ที่ผ่านมา จากนี้อาจได้มีเวลาพักผ่อนและใช้เวลากับครอบครัวมากขึ้น สำหรับผู้ที่จะเข้ามารับหน้าที่ต่อนั้น ไม่ขอฝากข้อความเป็นพิเศษ เนื่องจากมองว่าผู้ที่จะเข้ามารับตำแหน่งต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติและความสามารถเหมาะสมกับการทำหน้าที่ดังกล่าว ขณะที่ชื่อบุคคลที่จะเข้ามารับหน้าที่แทนยังต้องรอความชัดเจนจากคณะกรรมการบริษัท" นายชาย กล่าว
รายงานข่าวจากบอร์ดการบินไทย ระบุว่า มติปลดนายชายครั้งนี้ เพราะบอร์ดต้องการสอบสวนเรื่องไม่สามารถบริหารจัดการด้านการบิน การให้บริการภาคพื้นดิน รวมถึงการจัดการคลังสินค้าทั้งขาเข้า และขาออกของสนามบินได้ ทำให้เกิดความโกลาหล มีกระเป๋าผู้โดยสารตกค้างจำนวนนับหมื่นใบ ในขณะเดียวกันก็มีสินค้าขาเข้า และขาออกตกค้างอยู่ ณ อาคารคาร์โก้ของสนามบินจำนวนมาก
สำหรับข้อกล่าวหาให้ตั้งกรรมการสอบนายชายมี 2 ประเด็นด้วยกันคือ
- กรณีไร้ความสามารถในการบริหารจัดการวิกฤตทำให้การบินไทยเสื่อมเสียชื่อเสียง และเกิดความเสียหายมหาศาล โดยมีผู้โดยสารรวมถึงสัมภาระจำนวนมากตกค้างทั้งสนามบินสุวรรณภูมิ และในต่างประเทศ จนต้องยุติตารางการบินในหลายเส้นทาง
- ข้อกล่าวหาเก่ากระทรวงการคลังตรวจพบว่า มีการทุจริตจัดซื้อไวน์ขึ้นไปให้บริการในเครื่องบิน โดยล้วงลูกจากฝ่ายจัดซื้อจำนวน 860,000 ขวด และซื้อในราคาสูงถึงขวดละกว่า 1,000 บาท โดยก่อนหน้านี้ตรวจสอบพบว่ามีความพยายามจะตั้งกรรมการสอบสวนการทุจริตจัดซื้อไวน์ดังกล่าวแล้ว เนื่องจากมีการจัดซื้อคราวเดียวจำนวนมาก และรวมมูลค่าเกือบ 1,000 ล้านบาท แต่เนื่องจากมีอดีตผู้บริหารเก่าคัดค้านการตั้งกรรมการสอบจึงต้องยุติเรื่องนี้ไป
ทั้งนี้ จากข้อกล่าวว่าทั้งหมดทำให้บอร์ดการบินไทยวันนี้ มีมติตัดสินให้พักงานนายชายแบบไม่กำหนดจนกว่ากระบวนกาาสอบสวนจะแล้วเสร็จ พร้อมแต่งตั้งนายสัมฤทธิ์ สำเนียง หนึ่งในบอร์ดการบินไทย เป็นรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหารการบินไทยโดยให้มีผลทันที
ขอบคุณที่มา : ไทยโพสต์
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ด่วน!! การบินไทย สั่งเด้ง ‘ชาย เอี่ยมศิริ’ พ้นเก้าอี้ ตั้ง ‘สัมฤทธิ์’ รักษาการแทน
- ตะลึง!! กระเป๋าการบินไทยตกค้าง 10,000 ใบ ‘พิพัฒน์’ สั่งเร่งเคลียร์ให้จบ 2 ต.ค.
- ‘การบินไทย’ ขอโทษผู้โดยสารปมกระเป๋าตกค้าง คาดเคลียร์จบภายใน 72 ชั่วโมง
ติดตามเราได้ที่